วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทหารแจงแล้ว! ล็อกตัว ‘มาร์ค พิทบูล’ แค่เชิญคุย หากเข้าใจ ปล่อยตอนเย็น

เครดิตภาพบางส่วน: เฟซบุ๊ก Benjawan Pinitmontri

ผบ.มทบ.11 แจงเหตุตำรวจ-ทหารบุกคุมตัว "มาร์ค พิทบูล" ชี้เป็นการเชิญตัวพูดคุยทำความเข้าใจ หลังใช้ถ้อยคำหยาบคายโจมตีจนท.รัฐผ่านโซเชียล ระบุไม่ดำเนินคดี ถ้าเข้าใจกันดี พร้อมปล่อยตัวกลับบ้านตอนเย็น



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ธ.ค.60 พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) และทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ของคสช. ทั้งทหารและตำรวจเดินทางมาบ้านพักของนายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล เพื่อเชิญตัวไปมทบ.11 ว่า ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของคสช. ทั้งตำรวจ ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในพื้นที่ และทหารจากมทบ.11 ได้เดินทางไปบ้านพักของนายมาร์ค พิทบูลจริง เพื่อเชิญตัวมาพูดคุยที่มทบ.11 เนื่องจากที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูการใช้โซเชียลมีเดียของนายมาร์ค พิทบูลมาตลอด แต่ในระยะหลังมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง โดยใช้คำและประโยคในลักษณะผรุสวาทเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย เพราะตอนนี้บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อย การสร้างกระแสสร้างความสับสนและทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายในขณะนี้ไม่ควรมี

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเชิญตัวนายมาร์ค พิทบูลมาพูดคุยทำความเข้าใจและขอความร่วมมือว่าในช่วงนี้ไม่ควรใช้ถ้อยคำในลักษณะโจมตีกล่าวหาให้ร้ายก่อให้เกิดความวุ่นวาย ในลักษณะยุยง ปลุกปั่น อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ควบคุมตัว แต่เป็นการเชิญมาพูดคุยเท่านั้น หากมีความเข้าใจกันดีแล้วก็จะให้นายมาร์ค พิทบูล กลับบ้านได้ในช่วงเย็น



"ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ควบคุมตัวนายมาร์ค พิทบูล แต่เป็นการเชิญมาพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องการใช้ถ้อยคำโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพราะพบว่ามีการใช้ถ้อยคำและประโยคหยาบคาย ในลักษณะยุยง ปลุกปั่น ซึ่งขณะนี้บ้านเมืองเรากำลังอยู่ในความเรียบร้อย อีกทั้งมีคนติดตามนายมาร์ค พิทบูลทางโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก เกรงว่าอาจจะเกิดความเข้าใจผิดได้ การใช้โซเชียลมีเดียปลุกระดมนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควร 



เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินคดีความทางกฎหมายหรือไม่นั้น พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยทำความเข้าใจของทางฝ่ายความมั่นคง ส่วนเรื่องการดำเนินคดีเป็นเรื่องของผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากกว่า.