วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอ๊คโพสต์เปิดใจ ชินวัตรอยากเลิกการเมือง

ต้องการ‘ครอบครัวอบอุ่น’คืน พรรคใหญ่ดาหน้าอัดบิ๊กป้อม มีชัยหัวร้อนคสช.ไม่ปลดล็อก

คสช.ลุยขยายผลอาวุธสงคราม แจงปลดล็อกการเมืองขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ก.ม.-สถานการณ์-องค์ประกอบอื่นๆ ชี้นักการเมืองแค่เรียกร้องตามหน้าเสื่อ นปช.ท้าประกาศอยู่ยาวไปเลย โวยหาเหตุผลมายื้อปลดล็อกได้ตลอด เย้ยขุดผี “โกตี๋” มาหลอกไม่เลิก พท.ชี้สะท้อนความล้มเหลว 3 ปี คสช.เอือมเอะอะโยงการเมือง ซัดเกมจัดฉากยื้อ ปชป.สำทับลีลายืดเวลา-จ้องอยู่ต่อ เตือนศก.จะทรุดหนัก คนทนไม่ไหวขนขบวนกันออกมา ชทพ.ก็ข้องใจเจออาวุธโยงการเมืองได้ไง “มีชัย” บอกร้อนใจแทนพรรคการเมืองต้องทำกิจกรรม แต่ยังติดล็อก เผย รธน.60 เป็นครั้งแรกที่ต้องยกร่างตามโผ คสช.เชิญ “มาร์ค พิทบูล” ปรับทัศนคติ “โอ๊ค” โพสต์เฟซบุ๊กต้องการครอบครัวอบอุ่นกลับคืน ระบุ “ชินวัตร” อยากเลิกการเมือง

สืบเนื่องจากกรณีการตรวจพบเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทาง ตร.ระบุเชื่อมโยงกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคล อาจต้องเลื่อนปลดล็อกพรรคการเมืองไปจนถึงช่วงใกล้เลือกตั้งนั้น

คสช.ตามคุ้ยเงื่อนงำอาวุธสงคราม

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ ภายหลังการพบเครื่องกระสุน ปืนและวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการที่ จ.ฉะเชิงเทรา เชื่อมโยงกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามขยายผล การตรวจพบอาวุธสงครามดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงหนึ่งที่ยังมีอาวุธสงครามจำนวนมากหลงเหลือจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถติดตามได้แล้วก็สามารถระงับยับยั้งไม่ให้กลุ่มคนที่ไม่หวังดีเอาอาวุธสงครามดังกล่าวที่เป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชนไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ส่วนกรณีที่กลุ่มการเมืองเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกพรรค การเมืองนั้น สถานการณ์ในช่วงนี้ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าการดำเนินการก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกรอบโรดแม็ปอยู่แล้ว คิดว่าการที่นักการเมืองออกมาเรียกร้องนั้นก็เป็นบทบาทหน้าที่ของเขาที่ต้องทำ เพื่อให้ประชาชนเห็นและติดตาม คสช.ก็เข้าใจในจุดนี้ แต่เรายังขอความร่วมมือ ทำความเข้าใจพูดคุยกัน ซึ่งทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังเป็นเหมือนเดิม

ปลดล็อกการเมืองขึ้นกับ 3 ปัจจัย

เมื่อถามว่า คสช.จะปลดล็อกให้พรรคการเมืองต้องพิจารณาด้วยปัจจัยอะไร ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า 1.กรอบกฎหมาย และระยะเวลาดำเนินการ 2.สถานการณ์บ้านเมืองที่จะเดินไปตามกรอบกฎหมายมีความสงบเรียบร้อย หรือไม่ และ 3.องค์ประกอบอื่นๆก็อาจจะมีส่วนด้วย แต่ยังไม่ขออธิบายตรงนี้

“ผมขอยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ และโรดแม็ปที่ประกาศเอาไว้ แต่สถานการณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาประเมินด้วยว่าถ้าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้งานอะไรที่สำคัญ งานเร่งด่วนก็ต้องทำ เพราะมีลำดับความสำคัญกำหนดไว้” พล.ต.ปิยพงศ์กล่าว

