วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โกรธ แค้น สนุก จริงหรือ? เบื้องหลังซ่อมนร.เตรียมทหาร ฝึกหนักเอาไปใช้อะไร

โรงเรียนเตรียมทหาร...โรงเรียนในฝันของเหล่าชายวัย 15-18 ปี ทั่วประเทศที่อยากจะสอบเข้ามาเป็นรั้วของชาติ ที่ว่ากันว่า กว่าจะก้าวเข้ามาอยู่ในสถาบันแห่งนี้ได้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ทั้งสอบภาควิชาการ สอบพลศึกษา สอบสัมภาษณ์ รวมทั้ง การตรวจร่างกายด้วย เหล่าชายวัยหัวเลี้ยวหัวต่อต้องเตรียมตัวกันแรมปี ไหนจะต้องเจอคู่แข่งกว่าครึ่งแสนที่หมายมั่นจะเรียนที่นี่ ขณะที่มีเก้าอี้เพียงไม่กี่ร้อยที่เท่านั้น

พล.ต.เทียมศักดิ์ สุขานุยุทธ อดีตนายทหารปกครองโรงเรียนนายร้อย นักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 13 เล่าถึงเมื่อครั้งเป็นนักเรียนเตรียมทหารว่า ช่วงแรกที่เข้ามานั้น นักเรียนทุกคนยังไม่เคยเป็นทหารมาก่อน จะเริ่มปรับตัวกัน ตื่นตั้งแต่ 05.15 น. ลงมาเข้าแถวหน้าอาคาร ปฏิญาณตน จากนั้นก็ออกกำลังกาย โดยการวิ่ง ฝึกซ้ายหัน ขวาหัน บางคนก็ทำผิดๆ ถูกๆ จนต้องถูกปรับปรุงวินัยบ่อยครั้ง เพราะเพิ่งเข้ามาเรียน

โกรธ เกลียด แค้น สนองความสนุก จริงหรือ? แฉเบื้องหลังปรับปรุงวินัย ร.ร.เตรียมทหาร

สำหรับท่าทางการถูกปรับปรุงวินัยนั้น พล.ต.เทียมศักดิ์ อธิบายว่า เมื่อครั้งเรียนเตรียมทหาร จะถูกปรับปรุงวินัย เช่น การวิ่ง วิดพื้น หน้าอกต้องแตะพื้น การงอเข่าครึ่งนั่ง ดึงข้อ ส่วนท่าพิสดารต่างๆ ไม่เคยเจอ แม้แต่ท่าหัวปักพื้นก็ไม่มี เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ และยังเสี่ยงเลือดไปคั่งสมอง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งท่านี้จะมาจากทหารเรือ ที่ต้องแบกเรือยาง จึงจำเป็นต้องฝึกให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรง แต่นักเรียนเตรียมทหารยังไม่ต้องถึงขั้นนั้น เพียงแต่ฝึกให้คุ้นเคย พร้อมเพรียง เป็นระเบียบวินัยมากขึ้น แต่หลังจากเข้าไปเรียนโรงเรียนนายร้อยเลือกเหล่าแล้วนั้น การฝึกระเบียบวินัยจะต้องเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ บางคนผิดซ้ำผิดซาก ก็โดนปรับปรุงวินัยจนกว่าจะมีระเบียบวินัย บางคนโดนวิดพื้นวันละเป็น 1,000 ครั้ง วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ หรือแสดงความเคารพไม่เรียบร้อย นิ้วไม่เรียงชิดติดกันหรือเตะฉากเข่าไม่ตึง รุ่นพี่ก็จะสั่งให้ทำใหม่ เป็นการปรับปรุงลักษณะท่าทางทหาร เพราะจะมีผลในการเดินสวนสนาม โดยจะไม่พร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ต้องฝึกหนักขึ้น

นอกจากนี้ การแก้ผ้าอาบน้ำโดนทำโทษ บางทีนักเรียนใหม่ส่งเสียงดัง มัวแต่คุย ก็โดนสั่งซ่อมกันในห้องน้ำ และอีกอย่างการส่งเสียงดังรอบข้างมีบ้านเรือนประชาชน วัด ก็เกิดความเดือดร้อน รำคาญ หรือการกินข้าวมัวแต่คุยหรือเคาะช้อนจานเสียงดังก็ต้องโดนลงโทษ

“ที่จริงเบื้องหลังการสั่งปรับปรุงวินัย ก็คือ การให้ออกกำลังกาย ทั้งวิ่ง ดึงข้อ สำหรับคนตัวเล็ก ซึ่งก็ดีเพราะได้ใช้พละกำลัง ทำให้ทานอาหารได้เยอะ ร่างกายกำลังปรับเปลี่ยนจาก ด.ช. ขึ้นมาเป็นนาย มันเป็นการทำโทษแบบแฝงไปด้วยการออกกำลังกายมากกว่า ไม่ได้เป็นการทำโทษแบบโกรธเกลียดอะไรกัน เพราะไม่รู้จักกัน หรือทำไปเพราะความสนุกของตัวเอง โดยเฉพาะนักเรียนเตรียมทหารรุ่นพี่ จะยึดถือเป็นคติประจำใจว่า ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน ขณะที่ เมื่อไปเจอกันข้างนอกโรงเรียน รุ่นพี่ก็จะดูแลเราเต็มที่ ผิดกับการอยู่ในโรงเรียนที่เขาจะดุ เรียกไปปรับปรุงวินัยบ่อย จนบางทีเราก็เกร็งๆ เหมือนกัน” นตท. รุ่น 13 เล่าถึงภาพความทรงจำ

