วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจ ฟลุค เกริกพล สิ้นลายคาสโนว่าหยุดที่ นาตาลี แล้ว?! (คลิป)

รายการ “ยิ่งศักดิ์ ยิ่งแซ่บ” ทางช่องโมเดิร์นไนน์ วันที่ 28 พ.ย. 2560 นักแสดงหนุ่มหล่อหน้าใส ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช เผยถึงความรู้สึกหลังถูกตั้งฉายาว่า “คาสโนว่าเมืองไทย” เพราะด้วยข่าวคราวกับสาวๆ ที่มีต่อเนื่องในอดีต ไปจนถึงสาเหตุที่ต้องเลิกรากับ โบ ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ แต่ยังคงสามารถประคับประคองสถานะพ่อแม่ลูกให้กับ น้องอชิ ลูกชายได้ดี ทำให้ น้องอชิ อบอุ่นและรู้สึกว่าไม่ขาดอะไร และรวมถึงสาเหตุที่ ฟลุค ให้เงินเดือน น้องอชิ ใช้เดือนละ 2 หมื่น ไปจนถึงเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่า ฟลุค สิ้นลายคาสโนว่า หยุดหัวใจไว้ที่นักแสดงไฮโซสาว นาตาลี เจียรวนนท์ คบหาดูใจมานานถึง 7 ปีเพราะอะไร และจะมีข่าวดีเมื่อไหร่ด้วย

ยังหน้าเด็กอยู่เลย ดูแลตัวเองยังไง?
“ก็รักษาความสะอาดปกติ นอนให้พอดี ให้มันไม่ง่วงมากครับ ถ้าต้องตื่นเช้าก็หาเวลางีบนิดหน่อย ผมว่าเรื่องนอนเป็นเรื่องสำคัญ อากาศถ้าต้องไปเผชิญแดดก็ไม่ค่อยดี ทำให้ผิวกร้าน แก่เร็ว พยายามหลีกเลี่ยงอะไรพวกนี้ครับ”

ถามถึงเรื่องการเข้าวงการบันเทิง ตอนนั้นเล่นละครเรื่อง “ลัดฟ้ามาหารัก” ใช่ไหม?
“ใช่ครับ เป็นละครเรื่องแรก เป็นพระเอก คือสมัยก่อนมีแมวมอง เขาก็จะชวนเราไปถ่ายแบบเดินแบบ จากนั้นสเตปต่อไปก็เล่นมิวสิกวิดีโอครับ ส่วนละคร “ทอฝันกับมาวิน” เป็นเรื่องที่น่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีที่สุด คิดว่าดังสุดตั้งแต่เคยเล่นมาครับ”

เห็นว่ามีอัลบั้มเพลงด้วย?
“ตอนนั้นก็เล่นละครก่อนครับ สมัยยุค 90 บุคลากรส่วนใหญ่ที่เข้ามาเขาจะไม่ได้เป็นแค่นักแสดง ทุกคนจะต้องร้องเพลงได้ จะต้องเดินแบบ เล่นมิวสิกฯ ต้องทำทุกอย่าง คือเมื่อก่อนทรัพยากรคนเหล่านี้น้อย ช่องก็น้อย พอคนรู้จักแล้ว เขาก็อยากจะให้ทำทุกอย่าง เราก็ต้องไปหัดเรียนร้องเพลง อย่างตอนนั้นผมไปอยู่กับพี่บอย เขาก็ส่งไปเรียนแอ็กติ้ง เรียนเต้น ร้องเพลง ทุกวันผมไม่เคยหยุดเลย”

แล้วอยู่ๆ ทำไมถึงได้ฉายาว่า “คาสโนว่า” คนแรกๆ ของเมืองไทย?
“อาจจะเป็นเพราะว่าในช่วงนั้นเนี่ยสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลายเยอะ เริ่มมีข่าวรายวัน พอเริ่มมีแบบนี้ขึ้นมา ผมเดาว่าเนื่องจากบุคลากรดารารุ่นแบบนี้มีไม่พอ มันก็เลยต้องจับสักคนขึ้นมามั้ง อาจเป็นเพราะผมเป็นคนพูดตรง ถ้าถามว่าเป็นแฟนมั้ยก็บอกว่าเป็นแฟน แล้วมันไม่ค่อยมีคนพูดแบบนี้ในสมัยนั้น ผมไม่ชอบโกหก ผมโกหกไม่เก่ง”

