วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป้อมขู่ลากยาว ปลดล็อกการเมือง

ช่วงใกล้เลือกตั้ง โยงความมั่นคงยังมีเคลื่อนไหว

ครม.ประยุทธ์ 5 คึกเดินเครื่องเริ่มงานแล้ว นายกฯสั่ง รมต.น้อมรับพระราชดำรัส ร.10 อุทิศตน ทำงานเพื่อประชาชน “บิ๊กช้าง” เข้า กห.แต่ไก่โห่ลุยงานทันที งดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รับงานดับไฟใต้-สร้างความปรองดอง “บิ๊กฉัตร”ถวายเครื่องเซ่นชุดใหญ่ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ “กอบศักดิ์” เปลี่ยนเป้า 1 ปีเน้นอุ้มคนจนแทนหนุนบริษัทยักษ์ใหญ่ “บิ๊กโย่ง” โอ่มีบุญนั่ง พม.ทำงานเพื่อสังคม “อดุลย์” เฮ้ียบตรวจ ศูนย์แรงงานต่างด้าว ขู่เชือด ขรก.รีดหัวคิว “กฤษฎา” ฟุ้ง 3 เดือนพลิกชีวิตเกษตรกร “บิ๊กตู่” บอกทุกคนเตรียมไปสู่ประชาธิปไตย ฉะนักการเมืองสร้างวาทกรรมชิงชัง ไล่ส่งเอาเวลาไปเตรียมการไม่ใช่มาทำลาย “บิ๊กป้อม” อ้างการข่าวได้กลิ่นมีกลุ่มเคลื่อนไหว เล็งยื้อปลดล็อกพรรคการเมืองไปช่วงใกล้เลือกตั้ง “ศรีวราห์” ขอศาลออกหมายจับแก๊งพันระเบิด-กระสุนปืนโยง “โกตี๋”

หลังผ่านขั้นตอนการถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว บรรดารัฐมนตรีชุดใหม่ ได้ฤกษ์ทยอยเดินทางเข้าเริ่มทำงานประจำกระทรวงต่างๆ เป็นวันแรกอย่างคึกคัก

“บิ๊กช้าง” ฟิตปั๋งเข้า กห.แต่ไก่โห่

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 1 ธ.ค. ที่กระทรวงกลาโหม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล หรือบิ๊กช้าง รมช.กลาโหมคนใหม่ ได้เดินทางเข้ามาทำงานที่กระทรวงกลาโหมเป็นวันแรก ภายหลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อวันที่ 30 พ.ย. โดยไม่ได้จัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกระทรวงกลาโหม และศาลหลักเมืองเหมือนเช่นเคยปฏิบัติกันมาตามธรรมเนียม ภารกิจแรก พล.อ.ชัยชาญร่วมให้การต้อนรับนาย หลิว เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคำนับในโอกาสเข้ารับหน้าที่ จากนั้นร่วมต้อนรับนายฆิลเบร์โต ฟอนเซกา กีมาไรซ์ เด โมว์รา เอกอัครราชทูต สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลประจำประเทศไทย อำลาพ้นจากหน้าที่ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่าย ความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เป็นประธานต้อนรับ

“บิ๊กป้อม” ให้ดูไฟใต้-ลุยปรองดอง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการแบ่งงานให้ รมช.กลาโหมว่า แบ่งงานเดิมสมัย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต รมช.กลาโหม แต่เพิ่มเติมเรื่องความปรองดอง ที่ล่าสุดได้เปิดตัวน้องเกี่ยวก้อยตุ๊กตามาสคอตสัญลักษณ์ความปรองดอง รวมถึงงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย จะต้องประสานการทำงานร่วมกับ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ หัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลคนใหม่