นปช.ท้าประกาศอยู่ยาวไปเลย

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่าพบความเคลื่อนไหวก่อเหตุรุนแรง อาจต้องเลื่อนเวลาปลดล็อกพรรคการเมืองไปช่วงใกล้เลือกตั้งว่า เมื่อจะลากเวลาออกไปจะมีเหตุผลมารองรับตลอด อ้างความวุ่นวาย คนตีกัน ถามว่าจะมีใครเคลื่อนไหวในเวลานี้ เพราะ คสช.มีอำนาจเต็ม มีมาตรา 44 อยู่ในมือ ถ้าปล่อยให้มีการขนอาวุธมากมายอย่างนั้นก็แย่เต็มทีแล้ว ตอนแรกบอกจะปลดล็อก แต่เมื่อมีเหตุแบบนี้ก็ส่อว่าจะยื้ออำนาจต่อ ถ้าคิดว่าทำดีแล้วขอให้ประกาศออกมาเลยว่าจะอยู่ยาว ไม่ต้องมาอ้างสถานการณ์รุนแรง วันนี้รัฐบาลจะมีความชอบธรรมอยู่ต่อได้อย่างไร เมื่อประชาชนยังแร้นแค้น รัฐบาลต้องหาเงินด้วยการล้วงทุกกระเป๋าในกลไกของรัฐ เช่น เงินของ กสทช. เงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เงินประกันสังคม แถมยังจะยึดเงินฝากของประชาชนในธนาคารที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 10 ปี ล่าสุดยังจะเก็บภาษีจากแม่ค้าตลาดสดที่หาเช้ากินค่ำ

เย้ยผี “โกตี๋” ตามหลอน คสช.ไม่เลิก

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า สงสัยว่าเป็นความตั้งใจของฝ่ายมีอำนาจหรือไม่ เพราะทราบว่าการพบอาวุธที่ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. แต่กลับมีการตีข่าวในวันที่ 29 พ.ย. ทำไมถึงล่าช้า ต้องการปล่อยข่าวนี้ออกมาเพื่อกลบข่าวที่นายกฯไปเสียคะแนนนิยมระหว่างการลงพื้นที่ ครม.สัญจรที่ภาคใต้หรือไม่ และโยงชื่อนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง ทั้งที่มีข่าวว่าหายตัวไป หรือเสียชีวิตไปแล้วเข้ามาเกี่ยวข้องอีกทำไม ผีโกตี๋ยังมาหลอกหลอนคสช.ไม่เลิกเสียที ก่อนหน้านี้ที่มีการจับอาวุธเครือข่ายโกตี๋ทำไมไม่ทำให้สิ้นกระแสความไปตั้งแต่ตอนนั้น และตอนปี 53 ที่กลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบันพบอาวุธสงครามที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร จนมีการแถลงข่าวใหญ่โต แต่สุดท้ายศาลรับฟังไม่ได้ว่าคนเสื้อแดงซุกซ่อนอาวุธในวัดดังกล่าว เที่ยวนี้จะซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นข้อสงสัยว่าเป็นความต้องการของผู้มีอำนาจจะยื้อการปลดล็อกการเมืองหรือไม่

พท.ย้อนประจาน 3 ปี คสช.ล้มเหลว

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุสถานการณ์ยังไม่สงบเพราะพบอาวุธสงคราม อาจยังไม่ปลดล็อกการเมืองว่า คงไม่ต้องทำอะไร เพราะทำอะไรเขาไม่ได้ ก็อยู่ๆกันไป คาดการณ์ไว้แต่ต้นแล้วต้องสะดุดเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นวิถีของมัน อย่าไปคิดอะไรมาก ก็ต้องดูกันต่อไปเพราะยังไม่ถึงกับปฏิเสธว่าโรดแม็ปจะเปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่า การอ้างพบอาวุธสงครามเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นหรือไม่ นายชัยเกษมตอบว่า คนละเรื่อง ถ้าสมมติอ้างว่ายังไม่มีความเรียบร้อย ยังเถียงกันอยู่ ยังมีวาทกรรม มีคนสะสมอาวุธอยู่ ก็ต้องบอกว่าคุณอยู่มา 3 ปี คุณไม่ได้ทำอะไรให้เรียบร้อยเลยหรืออย่างไร หรือทำแล้วไม่สำเร็จ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็อ้างเรื่อยไป อาวุธมาจากที่ไหนก็ยังไม่พิสูจน์ชัด จะขนจากไหนมาวางไว้อีก ไปจับได้อีกเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ และถ้าเป็นอาวุธเก่าก็ไม่เกี่ยวกับปัจจุบัน เพราะไม่มีใครเอาอาวุธมาใช้ ถ้าอ้างด้วยเหตุนี้ ก็เลื่อนได้เรื่อยๆ ตนพูดหลายทีแล้ว เวลาทหารพูดอะไรขอให้รักษาคำพูดหน่อย เพราะความน่าเชื่อถือกับคนไทยและต่างประเทศ คงรับฟังได้ยาก พอไม่น่าเชื่อถือแล้ว มีแต่ทรุดลงๆ