แต่เราบอกว่าใช่บ่อยเกินไปจนเขาตั้งฉายารึเปล่า?
“ไม่ สมมติเราเป็นแฟนใคร เราก็บอกว่าใช่ แต่บางทีมันก็มีข่าวมีภาพที่เขาถ่ายมา เราอาจจะเดินกับใครสักคน บางทีเราบังเอิญเจอกันจริงๆ โดยที่เราไม่ได้คบกัน แต่พอมีภาพออกไปก็กลายเป็นว่าไปกับคนนี้ บางทีเราไปกับเพื่อนของเรา เขาไปกับเพื่อนของเขา แล้วเจอที่เดียวกัน คนที่เป็นที่รู้จักคือเรากับเขา เขาก็พูดถึงว่านี่มาด้วยกัน แต่จริงๆ ไม่ได้มาด้วยกันและไม่ได้เป็นแฟนกันด้วย

แต่ข่าวไปออกหลังนั้นเพราะกว่าจะตีพิมพ์ออกมาอีก มันไม่ใช่เดี๋ยวนี้ที่สามารถออกผ่านอินสตาแกรมเลย สมัยนั้น 2-3 อาทิตย์ถึงจะออก พอเพิ่งออกแล้วจริงๆ ผมอาจจะไปคบกับใครสักคนหนึ่ง แล้วกลายเป็นข่าวว่าอ้าว ไอ้นี่คบซ้อน ซึ่งไม่ใช่ มันไม่มี แต่มันเป็นแค่ภาพคนเห็นหรือถ่ายรูปไว้พอดี มันเลยกลายเป็นว่าจะคาบเกี่ยวอะไรแบบนี้บ่อยๆ จนเหมือนว่าไอ้นี่เป็นคาสโนว่า”

แต่เราก็ต้องเปลี่ยนสาวบ่อย ข่าวตีพิมพ์ไม่ทันเลยนะ?
“ไม่จริง เมื่อก่อน 2 ปีหรือปีนึงคนนึงนะ หรือ 3 ปีด้วยนะบางที”

ถามตรงๆ เลย คบซ้อนมากที่สุดกี่คน?
“คบซ้อนไม่ค่อยมี แต่จะเป็นคบตอนที่ยังไม่ได้เลือกเป็นแฟนไง สมมติเราเดตคนนี้อยู่ ช่วงนี้แหละที่จะเป็นข่าวเยอะ สมมติเราไปกินข้าวกับใครสักคน คุยกันรู้เรื่อง ชอบ ครั้งต่อไป ไปกินข้าวกันต่ออีกที พอไปครั้งที่ 3 เหมือนจะเริ่มไม่ค่อยมีอะไรคุยละ มันคงไม่ใช่มั้ง พอจบเราก็ไปคุยกับอีกคนนึง ไปดูหนังยังไม่ได้คุยอะไร วันต่อมาไปกินข้าวกับเขา คนเห็นอีกแล้ว ก็จะอ้าว 2 คน ก็คนนี้จบไปแล้วไง แต่ข่าวมันไม่ทัน เห็นมั้ยผมไม่ได้ผิด”

เยอะมากจนข่าวตามไม่ทัน?
“ไม่ใช่ เราว่างก็ไปกินข้าวกับคนนึง พอเราเลิกกินข้าวกับคนนี้ก็ไปกินข้าวกับอีกคนนึง”

ภูมิใจมั้ยกับคำว่าคาสโนว่า?
“ไม่ได้ภูมิใจ แต่ก็ดีกว่าเป็นอย่างอื่น คือปลอดภัยว่าอย่างน้อยคือเฮ้ย ไอ้นี้ไม่มีใครมองว่าเป็นตุ๊ดอะ เราเป็นผู้ชาย แล้วสมัยก่อนจะมีข่าวต่างๆ ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้รึเปล่า แต่ผมไม่เคยมีข่าวแบบนั้นออกมา (คาสโนว่าถือว่าเบาสุด?) ใช่ ถือว่าดีกับเราสุด ดีกว่าเป็นอย่างอื่นน่ะ”