แตะเนื้อต้องตัวไม่ได้! เชื่อไม่อยากให้มีใครตายในโรงเรียน

ถามว่า การปรับปรุงวินัยของนักเรียนเตรียมทหารหนักที่สุดแค่ไหนนั้น พล.ต.เทียมศักดิ์ ตอบว่า “การสั่งลืม” หมายถึงการสั่งโดยไม่ได้กำหนดจุดสิ้นสุด เช่น วิ่งรอบสนามบอล บางคนต้องวิ่งเป็นชั่วโมงก็มี ซึ่งถือว่าหนัก

ส่วนการสั่งนอกระบบ หรือ ทำโทษ ด้วยท่าพิเรนทร์ หรือแตะเนื้อต้องตัวนั้น ทำไม่ได้! การเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารไม่ต้องการให้มีการตายเกิดขึ้น เพราะกว่าจะฝ่าฟันเข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย มีแต่นักเรียนเก่งๆ ที่สอบเข้ามาได้ เมื่อเรียนจบไปจะเป็นนายทหารใหญ่โต ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมากมาย ดังนั้น เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดการตายขึ้นในโรงเรียน

“สมัยที่เรียนเตรียมผมนี่โดนประจำ เหนื่อยมากกว่าเพื่อน อาจเพราะเราอารมณ์ดี แปลก บางทีรุ่นพี่ก็บอกชอบทำตัวเด่นนักหรอ ไหนมานี่สิ ก็โดนประจำ เคยมีรุ่นพี่คนหนึ่งแยกไปเป็นตำรวจ เราทำผิดก็โดนสั่งให้ขัดรองเท้า แล้วเราก็ไปขัดตรงระเบียง รุ่นพี่มาเห็นก็สั่งให้เราเอาปากคาบคอมแบตตามเขาไปปรับปรุงวินัย หลายคนอาจจะมองว่า มันเกินไปหรือเปล่าให้คาบรองเท้า แต่ต้องยอมรับว่า เราทำผิดระเบียบ เขากลัวตกอาคาร แต่พอจบออกมาแล้วรุ่นพี่ก็ดูแลเราดีมาก มันก็ชดเชยกันไปตอนสมัยเรียน” นตท. รุ่น 13 เล่าประสบการณ์

ระบบอาวุโส พี่ปกครองน้อง วุฒิภาวะเด็กวัยรุ่นเพียงพอหรือ?

ระบบภายในโรงเรียนเตรียมทหารจะปกครองด้วยระบบอาวุโส ชั้นปี 1 จะเป็นนักเรียนใหม่ ชั้นปี 2 เป็นนักเรียนอาวุโส โดยจะมีผู้หมวดปกครองโดยเป็นนักเรียนที่จบแล้ว เป็นหัวหน้านักเรียน หรือเป็นตัวอย่างที่ดี คอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด ดังนั้น การปกครองกันของเด็กอายุ 16-17 ก็จะถูกควบคุมอยู่ด้วย ไม่ได้ปล่อยปละให้คุมกันเองตามลำพัง แต่หากเห็นรุ่นพี่ปรับปรุงวินัยรุ่นน้องกลางแดดเป็นเวลานาน ก็จะเข้าไปสอบถาม สั่งให้พัก ซึ่งการปรับปรุงวินัยจะต้องอยู่ในความพอเหมาะพอดี ไม่ให้เกินขอบเขต และส่วนใหญ่เป็นการอยู่ร่วมกันของเด็กหนุ่มที่ต้องมีระเบียบคลุม เพราะถ้าไม่มีระเบียบก็เละ

ทั้งนี้ นักเรียนเตรียมทหารทุกคนจะมีแต้ม 100 แต้มต่อปี หากพบมีความผิดก็จะโดนตัดแต้ม หากถูกตัดแต้มจนหมดจะถูกให้ออกจากโรงเรียน โดยจะเรียกระบบว่า “เกียรติศักดิ์” หากมีพฤติกรรมดังนี้ จะถูกให้ออกจากโรงเรียน คือ 1. ขโมย 2. ลอกข้อสอบ 3. เรื่องชู้สาว นักเรียนเตรียมฯ จะไม่ประพฤติผิดทั้ง 3 ข้อ ส่วนกรณีความผิดอื่นๆ เช่น ผมยาวบอกให้ไปตัดแล้วไม่ไปก็ถูกตัดแต้ม 10 แต้ม ซึ่งก็มีโดนออกกรณีแบบนี้ทุกปี

“ถ้ามีนักเรียนใหม่มาฟ้องผู้หมวดปกครองว่า โดนรุ่นพี่ทำโทษหนัก ผู้หมวดปกครองก็จะเรียกมาสอบถาม ซึ่งสิ่งสำคัญของนักเรียนคือ ห้ามโกหก ถ้าโกหกจะจับกักขังบริเวณช่วงเสาร์อาทิตย์ไม่ให้กลับบ้าน แต่หากพบว่า ทำเกินกว่าเหตุก็จะถูกตัดแต้ม ซึ่งนักเรียนจะกลัวมาก เพราะจะทำให้หมดอนาคตได้” พล.ต.เทียมศักดิ์ อธิบาย

ปรับปรุงวินัย จำเป็นไหมต้องรุนแรง ฝึกหนักเอาไปใช้อะไร?