เอือมระอาจับโยงการเมืองตลอด

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องความมั่นคงกับเรื่องการเมืองเป็นคนละเรื่องกัน เมื่อนายกฯประกาศโรดแม็ปเลือกตั้งออกมาแล้ว และกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว มีขั้นตอนต่างๆให้พรรคการเมืองทำตาม ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าตามกฎหมาย เชื่อว่าถ้าปลดล็อกการเมืองแล้วจะไม่เกิดความวุ่นวายจากกลุ่มการเมือง เพราะต้องเอาเวลาไปทำเรื่องที่กำหนดไว้ในกฎหมายลูก ทั้งการสำรวจสมาชิกพรรค ประชุมพรรคเพื่อหากรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และวางแนวนโยบายพรรค เรื่องเหล่านี้มีระยะเวลากำหนดแล้ว ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาแล้ว ถ้าปลดล็อกคงไม่มีเวลาไปทำอะไรอย่างอื่น ดังนั้นคนที่ดูแลความมั่นคงต้องแยกให้ออกระหว่างเรื่องการเมืองกับเรื่องความมั่นคง ถ้ามีใครทำอะไรกระทบความมั่นคงก็จับกุมดำเนินคดีไป ถ้าบอกว่ามีกลุ่มจ้องป่วนแล้วต้องหยุดทุกอย่างทางการเมืองด้วยนั้น เราจะมีทหารตำรวจเอาไว้ดูแลความมั่นคงเพื่ออะไร

จัดฉากระเบิดยื้อเวลาปลดล็อก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอตั้งคำถามว่าการพบระเบิดดังกล่าวหรือเหตุไม่สงบอื่นๆ เป็นการประจานรัฐบาลว่าไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้ได้หรือไม่ เหตุการณ์นี้เป็นระเบิดจัดฉากเพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่ปลดล็อกทางการเมืองหรือไม่ รัฐบาล คสช.มีอำนาจเด็ดขาดมีกฎหมายพิเศษกลัวอะไรถึงไม่กล้าปลดล็อกการเมือง การพบระเบิดและอาวุธมากมายแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเป็นการสร้างสถานการณ์ที่จะตอบสนองต่อการดึงเวลา ยื้อปลดล็อกการเมืองเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองให้กับพรรคพวกของตัวเองหรือไม่ เมื่อปฏิบัติการไอโอกันแบบไม่บันยะบันยัง โดยปราศจากชุดข้อมูลที่เป็นจริงมารองรับ ย่อมส่งผลถึงการปรองดองสมานฉันท์ ที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจและข้อมูลที่ถูกต้อง

คาใจตอบอวยคำถาม 4 ข้อ “บิ๊กตู่”

นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่า ในส่วนของคำตอบจาก 4 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ สปน.เป็นผู้สรุปนั้น มีข้อพิรุธอาจมีการใช้ข้อมูลเพื่อปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโอหรือไม่ ประชาชนเกือบ 70 ล้านคน มีคนที่มาตอบว่าต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อกี่คน มีคนที่ต้องการให้จัดการเลือกตั้งในทันทีกี่คน การเกณฑ์คนไปตอบคำถามเหมาะสมหรือไม่ การสรุปคำตอบ ดำเนินการตามหลักวิชาการ หลักสถิติหรือไม่ สปน.เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญระดับประเทศต้องระมัดระวังในการวางตัวที่ไม่เป็นกลาง แทนที่จะเป็นหน่วยงานที่บริการประชาชน แต่กลับไปบริการหาคำตอบให้กับฝ่ายการเมืองเหมาะสมหรือไม่