“บิ๊กฉัตร” เซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชุดใหญ่

สำหรับความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีหลายคนทยอยเดินทางเข้าเริ่มปฏิบัติหน้าที่กันอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ มาถึงเป็นคนแรกตั้งแต่เวลา 06.50 น.ตรงขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า สักการะศาลท้าวมหาพรหม ก่อนลงมาไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ โดยได้ถวายเครื่องเซ่นไหว้ ประกอบด้วยตุ๊กตานางละคร นางรำ ช้าง ม้า ผลไม้ 9 ชนิด ก่อนขึ้นห้องทำงานที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ 1 พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ไม่ได้ถือฤกษ์ ปกติเป็นคนมาทำงานเช้า เพียงแต่มาทำงานที่ใหม่วันแรก ต้องปฏิบัติตามประเพณีไทย

“กอบศักดิ์” ถือฤกษ์ดีจากอุปัชฌาย์

ต่อมาเวลา 07.05 น. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือฤกษ์เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ ทั้งท้าวมหาพรหมและศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย พร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เวลานี้ เพราะตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป เป็นฤกษ์ดีที่พระอุปัชฌาย์ที่วัดสะแก จ.นครราชสีมา ดูให้การทำงานไม่ได้ตื่นเต้นอะไร สิ่งท้าทายคือมีเวลาเพียงสั้นๆแค่ 1 ปี อยากใช้เวลาที่เหลือนี้ช่วยเหลือคนยากคนจน ฐานรากในการเปลี่ยนแปลงประเทศ เพราะที่ผ่านมาเราไปเน้นการพัฒนาบริษัทขนาดใหญ่ จังหวะนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีที่จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสที่ว่า การพัฒนาต้องทำตามลำดับขั้น สร้างความกินดีอยู่ดี ของประชาชนก่อน แล้วนำไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง คาดว่านายกฯจะมอบหมายให้ทำเรื่องเศรษฐกิจบางเรื่อง อย่างดูงานสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์

จากนั้นเวลา 10.40 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นำพวงมาลัยดอกไม้มาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยายตามลำดับ โดยนายสุวพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่านายกฯจะมอบหมายงานอะไรให้ทำ คาดว่าสัปดาห์ที่มีการประชุม ครม.คงจะทราบ จะได้กลับมาดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือไม่ ต้องรอให้นายกฯมอบหมายก่อน

“สุวิทย์” ชูไทยแลนด์ 4.0 บูมฐานราก

ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ช่วงเช้านายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เข้ากระทรวงไปสักการะอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ และทำให้ประเทศไทยเข้าไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง จากนี้อีก 1 ปีจะนำ วทน.มาสร้างเศรษฐกิจฐานรากเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกรให้เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เป็นสตาร์ตอัพ รวมทั้งนำเอสเอ็มอีให้เข้าไปอยู่ในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ ได้หารือกับนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯแล้วว่าจะต้องทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยทำงานร่วมกันได้ ส่งเสริมกันในเวทีโลก และจะส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัพ ที่เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังต้องการเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเสมอ

“บิ๊กโย่ง” ไม่หนักใจศึกษางานมาแล้ว

ด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อเวลา 08.22 น. พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ (บิ๊กโย่ง) รมว.พม.เข้าปฏิบัติงานที่ พม.วันแรก โดยมีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม. พร้อมคณะผู้บริหาร และข้าราชการต้อนรับ โดย พล.อ.อนันตพรสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ก่อนเดินขึ้นห้องทำงานชั้น 9 โดยอัญเชิญพระพุทธชินราช และพระไพรีพินาศ ประดิษฐานไว้ที่โต๊ะหมู่บูชาในห้องทำงาน จากนั้นเวลา 08.39 น. ได้นั่งโต๊ะทำงานพร้อมเซ็นเอกสารฉบับแรก แล้วเดินชมห้องทำงานและห้องต่างๆโดยรอบ ก่อนเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหาร พม.ที่ห้องประชุมชั้น 8 โดย พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า ไม่หนักใจเพราะได้ศึกษาข้อมูลจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ตั้งแต่วันแรกหลังโปรดเกล้าฯ นโยบายต่างๆมาถูกทางแล้ว และไม่คิดว่าถูกลดความสำคัญ ครม.ชุดนี้ไม่มีการแบ่งเกรดกระทรวง ทุกคนเท่ากันหมด พม.เป็นกระทรวงทำงานเพื่อสังคม ทุกคนยังอิจฉาที่ตนได้มาอยู่กระทรวงนี้ อาจเป็นเพราะทำบุญมา จึงได้มาอยู่กระทรวงนี้เพื่อตอบแทนสังคม