แต่ข่าวคาสโนว่าเหมือนจะหยุดทันทีตอนประกาศจะแต่งงานกับโบ ชญาดา?
“จริงๆ แล้วผมจะแก้ตัวอยู่เสมอนะว่าไม่ได้เป็น แต่น้อมรับมาเพราะเขาพูดมาแล้ว เพราะพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ เราก็เออ เป็นก็ได้ แล้วพอแต่งงานก็ไม่มีจริงๆ ครับ ก็มีลูกชาย 1 คน คือ คือน้องอชิ ตอนนี้ 14 ปีแล้วครับ”

แล้วทำไมความรักครั้งนั้นถึงไปไม่รอด?
“ก็มันโตขึ้น คือเราคบกันมันเกิดจากความรัก แต่พอเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราต่างโตกันไปคนละทาง มันต่างมากซะจนเราคิดว่าทำไมเราต่างได้ขนาดนี้ สิ่งที่เราชอบเหมือนกันมันน้อยกว่าสิ่งที่เราชอบไม่เหมือนกัน มันก็เลยอยู่ด้วยกันแล้วทะเลาะกันเยอะ ก็เลยคิดว่าแยกกันอยู่ไหม พอแยกกันอยู่สักปีนึง ความรู้สึกก็เลยกลายเป็นเพื่อนกันไปเลย”

ขอชื่นชมว่าถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ฟลุคก็รักลูกและสามารถประคับประคอง 2 ครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่ได้?
“ในช่วงแรกๆ เหมือนครอบครัวทั่วไปคือไม่ค่อยคุยกัน แต่เนื่องจากการที่เรามีลูกมันไม่เหมือนกับคนปกติที่เป็นแฟนและเลิกกันที่จบกันไปได้เลย พอเป็นคุณโบเนี่ย มันไม่สามารถจะตัดขาดกันได้ ทุกอาทิตย์เราต้องมีการส่งลูกไปมา บางทีเราต้องไปประชุมผู้ปกครอง ดังนั้นเราเลยตัดสินใจว่าถ้าเป็นเรื่องของลูก เราก็ไปด้วยกัน ทีนี้มันก็ต้องมองหน้ากันมากกว่าคนปกติครับ เราก็ต้องถามกันตลอด ต้องแจ้งเขาตลอดว่าจะพาลูกไปไหนทำอะไร เขาก็โอเคจะได้วางแผนชีวิตเขา บางทีบอกเขาว่าจะพาลูกไปอังกฤษ ไปฮ่องกง เขาก็บอกว่าไปด้วย อยากไปเหมือนกัน

ทริปแรกที่เริ่มมาจากอเมริกา เพราะว่าผมไปนาน เขาก็ไปนาน คือเขาไปเรื่องงานแต่งงานครอบครัว ผมเองก็อยากไปพอดี พอไปก็รู้สึกว่าเอ๊ะ มันจะทำยังไงให้เราอยู่กับลูกบ้าง มันก็เลยเกิดเหตุที่พอเราไปก็เลยมีการแบ่งลูก สมมติเราบินไปกับลูก พอถึงครึ่งทางก็เอาไปอยู่กับเขา 3-4 วัน แล้วเดี๋ยวกลับกับเขา”

ชีวิตครอบครัวไปไม่รอด แต่ความเป็นพ่อแม่ไปรอด เราคิดยังไงถึงออกมาในมุมนี้?
“มันง่ายที่สุดคือถ้ามีบรรทัดฐานเดียวคือคำว่ารักลูกก่อน มันจะมีสิ่งนึงที่ยอม เพราะว่าคนเราเกิดมาทุกคนมันเห็นแก่ตัว แต่พอเริ่มเป็นพ่อแม่คน สิ่งนึงที่คนส่วนใหญ่ 99% จะเปลี่ยนไปคือเริ่มเห็นแก่คนอื่น คือจะเข้าใจว่าเราเกิดมาต้องให้เขา มันเหมือนเรามีหน้าที่ต้องดูแล ผมว่าพ่อแม่ทุกคนจะมีความดีขึ้นกว่าตอนที่ยังไม่เป็นพ่อแม่