“ถาวร” สวนไร้เหตุผลเลื่อนปลดล็อก

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรค ประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุอ้างการข่าวพบมีกลุ่มคนเคลื่อนไหว จึงอาจปลดล็อกการเมืองใกล้เลือกตั้งว่า ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นในคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ส่วนคนอื่นคำพูดไม่มีน้ำหนักเท่ากับนายกฯ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศมาโดยตลอด ทั้งต่อเวทีโลกและสังคมไทยว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 ซึ่งการปลดล็อก ให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่นายกฯต้องดูแลให้ความสำคัญ เพราะเกี่ยวเนื่องถึงความเชื่อมั่น และการเลือกตั้งทั่วไปเป็นเรื่องใหญ่ ไม่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายอาญาของคน หรือกลุ่มบุคคล เพราะทุกประเทศในโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยก็ยังมีคนที่ทำผิดกฎหมายอยู่ทุกวัน ถือเป็นเรื่องปกติ เป็นหน้าที่ของผู้บังคับใช้กฎหมายที่ต้องป้องกันและปราบปรามคนที่ทำความผิดอยู่แล้ว ไม่น่าจะอ้างเป็นต้นเหตุในการเลื่อนโรดแม็ป หรือแม้แต่การเลื่อนปลดล็อกทางการเมือง เพราะถ้านักการเมืองทำผิดกฎหมายบ้านเมือง เจ้าหน้าที่รัฐก็มีอำนาจในการดำเนินการตามกฎหมายได้โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ส่วนตัวจึงยังเชื่อที่นายกฯประยุทธ์ให้คำมั่นที่ถือเป็นสัญญาประชาคมต่อสังคมไทยและสังคมโลกไว้แล้ว

ปชป.ซัดยื้อเวลาซ้ำเติม ศก.ทรุด

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุอาจปลดล็อกช่วงใกล้เลือกตั้ง เพราะด้านการข่าวความมั่นคงยังมีกลุ่มคนเคลื่อนไหวอยู่ว่า การพบอาวุธล่าสุดจะโยงกับกลุ่มโกตี๋อย่างที่ คสช.บอกหรือไม่ อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบให้กระจ่าง คสช.อยู่ในอำนาจมา 3 ปี มีทั้งอำนาจตามกฎหมาย อาวุธ และกำลังพล ไม่ควรเอาเหตุดังกล่าวมาเป็นเหตุการณ์เพื่ออ้างเลื่อนการเลือกตั้ง หรือการปลดล็อก การเปิดเผยผลการสืบสวนสอบสวนที่มีเหตุและผล จึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า จะไปหาเหตุที่จะขยายเวลาการเลือกตั้งหรือปลดล็อก ประเทศชาติอยู่ในภาวะวิกฤติ ทั้งเศรษฐกิจและปากท้อง เมื่อตอนที่ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้ง เห็นชัดว่าหุ้นขึ้นติดต่อกันหลายวัน แต่หากจะประกาศเลื่อนเลือกตั้ง เกรงว่าจะซ้ำเติมระบบเศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้วให้ทรุดกว่าเดิม คสช.มีเวลาอยู่อีกประมาณ 1 ปี น่าจะรีบแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เรียบร้อย ดีกว่าเอาเรื่องราวที่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุมาอ้างเพื่อเลื่อนการเลือกตั้ง เลื่อนการปลดล็อก เรื่องนี้สังคมจับตา ขอให้ระมัดระวัง

ประจานฝีมือ คสช.–จ้องอยู่ต่อ

ด้านนายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คสช.อยู่ในอำนาจมา 3 ปีกว่า ยังไม่สามารถจัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้อีกหรือ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธสงคราม หรือพวกเคลื่อนไหวด้านความมั่นคง อย่ามาอ้างสถานการณ์เหล่านี้แล้วไม่ยอมปลดล็อก ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ยิ่งอ้างยิ่งเป็นกระจกสะท้อนการทำงานของ คสช. รัฐบาล และผู้มีอำนาจ มันแปลว่า 1.ท่านไม่สามารถจัดการปัญหาเดิมๆได้ 2.อีกด้านหนึ่งคือ เป็นการพูดเพื่อหวังอยู่ในอำนาจต่อไปหรือเปล่า อย่าให้สังคมคลางแคลงใจเลย เพราะเมื่อคนคลางแคลงใจเมื่อไหร่ วันนั้นจะเป็นวันที่ พล.อ.ประวิตรและผู้มีอำนาจจะเสียใจ ตนอยากพูดเตือนด้วยความจริงใจ อำนาจทุกอย่างมีอยู่ในมือเบ็ดเสร็จ แต่วันดีคืนดีก็บอกมีอาวุธสงคราม แสดงว่ามันสะท้อนความล้มเหลวในการทำงานตนเอง หรือสะท้อนการอยากอยู่ในอำนาจต่อ ช่วงหลังๆ ท่านรองนายกฯ พูดอะไรสังคมไม่สบายใจหลายเรื่องมากๆ แนะนำด้วยความหวังดีว่าขอให้ทำงาน ดีกว่าพูด ถ้าพูดแล้วเป็นผลลบอย่าพูดดีกว่า