“อดุลย์” เฮี้ยบขู่ฟันกินหัวคิวต่างด้าว

ขณะที่เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน พร้อมนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เดินทางเข้าตรวจการดำเนินงานของศูนย์ตรวจสัญชาติแรงงานต่างด้าว (ศูนย์ OSS) ถนนเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ ที่มีปัญหาความล่าช้าจากการดำเนินงานของเมียนมา จนเหตุของการเรียกรับหัวคิวเพื่อลัดคิวให้เร็วขึ้น โดยได้ตรวจขั้นตอนตั้งแต่รับบัตรคิว บันทึกประวัติ ถ่ายรูป สแกนม่านตา และออกเล่มหนังสือรับรองบุคคล (CI) ที่เจ้าหน้าที่ของเมียนมาดำเนินการ และการตรวจลงตราวีซ่า ตรวจสุขภาพ ขอใบอนุญาตทำงาน ที่ฝ่ายไทยดำเนินการ ท่ามกลางชาวเมียนมาและนายจ้างคนไทยเกือบพันคนนั่งรอคิว จากนั้นได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย-เมียนมา และนายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.สมุทรปราการ หาแนวทางแก้ปัญหาความล่าช้าและความแออัด มอบหมายให้จัดหางาน จ.สมุทรปราการ จัดระบบดูแลแก้ปัญหาให้สำเร็จภายใน 2 สัปดาห์ และให้อธิบดีกรมการจัดหางานนำไปดำเนินการใน 9 ศูนย์ทิศทางเดียวกัน ถ้าทำได้ดีมีโอกาสเติบโต แต่ถ้าทำไม่ดีจะมีผลกับตำแหน่ง

สั่งหั่นขั้นตอนจาก 14 เหลือ 6 ชม.

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวอีกว่า ทั่วประเทศมีแรงงานต่างด้าวต้องเข้าระบบประมาณ 2 ล้านคน ทำไปแล้ว 8 แสนคน ยังเหลือประมาณ 1.2 ล้านคน ต้องเร่งดำเนินการให้ทัน 30 มี.ค.61 ที่นี่มีปัญหาล่าช้ามาก เพราะไม่มีการจัดระบบที่ดี ปัญหาเริ่มตั้งแต่การรับบัตรคิว แค่รอคิวใช้เวลา 6-8 ชม. รวมขั้นตอนอื่นต้องใช้เวลานานถึง 13-14 ชม. จึงจะเสร็จมันนานเกินไป จึงเกิดการขายคิว มีนายหน้าพาลัดคิว ทำให้ระบบมันไม่เป็นแบบที่ควรจะเป็น จากนี้จะต้องแก้ไขให้ดีขึ้น กระทรวงแรงงานต้องเป็นเจ้าภาพแก้ไข ปล่อยให้ฝ่ายเมียนมาดำเนินการแบบที่ผ่านมาไม่ได้ ต้องลดเวลาบางขั้นตอนลง เพื่อให้เสร็จใน 6 ชม. โดยศูนย์พิสูจน์สัญชาติเมียนมาทั้ง 9 แห่ง จะต้องทำเหมือนกัน ต้องไม่มีเรียกรับเงินใต้โต๊ะ ถ้ามีจะไม่เอาไว้ จนถึงวันที่ 29 พ.ย.ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคลสัญชาติเมียนมา จ.สมุทรปราการ ออกหนังสือรับรองบุคคล หรือ CI ให้แก่แรงงานเมียนมาแล้ว 123,000 คน