เรื่องการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนเตรียมทหารนั้น น้อยมาก การแยกเหล่าเจอหนักกว่านี้อีก ทั้งคลาน หมอบ กลิ้ง ทั้งที่อยู่ในเครื่องแบบจนหลุดลุ่ยก็มี ยิ่งเมื่อโดนปรับปรุงวินัยบ่อยยิ่งทำให้มีระเบียบวินัยมากขึ้น ระมัดระวังไม่ให้กระทำนอกกฎระเบียบ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายตื่นตัว มีไหวพริบปฏิภาณ ซึ่งเมื่อถึงเวลาใช้ในสนามรบ จะไม่มีการให้เตรียมความพร้อมใดๆ วินาทีนั้นจะไม่มีการลังเล และการที่ถูกฝึกมาอย่างหนักจะทำให้เซฟชีวิตตัวเราเองโดยอัตโนมัติ

อดีตนายทหารปกครองโรงเรียนนายร้อย บอกด้วยว่า “หลังจากที่จบโรงเรียนนายร้อยก็ได้เข้าไปอยู่กับพลทหาร โดยสูตรที่พวกเรายึดถือปฏิบัติต่อกันมา คือ ต้องตื่นก่อน นอนทีหลัง มีลักษณะผู้นำ ครั้นจะไปนั่งดูให้จ่าหรือนายสิบคุมพลทหารวิ่งไม่ได้ เราต้องวิ่งไปกับเขาด้วย แสดงถึงความเป็นผู้นำ ดังนั้น การที่เราโดนปรับปรุงวินัยอยู่เป็นประจำ เมื่อเราไปอยู่หน่วยไหนเราก็สามารถทำได้ โดนไม่เคอะเขิน พร้อมเป็นผู้นำที่ได้รับการฝึกจากโรงเรียนเตรียมทหาร”

เสนอ ชื่อน้องเมยเป็นชื่อทุนการศึกษา นตท.เรียนดี แต่ยากจน

สำหรับกรณีของ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตนั้น ในฐานะรุ่นพี่เตรียมทหาร รุ่น 13 ไม่ขอก้าวก่ายถึงการหาสาเหตุเสียชีวิต โดยขอให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ ซึ่งหากพูดตามจริง คือ นักเรียนเตรียมทหารที่ในอนาคตจะก้าวไปเป็นผู้นำคนต่อไป ทางโรงเรียนจะดูแลและเซฟมาก เพราะว่ากว่าจะสอบเข้ามันยาก แต่หากผลสอบสวนออกมาผู้เกี่ยวข้องมีความผิดจริง โดยจะเป็นการประมาทหรืออะไรก็ตามแต่ ก็คงจะต้องรับโทษต่อไป

“ก่อนอื่นผมขอแสดงความเสียใจในฐานะเตรียมทหารรุ่นพี่ถือว่าเป็นน้องสุดท้องของรุ่น ถ้าผมตายพ่อแม่ผมความหวังดับวูบเหมือนกัน แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่พิจารณาข้อหนึ่ง คือ อยากให้ชื่อของน้องเมยเป็นชื่อทุนการศึกษาให้แก่น้องๆ รุ่นต่อไป เป็นทุนที่นักเรียนเตรียมทหารเรียนดีแต่ยากจน น่าจะเป็นประโยชน์ เพื่อให้ดวงวิญญาณของเขาได้ดูแลรุ่นน้อง และให้ชื่อของเขาอยู่คู่กับโรงเรียนเตรียมทหารตลอดไป” พล.ต.เทียมศักดิ์ ฝากข้อเสนอไปยังผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ขอร้องว่าอย่ามีอคติ มองโรงเรียนเตรียมทหารมีแต่ความรุนแรง เพราะภายในรั้วโรงเรียนมีแต่ความเป็นพี่น้อง รักกัน ถูกสั่งสอนให้มีความเป็นสุภาพบุรุษ เอื้อเฟื้อ มีน้ำใจ เสียสละ มีระเบียบวินัย ภาพของนักเรียนเตรียมทหาร จะเป็นแบบนี้มากกว่าการใช้ความรุนแรง

สุภาพบุรุษผู้นำ มีความรู้คู่คุณธรรม ยึดมั่นระบบเกียรติศักดิ์
จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

อัตลักษณ์ของโรงเรียนเตรียมทหาร

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ขอบคุณภาพจาก Facebook : โรงเรียนเตรียมทหาร