วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัญญาณไฟเหลือง

เสียรังวัดไปเยอะ “บิ๊กตู่”อารมณ์และคำพูดทำให้คนตายทั้งเป็นมาแล้ว ยิ่งเป็นผู้นำประเทศ น้ำผึ้งแค่หยดเดียว ก็สั่นสะเทือน มีอย่างเดียวต้องหาทางเยียวยา เร่งทำงานเรียกคะแนนนิยม

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ความจริงอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอว่า เวลามันจะรูดมันก็จะไปแบบลูกระนาดไม่มีผิด

จากเรื่องหนึ่งโผล่มาอีกเรื่องหนึ่ง จากคนหนึ่งก็โผล่ไปที่อีกคนหนึ่ง

พึงจำไว้เสมอว่าเรื่องทำนองนี้ มันไม่ใช่โชควาสนาชะตากำหนด แต่มันเป็นเรื่องของ “คน” นี่แหละที่ขาดสติ ประมาท ไม่ระมัดระวัง

ระหว่าง “เจ้านาย” ผิดพลาด แทนที่จะช่วยหาทางแก้ไขเพื่อบรรเทา อาการ หรือทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

“พ่อไก่อู” โฆษกปากเอกกลับกระหน่ำซ้ำเข้าไปอีก

เพราะคิดว่าวิธีที่นำเสนอออกไปนั้นจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เพื่อเป็นการตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่งด้วยยกเอาการเปรียบเทียบมาพูดเป็นเรื่องสนุกเฮฮา...

ผลออกมาเป็นอย่างไร ทำให้ชื่อเสียงของคนอื่นได้รับความเสียหาย

แทนที่จะได้ใจ “เจ้านาย”...ไปกัน เป็นพวงไปเลย

การเมืองเป็นเรื่องที่ต้องศึกษา การเป็นรัฐบาลก็ต้องศึกษา การเป็นผู้นำประเทศก็ต้องศึกษาว่าด้วยประวัติศาสตร์ความเป็นมา

เพื่อเสริมจุดอ่อน-สร้างจุดแข็ง

หยิบประวัติขึ้นมาดูว่าที่พลาดพลั้งผิดพลาดกันมานั้น มันเพราะอะไร แก้ไขกันอย่างไร หาใช่ว่ามีอำนาจแล้ว

อะไรก็ทำได้ อะไรก็แก้ได้ทั้งนั้น

สัจธรรมอำนาจนั้น มันไม่จีรังยั่งยืน หากใช้ผิดที่ผิดประเด็น มันก็หวนกลับมาสู่คนใช้อำนาจได้เฉกเช่นเดียวกัน

วันนี้จะทำอย่างไร จะเยียวยาความ รู้สึกกันอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องคิด

อีกด้านหนึ่ง เมื่อ ครม.ใหม่เริ่มทำงานกันได้อย่างเป็นทางการเมือง ก็ต้องลำดับงานให้เข้าที่เข้าทาง

มอบหมายงานกันให้ชัดเจนว่าใครควรจะดูแลรับผิดชอบงานกันอย่าง ไร พูดง่ายๆว่าจะต้องจัดคนให้เหมาะกับงาน

ไม่ใช่มอบหมายงานให้คนแบบเทให้หมด เพราะความรู้สึกว่าไว้วางใจได้ ที่ผ่านมาบางคนมอบหมายงานให้เพียบไปหมด

เสร็จแล้วเป็นไง แทนที่จะได้เนื้องานสัก 80% กลับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

ลงท้ายก็มาบ่นเหนื่อย ไม่มีใคร ช่วย โน่นไปร้องให้ประชาชนช่วยขอความเห็นใจ อ้างว่าต้องทำอยู่เพียงคนเดียว

รัฐบาลจากนี้ไป ที่เหลือเวลาอีกมากพอสมควร หากเดินหน้าทำงาน แก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญาความรู้ความสามารถ

มีโอกาสไปโลดได้...

คิดจะไปต่อก็ยังมีโอกาส

ทว่าหากการวางระบบงาน แบ่งงาน สร้างแรงผลักดันในระบบงานให้ไปเป็น “ทีม” มีทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน

ปากท้องชาวบ้านยังเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม จับต้องได้ หากบอกว่าส่งออกดีอย่างนั้นอย่างนี้ จีดีพีสูงทะยาน

แต่ชาวบ้าน เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา บอกว่าจน ราคาสินค้าการเกษตรตกตํ่า นั่นมันคือความจริงที่จะต้องกระตือรือร้นที่จะต้องแก้ไข

ไม่ใช่เล่นสำนวนด้วยวาจา มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ จนปัญหาบานปลายจากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่งอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้น อะไรที่ไม่ควรก็ไม่ต้องไปพูด แต่ควรให้คนที่รู้จริงพูด

สัญญาณ “ไฟเหลือง” กะพริบเตือนแล้วก่อนที่จะไปถึง “ไฟแดง”!!!

“ลิขิต จงสกุล”