“ไพรินทร์” ลุยผลักดันเมกะโปรเจกต์

ที่กระทรวงคมนาคม เมื่อเวลา 07.41 น. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เดินทางเข้ากระทรวงคมนาคม เข้าสักการะพระพุทธคมนาคมบพิตร และศาลพระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง โดยนายไพรินทร์กล่าวว่า เคยบริหารงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่อย่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มาก่อน เชื่อว่าจะใช้ความรู้ความสามารถขับเคลื่อนโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่กระทรวงคมนาคมได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟสใหม่ โครงการก่อสร้างทางรถไฟ ท่าเรือ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 อีกเรื่องคือ การแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน

“ศิริ” สรุปโรงไฟฟ้าถ่านหินใน 1 สัปดาห์

ขณะที่นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า จะต้องเร่งดำเนินการ 4 เรื่องสำคัญคือ 1.การดำเนินงานให้สอดคล้องยุทธศาสตร์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 2.การประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานปี 2565-2566 (แหล่งก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ-บงกช) ต้องชัดเจน 3.ความมั่นคงด้านไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินจะหารือกับทุกฝ่าย ขอเวลา 1 สัปดาห์เพื่อจะสรุปแนวทางดำเนินการ โดยคำนึงถึงผลกระทบพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า 4.กระทรวงพลังงานจะเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวง

“วีระศักดิ์” ยันไม่มาสร้างอาณาจักร

ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ แถลงข่าวว่าสิ่งที่ตั้งใจคือ การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนถึง 20% ของจีดีพี รัฐบาลนี้ไม่มีพรรคการเมืองจึงร่วมมือระหว่างหน่วยงานได้ดี เรามีโจทย์ตั้งต้นว่าโครงสร้างของการท่องเที่ยวต้องไม่ใช่การเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ด้วย เมื่อถามถึงข้อสังเกตเป็นตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา นายวีระศักดิ์ตอบว่า รัฐบาลนี้ไม่มีพรรค อ้างอิงตามที่นายกฯตอบ ท่านไม่สนว่าใครมาจากไหน ขอให้ ทำงานได้ ขอบคุณที่มีคนสนใจ ทำให้ต้องย้ำให้ระวังตัวว่าต้องทำงานไม่ใช่เพื่อใคร แต่ทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่มุ่งสร้างอาณาจักร แต่จะเป็นเครื่องมือของบ้านเมืองแก้ปัญหาประเทศ คำถามว่ามาจากพรรค การเมืองหรือไม่ จึงไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาเป็นประเด็น

“กฤษฎา” ฟุ้ง 3 เดือนชุบชีวิตเกษตรกร

ด้านนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขอเวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อศึกษานโยบายเดิมที่ดีอยู่แล้ว เพื่อนำขับเคลื่อนต่อไป จะดูแลเกษตรกรให้เดือดร้อนน้อยที่สุด ราคาผลผลิตด้านการเกษตรจะต้องสูงกว่าต้นทุน และในปี 2561 ชีวิตเกษตรกรจะต้องดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ภายใน 1 ปี ถ้ากระทรวงเกษตรฯ ลงไปแนะนำเกษตรกรสนับสนุนให้ปลูกพืชชนิดใด ต้องขายได้ไม่ล้นตลาด ราคาซื้อสูงกว่าต้นทุนการผลิต คาดว่าปีหน้าสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรจะดีขึ้น และทุกอย่างต้องเห็นผลตามกรอบเวลาระยะสั้น 3 เดือน โดยจะมีการ หารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการแบ่งภาระงานที่ชัดเจนเรื่องการขายและปริมาณการผลิตพืชผลเกษตรให้ชัดเจน รวมถึงเรื่องราคาข้าว ยาง และปาล์ม ที่เป็นพืชผลเกษตรหลัก