เราต้องรู้เสมอว่าลูกเราไม่ได้ทำผิดอะไร การที่เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ ทำไมเราต้องไปแบ่งลูก ทำไมต้องไปด่าพ่อหรือแม่ของลูกให้ลูกฟัง ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราควรจะเชียร์ซึ่งกันและกัน ผมรู้สึกอยู่เสมอว่าการที่เราอยู่ด้วยกันพ่อแม่ลูกมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดถ้าคุณทำได้ แต่ในเมื่อทำไม่ได้ มันก็มีข้อดี

สมมติพ่อทำธุรกิจเจ๊ง แต่แม่ยังดี และพ่อก็เชียร์แม่ดี ลูกก็มีที่พึ่ง นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของลูก แต่ถ้าธุรกิจของพ่อดี แม่ไม่ดี ก็ดูแลลูกได้ ผมว่าอย่างน้อยลูกก็ไม่เคว้งคว้าง แล้วเราทั้งสองฝ่ายข้อดีก็คือมีเวลาส่วนตัว แต่พอถึงเวลาเราก็อยู่กับลูกหมด ถ้าผมไม่อยู่ เขาก็อยู่กับลูกทั้งหมด

แต่เวลาเราไปเที่ยวด้วยกัน หลายคนจะเอ๊ะ ไปอยู่กันยังไง แต่คือเราอยู่ด้วยกันในที่นี้ไม่ได้หมายความว่านอนห้องเดียวกันนะ เรานอนคนละห้อง บางทีนอนคนละโรงแรมด้วย อย่างไปฮ่องกงเรายังเลือกอยู่คนละเกาะเลย อาหารบางมื้อเราไม่ควรเอาเด็กไป ผมก็จะบอกว่ามื้อนี้ผมไปกับลี แล้วยูเอาลูกไปนะ จบ เพราะถ้าลูกไปลูกก็ไม่แฮปปี้ แล้วเราจะมีพี่เลี้ยงเด็กคนไหนที่ดีเท่าแม่ของเขา”

ครอบครัวของโบและนาตาลีแฮปปี้ไหมที่เราทำแบบนี้?
“ตอนแรกมันเป็นอะไรที่ต้องจำยอมก่อนไงครับ แต่เขารู้อยู่แล้วละเพราะว่าก่อนที่จะคบกันผมก็มีน้องอชิ เขาก็ต้องรู้ในระดับนึง แต่พออยู่ด้วยกันไปนานๆ เกิดความเคยชิน ผูกพัน เกิดความรัก แน่นอนว่าคุณโบกับคุณแบงค์เองก็มีความคล้ายผมในระดับนึง คือคนที่เคยเป็นอดีตภรรยา เราต้องเคยชอบอะไรเขาสักอย่างหรือต้องมีอะไรคล้ายกัน ดังนั้นเราก็จะจำเฉพาะในส่วนที่เราคล้ายกันครับ”

ถามถึงนาตาลีบ้าง เป็นแฟนกันมากี่ปีแล้ว?
“ตอนนี้น่าจะเข้าปีที่ 8 แล้วครับ แต่เรานับไม่ตรงกัน เราไม่มีวันครบรอบครับ”

ไปรู้จักได้ยังไง?
“จริงๆ รู้จักกันอยู่แล้ว เป็นเพื่อนที่เรียนกับน้องสาวผม และเคยชอบอยู่แล้วว่าน่ารักดี แต่ไม่ได้มีโอกาสเจอหรือจีบอะไรเพราะว่าตอนนั้นเขาเรียน ม.ธรรมศาสตร์ แล้วมันไกล เราเป็นเพื่อนกันก่อน ตอนที่ผมโสดใหม่ๆ แล้วไปมีแฟนและเลิกอีกที ผมก็โสด เขาก็เลิกกับแฟนพอดี แต่เรารู้จักกันก่อน เราเคยไปกินข้าวด้วยกันตอนที่เราเป็นแฟนของอีกคนนึง แล้วเราเป็นเพื่อนกันตอนนั้น พอมาเจอกันอีกครั้งต่างคนต่างว่างพอดี เราก็ไปกินข้าวแบบเพื่อนปกตินี่แหละครับ”

แล้วมาเป็นแฟนกันได้ยังไง?
“แต่เราไม่เป็นเพื่อนที่ซี้กันมากมาก่อนไง เราไปกินข้าวกัน 2-3 ครั้งและไปหลายคน เราก็รู้สึกว่าคนนี้น่ารักดี คุยไปคุยมาแล้วรู้สึกว่าชอบอะไรคล้ายกัน จนพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นแฟนกัน”