“นิพิฏฐ์” จี้ “บิ๊กป้อม” แจงชัดๆเอาไง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุอ้างการข่าวความมั่นคงว่า มีกลุ่มคนเริ่มเคลื่อนไหวและอาจต้องปลดล็อกการเมืองในช่วงที่ใกล้เลือกตั้งว่า คงต้องให้ พล.อ.ประวิตรชี้แจงต่อสังคมว่าหมายความว่าอย่างไร โดยขอความชัดเจนว่าจะให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ได้อย่างไร ที่จะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ทันกาลและเป็นไปตามปกติ เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าหากยังมีการอ้างเหตุการณ์ หรือความไม่สงบต่างๆ อาจไม่มีการเลือกตั้ง หรือต้องเลื่อนออกไป เพราะผู้มีอำนาจเองยังขู่ที่จะไม่ปลดล็อกทางการเมือง นายนิพิฏฐ์ตอบว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาล คสช.ต้องคิดหาวิธีการและควรอธิบายต่อสังคมให้รับทราบ เพราะ คสช.เป็นผู้มีอำนาจและคิดออกแบบวางกติกากฎหมายมาเช่นนี้เอง ส่วนพรรคการเมืองเป็นแค่ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะเวลานี้กฎหมายพรรคการเมืองเดินหน้าไปตามกระบวนการที่กำหนดในกฎหมายแล้ว แต่คำสั่ง คสช.ยังปิดล็อกไม่เปิดโอกาสให้ปฏิบัติได้ตามกฎหมาย ขนาดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายเองยังเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้กับสื่อมวลชน แสดงว่ายังหาคำตอบไม่ได้ มันจึงมีอะไรที่น่าคิดมากกว่าที่เห็นเป็นข่าว

เตือนระวังคนออกมาเป็นแสนๆ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลื่อนปลดล็อกเป็นสิทธิของ คสช. แต่ต้องดูว่ากระทบสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนขอยกคำพูดของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนที่กล่าวเมื่อเดือน ก.ย.2559 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า “ท่านผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ผมเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ท่านจะให้พลเมืองได้ปกครองตนเองและแก้ปัญหากันเองอีกครั้งหนึ่ง อย่าให้พลเมืองเจ้าของประเทศต้องมาทวง อย่าให้สนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แน่นไปด้วยผู้คนนับแสนๆคนอีก” น่าจะเตือนสติผู้มีอำนาจทางการเมืองในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้า คสช.อยากอยู่ในอำนาจต่อไป ก็ต้องทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีมีสุขและสุขกายสุขใจให้ได้ แต่ความจริงมันตรงกันข้าม ประชาชนยิ่งทุกข์ยากลงทุกวัน แม้จะมีอำนาจตามมาตรา 44 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ไม่มีใครมาทำอะไรท่านได้ แต่ลืมไปว่ามาตรา 44 ของท่านเสกให้ประชาชนปากท้องอิ่ม นอนตาหลับไม่ได้ หมอดูย่านฝั่งธนบุรีคนหนึ่งทำนายว่า 1 ใน 3 ผู้นำ คสช.มีดวงละม้ายคล้ายคลึงกับจอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นอย่างยิ่ง ตนจึงต้องขอบอกกล่าวท่านผู้มีอำนาจเสียแต่เนิ่นๆ