“ลักษณ์” แก้ราคายาง-อ.ยักษ์กู้ภัยแล้ง

นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรฯ เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 4 ธ.ค. จะรายงานสถานการณ์ยางพาราโดยรวมทั้งหมด ตามคำสั่งด่วนของนายกฯ ในส่วนของยางพาราไม่อยากให้สังคมมองว่าเป็นพืชทางการเมือง เพราะจะไม่เกิดผลดีใดๆกับเกษตรกรและรัฐบาล แต่การแก้ไขปัญหายางหลังจากนี้จะใช้วิธีการดูแลเกษตรกรเสริมให้รวมตัวเป็นสถาบัน หรือองค์กร แปรรูปยางขั้นต้น เพื่อไม่อยากให้กลไกการตลาดมีปัญหา

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดูแลกรมชลประทาน กรมฝนหลวง กรมพัฒนา ที่ดิน เป็นต้น ส่วนงานเร่งด่วนที่จะดำเนินการให้เห็นผลภายใน 3 เดือนนี้ คือ การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง แม้ปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนจะมีมาก แต่การบริหารจัดการต้องดีด้วย โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีมากกว่า 100 ไร่ ต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเข้ามาจัดการ

ครม.น้อมนำพระราชดำรัส ร.10

เมื่อเวลา 17.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ย้ำกับ ครม.ใหม่ที่ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ให้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสใส่เกล้าใส่กระหม่อม อุทิศตนทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้อยู่คู่กับประเทศไทยสืบไป และยึดแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหลักในการปฏิบัติงาน สืบสานต่อยอดให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างมั่นคง ส่วนตัวนายกฯได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม น้อมนำไปขับเคลื่อนงานอย่างเต็มความสามารถ

นายกฯชวนคนไทยรำลึก 5 ธ.ค.

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนว่า ตอนหนึ่งว่า วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติ เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นวันชาติ และเป็นวันพ่อแห่งชาติ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติยังกำหนดให้เป็นวันดินโลก ขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมจิตน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และรวมใจไทยทั้งชาติให้เป็นหนึ่งเดียว สืบสานพระราชปณิธานในการช่วยกันนำพาประเทศของเราไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนสืบไป ส่วนปัญหายางพาราว่าแผนจะนำมาใช้ประโยชน์ในโครงการของรัฐให้ได้ 200,000 ตัน อีกทั้งยังมีโครงการก่อสร้างโรงงานเพื่อทำผลิตภัณฑ์ยางจากต่างประเทศ ที่ได้การอนุมัติส่งเสริมจากบีโอไอ เมื่อโรงงานเสร็จแล้ว เขาต้องลงทุน แสดงว่าข้างหน้านี้มีอนาคตแล้ว อาจจะต้องรอสักระยะหนึ่งให้โรงงานเหล่านี้เปิด

บอกทุกคนเตรียมตัวสู่ ปชต.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยในอนาคต ขอให้ทุกคนใช้เวลาที่มีอยู่ได้เตรียมการที่จะไปสู่ขบวนการประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ เตรียมปฏิรูปขั้นต้นให้ได้ สร้างมาตรการแก้ปัญหาให้เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อยให้ได้ ปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติต้องมีเวลาทำหลายปี ทำต่อเนื่อง ช่วงนี้ขอร้องว่าขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความมีเสถียรภาพทางการเมือง จะทำให้เศรษฐกิจต่างๆดีขึ้นตามลำดับ ความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และลดความขัดแย้งต่างๆที่อาจเต็มไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และอาจไม่บริสุทธิ์ สร้างภาพออกไปสร้างผลกระทบกับประเทศ ถ้ามันไม่บริสุทธิ์โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วทุกอย่างมันไปไม่ได้หมดเลย