ตอนเป็นโสดใหม่ๆ แล้วต้องรีบหาใหม่เลยไหม?
“ก็เป็นครับ เหงาๆ แต่ถ้าเทียบกับตอนเด็กๆ ต่างเยอะมาก นิ่งกว่าเดิมเยอะ เหงาน้อยกว่าเดิมเยอะ ถามว่าคบผู้หญิงแก้เหงาเยอะไหม มันไม่ถึงขนาดนั้น ถามว่ามีคนที่แค่ไปกินข้าวด้วยก่อนคบนาตาลีเยอะไหมก็เยอะครับ พอสมควร คือคนที่เป็นแฟนก็คือเป็นแฟน แต่คนที่ไม่ใช่แฟนก็แค่คุยแล้วจบครับ”

คบกันมา 7 ปีแล้วกลัวอาถรรพณ์เลข 7 ไหม?
“ก็ได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วแต่ไม่ได้คิด คือคิดตอนปี 4 ว่ามันต้องแย่แน่ๆ เพราะในชีวิตไม่เคยมีใครคบถึง 7 ปีสักคนเลย คนนี้คือคนแรก พอปีที่ 5-6 และมาปีที่ 7 ได้เกินครึ่งปีผมลืมนึกถึงอาถรรพณ์ 7 ปี ตอนนี้ยังไม่ผ่านแต่ใกล้แล้ว ถ้านับตามผมอะผ่านแล้ว เพราะผมคิดว่าเป็นแฟนกันตอนต้นเดือน ธ.ค. แต่เขาบอกว่าต้น ม.ค. ครับ”

นาตาลีดียังไง ทำไมเราถึงหยุดที่เขา?
“เขาเป็นคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจมากที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเราจะต้องระแวงอะไร สอง เป็นคนดีจริงๆ ชอบทำบุญ จิตใจดี เรารู้สึกปลอดภัยไปหมด แล้วเรารู้สึกว่าลูกเราที่อยู่ใกล้ๆ เขาก็ปลอดภัย คือเขาไม่ได้คิดร้ายกับใคร”

ฟลุคไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่เคยเอาอกเอาใจ?
“จริง ผมเป็นตอนจีบ (หัวเราะ) ตอนนั้นจำเป็น ผมเห็นไม่ค่อยตรงกับคนอื่น คือผมไม่ค่อยชอบอะไรที่สิ้นเปลืองไร้สาระ ผมรู้สึกว่าทำไมต้องซื้อดอกไม้ ทำไมไม่ซื้อไอโฟนสักเครื่อง หรือซื้ออะไรที่เขาได้ใช้ หรือซื้ออะไรที่มันมีมูลค่า ผมก็มีให้บ้าง แต่ผมน่าจะเป็นคนที่ให้น้อยที่สุด เพราะผมเห็นว่าสิ้นเปลือง คือถ้าจะให้เนี่ยเอาตังค์ไปเลยดีกว่า เราก็อธิบายให้เขาฟังตลอด เขาก็บอกว่ายูบ้ามาก ไม่มีใครเขาทำแบบยูกัน แต่ผมไม่ได้ให้ตังค์นะ ผมแค่บอกว่าถ้าจะต้องให้ก็เอาตังค์ไปเลยเหอะ”

เคยคิดจะแต่งงานอีกครั้งไหม?
"คิดมาตลอด แต่ผมยังสรุปไม่ได้เพราะว่าเราเดินทางเยอะ ผมเป็นคนวางแผนชีวิตไกลมาก ล่าสุดเราแพลนที่แน่นๆ ถึงเดือน ต.ค.ปีหน้าแล้ว แล้วเราจะมีว่างเดือน 2 เดือนที่เตรียมจะไปถ่ายรายการหนีเที่ยวของเรา ผมก็จองเรือเดือน พ.ค. 2019 แล้ว ที่ต้องแพลนล่วงหน้าเพราะจะได้ถูก เราใช้ไมล์บินฟรีแล้ว"