ชทพ.ข้องใจอาวุธโยงปลดล็อก

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า กรณีที่ คสช.ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมนั้น วันนี้ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม จริงอยู่ถึงแม้ว่าตัวเองจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มีมาตรา 44 อยู่ในมือ บอกว่าดีเลย์ไปนานแค่ไหนก็สามารถชดเชยเวลานั้น โดยใช้มาตรา 44 ดำเนินการได้ แต่ถามว่าความสง่างามและความเหมาะสมกับสถาน-การณ์ในตอนนี้มันจะคุ้มหรือไม่กับสิ่งที่นายกฯจะทำอย่างนั้น ตราบใดที่ยังไม่ประกาศปลดล็อกก็จะอึมครึมอยู่อย่างนี้ และแต่ละคนยังไม่มีใครเชื่อมั่นว่าจะเลือกตั้งในปี 61 จริงหรือไม่ เพราะวันนี้คุณยังไม่ได้ทำอะไรเลยทั้งที่กฎหมายเดินไปแล้ว ส่วนที่บอกว่ายังไม่ปลดล็อกเพราะสถานการณ์ยังไม่สงบ พบเจออาวุธนั้น ความจริงไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่น่าเป็นเรื่องความมั่นคง พบอาวุธเกี่ยวกับพรรค การเมืองตรงไหน ไม่มีเหตุผล

ชี้เหตุผลไม่เอานายกฯคนนอก

นายสมศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีสองพรรคการเมืองใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกัน ไม่เอานายกฯคนนอกว่า พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ขืนบอกว่า จะเอาคนนอกพรรคมาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่ผลักดันคนในขึ้นมา ถามว่าประชาชนจะมีความรู้สึกอย่างไร จึงไม่มีพรรคไหนที่จะมาบอกว่า หลังเลือกตั้งแล้วจะเอานายกฯคนนอกเข้ามา ยกเว้นพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนนายกฯที่มาจากคนนอกเท่านั้น เช่น กรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน กับพวกได้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ และประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก แต่นี่ไม่ใช่พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเก่าแก่และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด

“มีชัย” ร้อนใจ คสช.ไม่ปลดล็อก

ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์กรณี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดให้พรรคการเมืองต้องอัพเดตสมาชิกพรรคการเมืองภายใน 90 วัน ที่จะครบในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ แต่ยังไม่มีการปลดล็อกกิจกรรมทางการเมือง ว่า ตนร้อนใจไปกับพรรคการเมือง แต่ถ้ามีความจำเป็นสามารถแก้ไขกฎหมายได้ ไม่มีอะไรตายตัว ตอนนี้ยังไม่รู้ว่า คสช.จะทำอย่างไร คงต้องไปถามหัวหน้า คสช. เมื่อถามว่า การปลดล็อกพรรคการเมืองจำเป็นต้องรอให้กฎหมายลูกออกมาทุกฉบับหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า กฎหมายลูกมีหลายฉบับ อะไรออกมาใช้บังคับแล้วสามารถปฏิบัติได้ ไม่ต้องรอให้ครบทุกฉบับ อะไรที่ทำได้ก็สามารถทำได้เลย เมื่อถามย้ำว่ากรณี คสช.ยังไม่ปลดล็อกจะกระทบกับพรรคการเมืองที่ไม่ได้ทำตามกฎหมายลูกหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า มันคนละส่วนกัน เพราะอำนาจมาคนละทางกัน ที่จริงแล้ววันนี้พรรคการเมืองสามารถทำอะไรได้อยู่ เช่น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า การที่ คสช.ยังไม่ปลดล็อกทำให้ขัดกับกฎหมายลูกที่บังคับใช้แล้วนั้น คงต้องไปถาม คสช. เมื่อถามย้ำว่า เมื่อเป็นเช่นนี้เท่ากับว่า คสช.กำลังทำผิดกฎหมายอยู่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่ผิด เพราะ คสช.เขามีอำนาจของเขา อีกทางหนึ่ง