ฉะนักการเมืองผลิตวาทกรรมชิงชัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า กรณีที่มีนักการเมืองออกมาเคลื่อนไหว มีการพูดจาให้ร้าย สร้างวาทกรรม ฉวยโอกาส จะนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม ขยายความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น บางเรื่องก็ไม่ใช่ สร้างความชิงชังให้กับรัฐบาลและ คสช.ขณะที่หลายคนยังมีคดีติดตัวอยู่ ไปเตรียมการสู้คดีโน่น แต่อย่าออกมาพยายามพูดให้สังคมเชื่อในสิ่งที่ตนเองพูด ประชาชนต้องเรียนรู้ว่าจะฟังหรือเปล่า คนเหล่านี้บางคนก็ไม่น่าจะฟัง ไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียงด้วย หลายคนออกมาพูดเหมือนกับจะทิ้งอุดมการณ์ของตัวเอง จะทำอะไรก็ได้เพื่อจะได้กลับมาสู่อำนาจอีกครั้ง อะไรทำนองนี้ หรือป้องกัน คสช.ในการจะอยู่ต่อ รักษาอำนาจ มันยังไม่ถึงเวลานั้นเลย มาพูดอะไรตอนนี้ อุดมการณ์ท่านอยู่ตรงไหน อย่ามาแก้ตัว จะรวมกันหรือจะแยกกันก็แล้วแต่ จะตีใครก็ตี ตนไม่ไปร่วมกับท่านอยู่แล้วตอนนี้ สังคมต้องรู้เท่าทัน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างอยู่แล้ว

ฮึ่มแก้ ก.ม.ไม่ให้หาเสียงแบบเดิม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปให้ร้าย อะไรที่ดีตนก็ทำต่อให้ อะไรที่ไม่ดีก็ปรับแก้ให้ แต่กลับมารุม ระดมมาเล่นงานรัฐบาลที่กำลังแก้ไขอยู่ แล้วประชาชนก็สับสนอลหม่านไปหมด ขอให้ลงรายละเอียดกันว่ารัฐบาลทำโน่น ทำนี่ไม่ดีแล้วท่านจะให้ทำยังไง ถ้าไม่พูดเลยจะเก็บไว้หาเสียงหรือไง ยังไม่ใช่เวลา แล้วหาเสียงแบบเดิมๆ มันก็ไม่ได้แล้ว พูดอะไรที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงไม่ได้ ไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นอีกต่อไปในเรื่องการหาเสียง เป็นเรื่องของ สนช.เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายที่ต้องแก้ปัญหาตรงนี้

ไล่เอาเวลาไปทำงานอย่ามาทำลาย

“สิ่งหนึ่งที่มีปัญหาคือการสร้างค่านิยม การสร้างความเข้าใจที่ผิดๆ ประชาชนที่มีรายได้น้อยก็เลือกบอกว่าจะทำให้ราคาเท่านี้เท่าโน้นมันเป็นไปไม่ได้ ต้องดูว่าท่านจะทำด้วยวิธีการไหน นั่นล่ะสิ่งที่จะต้องเตรียม เอาเวลาช่วงนี้ไปเตรียมสิ่งเหล่านี้มากกว่าที่จะมาทำลายผม ฝากคนที่ดูแลด้วย ดูแลรัฐบาล คสช.บ้าง อย่าคล้อยตามสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทุกอย่างจะได้ กลับไปเหมือนเดิม ไม่ได้มาแก้ตัวเพียงแต่มาทำความเข้าใจ อะไรที่ผิดถูก อะไรที่ตนทำดีไม่ดีต้องขอโทษทุกครั้ง อย่านำไปขยายความ จะทำให้มันบานปลายไปอีก จบแล้วคือจบ ดูแลเท่าที่สามารถดูแลได้” นายกฯกล่าว

“บิ๊กป้อม” ยันระเบิด-ลูกปืนโยง “โกตี๋”

ส่วนความคืบหน้าการขยายผลการสืบสวนสอบสวนหลังการตรวจพบเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เชื่อมโยงกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการพบเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า จากการตรวจสอบเป็นลอตเดียวกับของนายโกตี๋ ส่วนอาวุธที่พบนี้มีแผนใช้ก่อเหตุก่อนหน้านี้หรือไม่นั้นไม่ทราบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าเพิ่งนำไปทิ้งมาใหม่ๆ เพราะอาวุธทุกอย่างยังสามารถใช้การได้ หากทิ้งนานแล้วจะใช้งานลำบาก อย่างไรก็ตามต้องรอผลการสืบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยื้อปลดล็อกการเมืองไปใกล้ ลต.