ถ้าจะแต่งงานใหม่ เราก็ต้องบอกน้องอชิไหม?
“ผมว่าไม่ต้องบอกนะเพราะน้องก็รู้อยู่แล้ว ลีเขาก็อยากมี ผมมีหรือไม่มีก็ได้ แต่การที่มีลูกแล้ว ครอบครัวเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดที่สุด ถ้าเราหัวเดียวกระเทียมลีบจนตาย ผมเลยคิดว่าถ้าเราจะต้องจนลงเพื่อมีน้องให้กับอชิก็ควรมี ที่คิดว่าจนลงเพราะค่าเรียนมันแพงมาก ปีนึงเป็นล้าน และกว่าจะเรียนจบอีก

ถ้าเราอยากมีรากฐานให้ลูก เราก็อยากให้อะไรที่ต่อให้เขา ถ้าพ่อแม่มีกำลัง มันควรจะเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องให้ลูกในระดับนึง แต่ถ้าพ่อแม่ไม่มีไม่ผิด เพราะดูแลเต็มที่แล้ว ถ้าเรามีก็ต้องให้ลูก และต้องให้ตอนเขากำลังสร้างตัว ไม่ใช่ให้ตอนตายแล้ว ตอนนี้ผมก็ลงทุนเรื่องหุ้นให้เขาแล้ว และให้เขาเรียนรู้วิธีการเก็บเงินตั้งแต่เด็กๆ”

เคยคิดมั้ยว่าเลี้ยงลูกดีเกินไป ให้ลูกจนครบ ไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลย?
“คิด มันเป็นอะไรที่ยากมาเลยว่าพ่อแม่สมัยนี้จะเลี้ยงลูกยังไงให้ไม่เกิดคำว่าพ่อแม่รังแกฉัน ผมเคยเขียนไปในคอลัมน์นึงว่าอะไรคือความพอดี ถ้าเราให้ลูกน้อยไปหรือไม่ให้ ลูกอุตส่าห์เกิดมาเป็นลูกเรา ถ้าเราให้น้อยไป มันเหมือนเราไปตัดทางลูก นั่นคือความผิดพ่อแม่ พ่อแม่รังแกฉัน แต่ถ้าให้ลูกเยอะไป มันก็เป็นความไม่ดิ้นรน แล้วลูกก็ไม่เก่ง รอแต่แบมือขอพ่อแม่ อะไรคือความพอดี อันนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องตอบโจทย์ให้ถูก

ทุกสิ่งอย่างต้องเริ่มจากคิดว่าความพอดีคืออะไร ความพอดีคือลูกควรจะมีในสิ่งที่ลูกควรจะมี ด้วยความเป็นพวกเราก่อน ถ้าฐานประมาณนึง เราก็ควรให้ประมาณเดียวกับเรา แต่เราต้องทำให้เขาเข้าใจด้วยว่าสิ่งที่เขาได้คือมันเหนือจากสิ่งที่คนปกติได้รับ และเราก็ควรมีข้อเปรียบเทียบจากคนที่ให้มากกว่าเรา เราก็ให้เห็นว่าเขามีมากกว่า ส่วนคนที่มีน้อยกว่าเขาก็ได้น้อยกว่า คือลูกต้องเข้าใจว่าถ้าเขาได้น้อยก็ต้องเข้าใจได้เพราะครอบครัวเรามีน้อยกว่าคนอื่น”

เห็นว่าให้เงินลูกเดือนละ 2 หมื่นจริงมั้ย?
“จริง แต่ว่าผมมองในมุมว่ามันเป็นการจ่ายค่าเรียนนอกห้องเรียนให้กับเขา อย่างที่บอกค่าเรียนลูกมันก็เกือบล้านแล้วอะ มันไม่รวมอย่างอื่น ไม่รวมไปถึงการพาไปเที่ยวต่างประเทศตอนปิดเทอมอีก ทีนี้ให้เงิน 2 หมื่นเนี่ย อย่างแรกเลยคือโรงเรียนลูกเขาไม่มีอาหารรวม และโรงเรียนนี้อาหารแพง ผมเคยเรียนมา จะกินให้อิ่มต้องมี 9 พันกว่าบาท/เดือน

