วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้องจ๊าก!! ค่าเช่าบ้านขึ้น-ของแพง ดันเงินเฟ้อ พ.ย. พุ่ง! เดือนที่ 4

เงินเฟ้อ พ.ย. พุ่งต่อเนื่องเดือนที่ 4 จากราคาน้ำมัน-บุหรี่ขยับ ค่าเช่าบ้านขึ้น สินค้าแพง 119 รายการ พาณิชย์ ยันบัตรคนจน ทำคนมีรายได้เพิ่ม ไม่กระทบราคาสินค้าภาพรวม...

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผอ.สำนักนโยบาย และยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือน พ.ย. 60 ว่า อยู่ที่ 101.45 ขยายตัว 0.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 0.07% จากเดือน ต.ค. 60 ส่งผลให้ CPI เฉลี่ยช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ปี 60 ขยายตัว 0.66%

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน พ.ย. 60 อยู่ที่ 101.59 ขยายตัว 0.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 0.06% จากเดือน ต.ค. 60 ส่งผลให้ Core CPI เฉลี่ยช่วง 11 เดือนปี 60 ขยายตัว 0.55% ขณะที่ ดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์อยู่ที่ 101.93 ขยายตัว 0.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 0.42% จากเดือน ต.ค. 60 ส่วนดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มอยู่ที่ 101.20 ขยายตัว 1.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 0.36% จากเดือน ต.ค. 60

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อในเดือน พ.ย. 60 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เป็นผลจากการปรับขึ้นของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จากการขยายเวลาการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก และการปรับขึ้นราคาค่าเช่าบ้านบางจังหวัด ตลอดจนการทยอยปรับขึ้นราคาบุหรี่ตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยรายการสินค้ามีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น 119 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้า, บุหรี่, น้ำอัดลม, น้ำปลา, กาแฟผงสำเร็จรูป, น้ำมันเชื้อเพลิง, ก๊าซหุงต้ม และค่าเช่าบ้าน เป็นต้น ส่วนสินค้าที่มีราคาลดลง 89 รายการ เช่น ข้าวสารเหนียว, เนื้อสุกร, ไข่ไก่, ผักสด, น้ำมันพืช เป็นต้น ในขณะที่สินค้าอีก 214 รายการไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคา

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปีนี้ว่าจะอยู่ในระดับ 0.4-1.0% ส่วนปี 61 คาดการณ์อยู่ที่ 0.6-1.6% ซึ่งสูงขึ้นจากปีนี้เล็กน้อย ถือว่าเริ่มเข้าสู่กรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยยังคงต้องติดตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ เนื่องจากถ้าเฟดมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่คาดไว้ จะทำให้มีเม็ดเงินบางส่วนไหลออกไปยังฝั่งสหรัฐฯ และจะส่งผลให้เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงได้เมื่อเทียบกับดอลลาร์

สำหรับปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนอัตราเงินเฟ้อ คือ อุปสงค์ภาคครัวเรือนเริ่มฟื้นตัวสอดคล้องกับการผลิตและรายได้เกษตร, มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน, การส่งออกที่มีการขยายตัวเป็นลำดับจากการฟื้นตัวของการค้าโลก, จำนวนนักท่องเที่ยวยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการใช้จ่ายของภาครัฐในปีงบประมาณ 60 แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงต่อเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปีนี้ คือ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของประเทศคู่ค้าสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย, ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากผลของซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ขยายระยะเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบถึงสิ้นปี 61 จากเดิม มี.ค. 60 และปัจจัยสุดท้ายเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน

ส่วนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อผลของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจากที่ได้หารือร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า การใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการคำนวณอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เนื่องจากเป็นรายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อราคาสินค้าในภาพรวม แต่อาจต้องรอดูอีกสักระยะ อาจมีการเพิ่มสัดส่วนของร้านธงฟ้าเข้ามาคำนวณในตะกร้าเงินเฟ้อมากขึ้น เพราะสินค้าบางรายการที่ขายในร้านธงฟ้าประชารัฐมีราคาถูกกว่าท้องตลาด 10-20% ซึ่งขอรอเก็บผลกระทบอีกสักระยะก่อน.