วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัมผัส iPhone X

ในที่สุด แอปเปิลได้ฤกษ์จำหน่าย iPhone X (ไอโฟนสิบ) ในตลาดเมืองไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นการฉลองครบรอบไอโฟน 10 ปีเต็มหลังจากเปิดตลาดสมาร์ทโฟนจนประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นอย่างที่ทราบกันโดยไม่ต้องอรรถาธิบายกันให้ยืดยาวนัก

ผมมีโอกาสที่ใช้ iPhone X มาครบสัปดาห์เต็มเลยอยากจะขอเล่าประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่ทางแอปเปิลย้ำถึงการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัย ให้ประสบการณ์การใช้งานถึงผลิตภัณฑ์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมารองรับอนาคตกับเทคโนโลยีสุดล้ำ

จุดเด่นที่สำคัญของรุ่นนี้ก็คือ Face ID เป็นการปลดล็อกเครื่องด้วยการยืนยันใบหน้า โดยใช้กล้อง TrueDepth ในการฉายและวิเคราะห์จุดแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ากว่า 30,000 จุด เพื่อสร้างแผนผังโครงสร้างใบหน้าในแนวลึกได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังใช้ถ่ายรูป Portrait กับ Portrait Lighting สำหรับการถ่ายเซลฟี่ และ Animoji ที่เพิ่มสีสันและความมีชีวิตชีวาในการสื่อสารกับบุคคลอื่นผ่าน iMessage

การตั้งค่า Face ID ก่อนการใช้งานเป็นไปอย่างง่ายและรวดเร็ว สะดวกกว่าการตั้งค่าแบบ Touch ID ใน iPhone รุ่นก่อนๆหน้าซึ่งเป็นการปลดล็อกด้วยการยืนยันด้วยลายนิ้วมือกว่าจะตั้งค่าได้กดวนไปมาอยู่นั่น อีกทั้งการยืนยันด้วยใบหน้ามีความปลอดภัยกว่า

ทางแอปเปิลระบุว่า การยืนยันด้วยใบหน้าจะมีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้หนึ่งในล้าน มีความเป็นไปได้ว่า ฝาแฝด หรือบุคคลสมาชิกในครอบครัวที่มีเค้าโครงใบหน้าและหน้าตาเหมือนกันสามารถปลดล็อกได้ แต่ก็มีการล็อกอีกขั้นด้วยการยืนยันด้วย Passcode หรือรหัสตัวเลขอีกชั้นหนึ่ง ส่วนการยืนยันด้วยลายนิ้วมือจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้หนึ่งในห้าหมื่น

จากการใช้งานรู้สึกชอบเพราะใช้งานง่ายมากเพียงแค่แตะหน้าจอและมองจอก็ปลดล็อก จากนั้นเอานิ้วตวัดจากล่างไปบนแค่นี้ก็สามารถใช้งานได้เลย การซื้อแอพ-พลิเคชั่นจากแอพสโตร์ก็ทำได้เลยเพราะเรามองจอจะสแกนใบหน้าอัตโนมัติ เพียงแค่กดตรงปุ่มข้างขวาเพื่อยืนยันเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นแอพบุคคลที่สามในบ้านเราก็ใช้ได้เช่นแอพ K Plus ของธนาคารกสิกรไทยเพียงแค่เปิดแอพ สแกนใบหน้าก็ทำธุรกรรมการเงินได้ทันทีไม่ต้องกดรหัสหรือพาสเวิร์ดอีกต่อไป

สำหรับการออกแบบตัวโทรศัพท์เป็นกระจกทั้งหน้าหลังและสเตนเลสสตีลเพื่อให้มีความแข็งแรงทนทาน จอภาพ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ขนาดใหญ่กว่า iPhone 8 Plus ขนาด 5.5 นิ้ว แต่เมื่อเอามาเทียบกัน ดู iPhone 8 Plus มีขนาดใหญ่กว่าเพราะมีขอบนั่นเอง

ส่วนการที่ไม่มีปุ่ม Home ใช้แรกๆก็ยังไม่ชิน พอใช้ไปสักระยะหนึ่งมีความรู้สึกว่าเร็วกว่า สะดวกกว่า ใช้งานหลายแอพได้พร้อมกัน และแถบด้านบนหน้าจอที่เหมือนเป็นติ่ง หลายคนดูรำคาญ แต่ผมใช้งานแล้วรู้สึกเฉยๆ ขณะที่ Animoji เป็นการสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่งที่สนุกดี แต่ใช้ส่งแบบ MMS ซึ่งไม่ค่อยได้ใช้เท่าไร และกล้องถ่ายภาพออกมาสวยมากเช่นเดียวกันกับ iPhone 8 Plus

สรุปแล้วเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าใช้ โดย เฉพาะ Face ID ทำให้อยากเปิดเครื่องใช้งานบ่อยๆ สำหรับคนที่เงินทองไม่ขัดสนก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและน่าใช้ที่สุดในขณะนี้!!

หนุ่มดิจิทัล
cybernet@thairath.co.th