รับต้องยกร่าง รธน.60 ตามโผ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวเปิดงานและบรรยายภาพรวมรัฐธรรมนูญ ในโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้แก่สื่อมวลชน ที่จัดโดยกรธ.และ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ไทย ว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจในทุกเรื่อง เพื่อไม่ให้เข้าใจว่า กรธ.พยายามหมกเม็ดบางประเด็น ที่ผ่านมาตนเขียนกฎหมายมาหลายฉบับ ไม่เคยมีโผ ยกเว้นการเขียนรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 35 กำหนดสิ่งที่รัฐธรรมนูญจะต้องมีไว้ 10 ประการ ปัญหาของประเทศไทยอย่างหนึ่งคือความเป็นระเบียบเรียบร้อย กรธ.คิดว่ามาจาก 2 สาเหตุ คือ 1.ประชาชนยังขาดวินัย และ 2.การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด เราจึงให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา สร้างคนให้มีวินัย กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปตำรวจ ที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี ถ้าไม่สำเร็จการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจต้องยึดระบบอาวุโส อย่างไร ก็ตาม กรรมการท่านหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) กำลังเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าการขึ้นเงินเดือนให้ตำรวจถือว่าได้ทำงานปฏิรูปตำรวจเสร็จ เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนเป้าหมายไว้ชัดเจน โดย กรธ.กำลังเฝ้ามองว่าจะมีคนโต้แย้งว่าการปฏิรูปตำรวจไม่ใช่สิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ โดยหน่วยงานที่จะเป็นผู้ชี้ขาดว่าการปฏิรูปเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ

เชิญ “มาร์ค พิทบูล” ปรับทัศนคติ

วันเดียวกัน พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) และทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า เจ้าหน้าฝ่ายความมั่นคงของ คสช. ทั้งตำรวจ ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ในพื้นที่ และทหารจากมทบ.11 ได้เดินทางไปบ้านพักของนายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล เพื่อเชิญตัวมาพูดคุยที่ มทบ.11 ในวันที่ 2 ธ.ค. เวลา 11.00 น. เนื่องจากที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ได้ ติดตามดูการใช้โซเชียลมีเดียของนายมาร์ค พิทบูลมาตลอด พบว่าระยะหลังมีการใช้ถ้อยคำผรุสวาท หยาบคายโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย วุ่นวาย เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเชิญตัวนายมาร์ค พิทบูลมาพูดคุยทำความเข้าใจและขอความร่วมมือว่าในช่วงนี้ไม่ควรใช้ถ้อยคำในลักษณะโจมตีกล่าวหาให้ร้ายก่อให้เกิดความวุ่นวาย ในลักษณะยุยง ปลุกปั่น ต่อมาเวลา 16.10 น. เจ้าหน้าที่ได้พานายณัชพลไปส่งที่บ้านพักเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายณัชพลให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยไม่ได้มีการลงนามข้อตกลงอะไรร่วมกัน เป็นเพียงการพูดคุยขอความร่วมมือ ส่วนการดำเนินคดีความนั้นเป็นเรื่องของบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับการพาดพิงจนเกิดความเสียหายเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายเอง

“ลูกหมี” เดี้ยงแขน–ขาอ่อนแรง

อีกด้านหนึ่ง กรณีมีเพจเฟซบุ๊กของกลุ่มการ เมืองหนึ่งระบุว่า นายจุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส. กำลังป่วยหนัก มีสภาพเป็นผักเพราะเส้นโลหิตแตกนั้น ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามอาการจากนายจุมพล เจ้าตัวระบุว่า หายเป็นปกติแล้ว ไม่มีอาการอ่อนแรงใดๆแล้ว แต่ต้องทำกายภาพเพื่อฟื้นฟูกำลัง และพูดคุยได้ปกติ ไม่ได้ป่วยหนักตามที่มีข่าวลือในสื่อโซเชียลแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายจุมพลเป็นโรคความดันสูง และลงพื้นที่หนักช่วงต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา จนเกิดอาการแขน ขา อ่อนแรงด้านซ้าย ญาติจึงพาเข้ารับการรักษาที่ รพ.วิรัชศิลป์ ซึ่งเป็น รพ.เอกชนใน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาย้ายมารักษาตัวที่ รพ.ศิริราช ระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย. กับแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งได้ทำซีทีสแกนและเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอ จนพบว่าเส้นโลหิตฝอยตีบเฉียบพลัน เป็นสาเหตุทำให้แขนขาซีกซ้ายอ่อนแรง และทำการรักษาพยาบาลอาการและทำกายภาพบำบัดจนดีขึ้น จึงย้ายออกไปพักผ่อนต่อที่บ้านพักใน กทม.ตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