“ขณะนี้มีงานด้านการข่าวแจ้งว่ามีกลุ่มคนเริ่มเคลื่อนไหวและถ้าหากเหตุการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่คงปลดล็อกการเมืองยาก แต่ถ้าไม่ปลดล็อกการเมืองก็ไม่ได้ ต่อจากนี้หน่วยงานความมั่นคงต้องทำงานกันหนักขึ้น อาจจะต้องปลดล็อกการเมืองในช่วงที่ใกล้ๆ เลือกตั้ง” พล.อ.ประวิตรกล่าว

โต้ปั้นข่าวกลบกระแสรัฐบาลขาลง

เมื่อถามว่า เป็นการสร้างข่าวกลบกระแสรัฐบาลขาลงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใครขาลง ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดนี้เจอเรื่องราวต่างๆมากมาย ในช่วง 3 ปีและบุคคลสำคัญเช่น นายกฯและตน ถูกโจมตีในหลายเรื่องนั้นก็วิจารณ์กันไปเอง เราทำงานได้ดีขึ้นก็ไม่มีอะไร อยู่ที่สื่อว่าอยากให้รัฐบาลขาลงหรือเปล่า เมื่อถามว่า พอใจหรือไม่ต่อกรณีที่ประชาชนมาตอบ 4 คำถามของนายกฯ และอยากให้รัฐบาลชุดนี้หยุดบริหารประเทศต่อไป พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วนี่คือขาลงของรัฐบาลหรือไง ความต้องการของประชาชนมันสวนทางกับที่สื่อถาม ประชาชนดูผลงานของรัฐบาลอยู่ อย่างไรก็ตามรัฐบาลเหลือเวลาอยู่ปีกว่าๆ เราจะตั้งใจทำงานได้ดีที่สุด ทำให้กับประชาชน ให้มีความสุข มั่นคง ปลอดภัย เพื่อให้เป็นไปตามพระราชดำรัสของในหลวง ร.10

“บิ๊กปู” ขอหมายจับแก๊งพันบึม

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการตรวจพบเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า คดีอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาให้ได้เร็วสุด ระเบิดที่ตรวจสอบพบเป็นระเบิดลอตเดิม เหมือนของชุดของนายโกตี๋ เมื่อปี 57 เพราะมีหมายเลขระเบิดยืนยัน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่พบระเบิดชุดนี้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน แม้จะอยู่ในน้ำยังสามารถใช้งานได้ โดยระเบิดลอตนี้มีประวัติพัวพันถึง 10 เหตุการณ์ ทั้งในพื้นที่ บช.น. และปริมณฑล ส่วนผู้ครอบครองระเบิดอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติออกหมายจับ พบมีความเชื่อมโยงไปถึงหลายคน คาดในสัปดาห์หน้าจะสามารถออกหมายจับได้อย่างน้อย 2-3 คน ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่

“อ๋อย” อัดเห็นแก่ตัวเอื้อพรรคทหาร

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร ระบุยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง เนื่องจากยังพบความเคลื่อนไหวอยู่ว่า คำถามเรื่องปลดล็อกพรรคคือคำถามแห่งปี เป็นคำถามที่ดีที่ควรถาม แต่คำตอบกลับใช้ไม่ได้ ข้ออ้างของ พล.อ.ประวิตรนั้นถือเป็นข้ออ้างแบบจับแพะชนแกะ ให้เหตุผลเห็นแก่ตัว เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรไม่ต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง แต่ให้อ่อนแอมากที่สุด เพราะมีกระแสข่าวเรื่องการตั้งพรรคทหาร พล.อ.ประวิตรอาจต้องการให้พรรคทหาร ตั้งไข่เดินได้คล่องแคล่วใกล้เคียงกับพรรคการเมืองอื่นจึงจะปลดล็อก

