วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหาเถรฯ ออกมติคุมเข้มพระบวชใหม่ มีผลทันที แก้ความเสื่อมวงการผ้าเหลือง

มหาเถรฯ สนองพระปรารภ สมเด็จพระสังฆราช ออกมติคุมเข้มพระบวชใหม่ ให้มีผลทันที เพื่อแก้ไขความเสื่อม-ปรับปรุงคุณภาพพระสงฆ์ พร้อมตั้งคณะทำงานร่างหลักสูตรการบวชให้แล้วเสร็จใน 20 วัน...

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2560 ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร) ทรงลาการประชุม และมีพระบัญชาให้สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พรหมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เป็นประธานการประชุม

ทั้งนี้ภายหลังการประชุม นายสมเกียรติ ธงศรี รักษาการผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่โฆษกพศ. แถลงผลประชุมมส. ว่า มส.มีมติให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมแจ้งไปยังเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด พระสังฆาธิการทุกระดับ และพระอุปัชฌาย์ ให้เข้มงวดพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม รวมถึงเรื่องการคัดกรองคนเข้ามาบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้มีผลโดยทันที ไม่ต้องรอรับรองผลการประชุม พร้อมกันนี้ มส.ยังมีมติแต่งตั้งคณะทำงานในการร่างหลักเกณฑ์สำหรับบวชพระใหม่ โดยจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำว่าจะต้องบวชกี่วัน รวมถึงหลักสูตรที่จะต้องให้พระใหม่ได้ศึกษาระหว่างการบวชด้วย ซึ่งคณะทำงานชุดดังกล่าวประกอบด้วยกรรมการมส. 4 รูป คือ พระพรหมบัณฑิต พระพรหมมุนี พระพรหมดิลก และพระพรหมโมลี ดำเนินการร่างหลักสูตรให้เสร็จภายใน 20 วัน และนำเข้ารายงานมส.ต่อไป

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า การที่มส.มีมติดังกล่าวสืบเนื่องการประชุมมส.วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระปรารภในที่ประชุมมส.ว่า สมควรที่มส.จะต้องกำหนดวิธีดำเนินการให้พระภิกษุ สามเณร ประพฤติปฏิบัติตนให้มั่นคงในพระธรรมวินัย สมฐานะผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ให้คณะสงฆ์เป็นที่นับถือต่อสังคมไทย โดยมส.ได้รับสนองพระปรารภ และได้ออกเป็นมติดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งกำหนดแนวปฏิบัติดังนี้

1. ให้พระสังฆาธิการทบทวนปฏิบัติตามกฎมส.ฉบับที่ 23 พ.ศ.2541 ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ กฎมส.ฉบับที่ 24 พ.ศ.2541 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ และกฎมส. ฉบับที่ 17 พ.ศ.2536 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ เพื่อให้แก้ไขความเสื่อมและปรับปรุงคุณภาพของพระสงฆ์ จะได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

2. ให้พระสังฆาธิการ และพระอุปัชฌาย์ เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการปกครอง ควบคุม สอดส่อง ดูแล อบรมพระภิกษุสามเณรในปกครองตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ กฎมส. มติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช อย่างเคร่งครัด และเพิ่มความละเอียดถี่ถ้วนคัดกรองผู้ขอเข้าบรรพชาอุปสมบท

3. ให้พระสังฆาธิการและพระอุปัชฌาย์ กำหนดหลักเกณฑ์อบรมพระภิกษุในปกครองให้เป็นที่พึ่งทางใจ และทางสติปัญญาของประชาชน ทั้งบำเพ็ญกิจเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

4. ให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมแจ้งพระสังฆาธิการทุกระดับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากพระสังฆาธิการไม่ปฏิบัติตาม เจ้าคณะผู้ปกครองสามารถพิจารณาโทษตามจริยาพระสังฆาธิการได้ทันที