แกนนำต้านโรงไฟฟ้าลุยค้านต่อ

ด้านความเคลื่อนไหวต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้านั้น หลังจากแกนนำเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินได้รับประกันตัวจากศาลจังหวัดสงขลา ล่าสุดแกนนำทั้ง 15 คนได้จัดเวทีเสวนา “จดหมายจากเทพา ที่นายกฯไม่ได้อ่าน” ที่ตึกคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต หาดใหญ่ โดยมีผู้เข้าร่วมฟังจำนวนมากซึ่งเป็นการนำข้อเรียกร้องที่เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน มาพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ ประเด็นที่สำคัญคือการนำเรื่องกระบวนการทำผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาหารือ โดยนายเอกชัย อิสระทะ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ เปิดเผยว่า อยากให้รัฐบาลทบทวนขั้นตอนกระบวนการทำเรื่องสิ่งแวดล้อมใหม่ เนื่องจากเห็นว่าขั้นตอนหรือกระบวนการทำที่ผ่านมาไม่โปร่งใสโดยเฉพาะของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่มเป็นการทำของเฉพาะคนบางกลุ่ม จากนี้ทางเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีฯยังขับเคลื่อนการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาต่อไป

ชพน.ฝาก ครม.ใหม่ดูแลคนจน

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจหลัก เน้นการลงทุน การส่งออก และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ตัวเลขการขยายตัวด้านเศรษฐกิจดีขึ้น เราเห็นว่าเมื่อมีการปรับ ครม. เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้เร็วขึ้นภายใต้เงื่อนไขของระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาล ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น จึงขอฝาก ครม.ใหม่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจรากหญ้า ดูแลคนยากจนในชนบท เพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาความยากจน ยกระดับราคาพืชผลการเกษตรและมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตรอย่างเร่งด่วน ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างจริงจังเพื่อกระจายรายได้สู่ชนบทและก่อให้เกิดความยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจของชาติเพราะเป็นจุดแข็งของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ปลื้ม กทม.สุดยอดจุดหมาย 2 ปีซ้อน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีกับกรุงเทพมหานครและคนไทยทั้งประเทศ หลังจากมาสเตอร์การ์ดมอบโล่ให้กับกรุงเทพมหานคร ในฐานะเมืองที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากผลสำรวจสุดยอดจุดหมายปลายทางโลก ประจำปี 2560 นายกฯสนับสนุนให้ กทม. รักษาระดับความนิยมทุกรูปแบบของนักเดินทาง โดยเฉพาะให้กวดขันเรื่องความปลอดภัย และการเอารัดเอาเปรียบที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวเบื่อหน่าย นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีที่ กทม.ได้รับคัดเลือกจากสโมสรฟุตบอล “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้เข้าร่วมโครงการ Citizens Giving ชิงเงินรางวัลการกุศล 400,000 ปอนด์ เพื่อสนับสนุนโครงการสร้างสนามฟุตบอลในเมืองใหญ่และคัดเลือกเยาวชนเล่นฟุตบอลช่วยลดปัญหาสังคม ร่วมกับอีก 5 เมือง คือแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ นิวยอร์ก ซิตี้และลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และกว่างโจว ประเทศจีน สำหรับการได้รับคัดเลือกครั้งนี้ เกิดจากการที่ กทม. และ Right To Play Thailand องค์กรพัฒนาเอกชนนานาชาติในประเทศไทย ริเริ่มโครงการ Not Just For Kicks เพื่อใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อช่วยสร้างการเรียนรู้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีฝากขอบคุณและชื่นชมที่ช่วยกันดูแลและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนไทยอีกแรงหนึ่ง โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมโหวตให้กับโครงการของไทยได้ตามช่องทางของสโมสรฟุตบอลดังกล่าว

“โอ๊ค” ชี้ “ชินวัตร” อยากเลิกการเมือง

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เป็นธรรมเนียมที่ทุกปี ผมจะต้องกราบคุณพ่อคุณแม่ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครับ 10 กว่าปีที่ผ่านมา อาจไม่สามารถกราบคุณพ่อได้ตรงวัน แต่ผมก็จะต้องรีบไปกราบท่านทันทีที่มีโอกาสได้เดินทาง 10 ปีผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ผมและทุกคนในครอบครัว ยังยืนยันคำเดิมว่า เราเพียงแต่ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา โดยที่ไม่มีคนหนึ่งคนใดในครอบครัว ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย...แม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นไปได้จริง จะเป็นของขวัญที่มีคุณค่ามากที่สุด สำหรับผมและครอบครัวครับ”