ทีนี้พอเลิกเรียนลูกก็หิว เดินซุปเปอร์และซื้ออาหารหรือกินฟาสต์ฟู้ด ซึ่งมันก็ 200-300 บาททั้งนั้น พอถึงตรงนี้ก็แทบไม่เหลือแล้ว เหลือเต็มที่ก็ 5,000 บาท ถ้าเหลือก็เป็นงบประมาณให้ลูกเลือกทำในสิ่งที่พ่อไม่เห็นด้วย ถ้าพ่อเห็นด้วยถึงจะซื้อให้ครับ เมื่อก่อนเขาก็จะขอเงินทั้งวันไม่มีลิมิต และขอตอนที่เราวุ่นอยู่ สรุปคุณก็มีงบอยู่ตรงนี้ไง คุณจะเล่น 5 พัน 7 พันก็กินข้าวน้อยลง”

เห็นว่าน้องอชิไปซื้อของมาขายเอากำไร?
“คือเขาใช้เครดิตการ์ดพ่อนี่แหละ สั่งเสื้อผ้าของเขาและถามเพื่อนว่ามีใครอยากได้ไหม เพื่อนๆ อยากได้แต่สั่งไม่ได้เพราะไม่มีเครดิตการ์ด เขาก็สั่งที 4-5 ตัวแล้วเอามาขายเพื่อน แต่ของตัวเองใส่ฟรี แต่เราก็บอกว่าพ่อไม่อยากให้ไปขายเพื่อนนะ เขาบอกว่าแต่เพื่อนเขาขอว่าสั่งเผื่อเขาได้ไหม ถ้าซื้อเมืองไทยแพงกว่านี้ครับ เราก็คิดว่าถ้าเพื่อนเสนอมาก็โอเค แต่เราก็ไม่อยากให้เขาเอาเงินเพื่อน แต่ถ้ามองในมุมนี้ เราก็เถียงไม่ได้เพราะเขาก็คิดถูกแล้ว เราก็ปล่อยเขาไปครับ”

เคยมีเหตุการณ์เงินเดือนหมดตั้งแต่แรกไหม?
“เดือนแรกหมดตั้งแต่แป๊บเดียวครับ ผมก็ไม่ได้ให้อะไรเพิ่ม เขาก็มีทางของเขา เช่น เราไปกินข้าวกับปู่ย่า เขาก็ไปนวดปู่ย่าแป๊บเดียวก็ได้มา 5,000 บาทแล้ว เขามีวิธีหาเงินของเขาไง วิธีหาเงินของเด็กน่ะ มันไม่มีทางอื่นยกเว้นขอพ่อแม่หรือปู่ย่า สำหรับผมถูกต้องแล้ว เพราะเราไม่ได้อยู่อเมริกาที่ต้องออกไปรับจ๊อบหาเงินเอง เราไม่มีวัฒนธรรมแบบนั้น ดังนั้นการหาเงินที่สุจริตก็ถือว่าดีครับ”

ข่าวว่าฟลุคขึ้นเครื่องบินมากที่สุดคนนึงของไทย?
“ก็เป็นไปได้ คือเราทำรายการหนีเที่ยว สองผมชอบเที่ยว ถ้าผมไม่ชอบเที่ยว ผมก็คงไม่ทำรายการท่องเที่ยว ดังนั้นผมเที่ยวตลอด เดือนนึงมีทริปนึงอย่างน้อย ดังนั้นบินไปมาตลอด”

เป็นคนพกเงินสดน้อยมาก ทุกอย่างเป็นเครดิตการ์ด?
“เมื่อก่อนนี้ใช่ แต่พกไว้เฉยๆ ครับ ไม่ได้เป็นคนพกเครดิตการ์ดเป็นหลัก ใช้เป็นหลัก แต่มีเงินสดติดไว้ คนขับรถก็ใช้เครดิตการ์ดเพราะผมไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา แต่เราก็จำกัดวงเงิน และมี sms ตลอดว่าใครใช้อะไร บางครั้งเราก็ใช้เขาไปซื้อของที่เราไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อเอง

เราก็ได้พอยต์จากเครดิตการ์ดด้วยครับ และยังไม่ต้องจ่ายอีกตั้ง 40 กว่าวัน ถ้ามันมีคนเอาไปใช้โดยที่เราไม่อนุญาตก็ไม่ต้องจ่าย และเราก็ต้องดูว่าคนขับรถเราไว้ใจได้รึเปล่าครับ ถ้าไว้ใจไม่ได้ก็ไม่ควรให้เป็นคนขับรถตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว”.