“ไพบูลย์” ตั้งพรรคปฏิรูปหนุน “บิ๊กตู่”

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.30 น.นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว. และประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป พร้อมแกนนำคณะ 117 คน แถลงข่าวจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปว่า พวกตนเข้าชื่อเตรียมยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป คาดว่าจะจัดประชุมใหญ่พรรคได้ภายในเดือน ก.พ. 61 คณะผู้ก่อตั้งมีอุดมการณ์และ นโยบายเบื้องต้น 3 ข้อ คือ 1.จะปฏิรูปกิจการพุทธศาสนา ให้อยู่ในพระธรรมวินัย เช่น ให้มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับธัมมาธิปไตย 2.ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปพรรคการเมือง ให้เป็นเครื่องมือของประชาชน สนับสนุนคนที่ซื่อสัตย์ สุจริต และมีความสามารถ ให้เป็นนายกฯ เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ 3.ปฏิรูปเพิ่มอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ให้มีสภาปฏิรูปและตรวจสอบของภาคประชาชนประจำทุกจังหวัด

เลื่อนคดี “ธาริต” ร่ำรวยผิดปกติ

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อเวลา 09.30 น.ศาลนัดสอบคำให้การคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกฯ และอดีตอธิบดีดีเอสไอที่พ้นจากราชการ ฐานจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จฯ หลัง ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติ ศาลเห็นว่า ป.ป.ช.ไม่ได้บรรยายพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่าเจตนากระทำผิดมาในคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้ฟ้องโดยบรรยายถึงพฤติการณ์ดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป และเพื่อให้โอกาสผู้คัดค้านต่อสู้คดีได้เต็มที่ จึงเห็นควรให้เลื่อนนัดสอบคำให้การไปเป็นวันที่ 19 ม.ค.61 เวลา 09.30 น.

ยันคดีกรุงไทยทันอายุความ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กรณีทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทยว่า ยังรอเอกสารจากผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกเรียกมาชี้แจง ทนายผู้ถูกกล่าวหาระบุว่าจะส่งเอกสารมาชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน จะครบเวลา 60 วันประมาณกลางเดือน ธ.ค. จะขยายเวลาออกไปหรือไม่ หากพนักงานสอบสวนดูเอกสารแล้วมีประเด็นใดต้องสอบถามหรือต้องสอบปากคำเพิ่มต้องเรียกมาชี้แจง คณะกรรมการชั้นสอบสวนจะเป็นพิจารณาเรื่องขยายเวลา แต่ยืนยันจะเร่งรัดทำคดีให้ทันอายุความแน่นอน

แจ้งข้อหา 2 อดีต ตร.พา “ปู” หนี

เมื่อเวลา 14.30 น.พนักงานสอบสวนได้เรียกตัว พ.ต.ท.สมิตร ไชยอิ่มคำ อดีต สว.สส.บก.ภ.จ.นครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม อดีต ผบ.หมู่ อก.บก.ภ.จ.นครปฐม มารับทราบกล่าวหาตามความผิดมาตรา 157 ที่สำนักงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตำรวจจะส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยังไม่ได้ออกหมายจับ แจ้งข้อกล่าวหาแล้วจึงปล่อยตัวไป ส่วน พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ อดีตรอง ผบก.น.5 เมื่อไม่มารับทราบข้อกล่าวหาได้ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้แล้ว สอบถาม บช.สตม.ยังไม่พบว่าเดินทางออกนอกประเทศ แต่ บช.น.ได้ตั้งชุดสืบสวนติดตามจับกุม