วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พล.อ.ประวิตร ให้การต้อนรับ ทูตพญามังกร กระชับสัมพันธ์ ชื่นมื่น

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ให้การต้อนรับ การเข้าเยี่ยมคำนับ ของ เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ทั้ง 2 ประเทศ กระชับสัมพันธ์ ชื่นมื่น พร้อมร่วมมือในทุกด้าน   


พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า เมื่อ 1 ธ.ค.60 เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ได้ให้การต้อนรับการเยี่ยมคำนับของ นาย Lyu Jian (หลี่ว เจี้ยน) เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ณ ศาลาว่าการกลาโหม

นาย หลี่ว เจี้ยน ได้กล่าวถึง ความสัมพันธ์ จีน-ไทย ปัจจุบัน มีความใกล้ชิดแน่นแฟ้นกันมาก และอยู่ในวาระสำคัญที่จะร่วมมือกันทำสิ่งที่ท้าทาย ในการผลักดันให้ประชาชนพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยถือเป็นโอกาสดี ที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน และให้ความสำคัญกับการกระชับสัมพันธ์ เสริมสร้างความเชื่อมั่นไว้ใจกัน และให้ความร่วมมือกันพัฒนาแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมของจีน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และการพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเกิดผลในทางปฏิบัติแล้วทั้ง การจัดสร้างรถไฟความเร็วสูง และการเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมในไทย ที่กำลังจะเกิดขึ้น

โดยจีนมีแนวคิดยุทธศาสตร์ใหม่ ในการพัฒนาประเทศ ที่จะเปิดกว้างสู่ภายนอกมากขึ้น และจะเสริมสร้างความเคารพ ความเท่าเทียม ความร่วมมือกับประชาคมมนุษย์ที่ร่วมชะตากรรมมากขึ้น ขณะเดียวกัน จีน-ไทย มีความร่วมมือกันทางทหารมากขึ้น ทั้งด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การฝึกร่วม และการศึกษา ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่น และไว้วางใจทางทหารระหว่างกันสูงมาก ทั้งนี้ ขอขอบคุณ พล.อ.ประวิตรฯ ที่ได้แสดงบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ การบังคับใช้กฎหมาย และแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ละเอียดอ่อน ซึ่งส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจกันมากขึ้น

พล.อ.ประวิตรฯ ได้กล่าวขอบคุณจีน ที่ได้ให้ความสำคัญ สนับสนุนการพัฒนาความร่วมมือกับไทยมาโดยตลอด ส่งผลให้เกิดเป็นรูปธรรม ทั้งการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง การค้า การลงทุน รวมทั้ง การพัฒนาความร่วมมือทางทหาร สู่การฝึกร่วม และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งการเปิดกว้างของจีนสู่ภายนอก จะเป็นผลดีกับทุกประเทศ โดยต้องมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทุกประเทศ พร้อมทั้งขอให้มีการหารือถึง ความร่วมมือในการฝึก ศึกษา ของเจ้าหน้าที่ระดับกลางในหลักสูตรต่างๆให้มากขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน ทั้งนี้ ไทยกำลังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการทุจริต ขณะเดียวกัน ก็พร้อมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือใหม่ๆ กับจีนมากขึ้น.