วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัตตานี สงขลา นราธิวาส น้ำท่วมหนัก ร.ร.ประกาศปิดแล้วกว่า 400 แห่ง
 


สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปัตตานี สงขลา และนราธิวาส ยังคงน่าเป็นห่วง แม้ะล่วงเข้าสู่วันที่ 5 แต่ระดับน้ำยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝนได้ตกลงมาอย่างหนักอีกระลอก จนถึงช่วงเช้า ประกอบกับน้ำเหนือจากจังหวัดยะลายังคงไหลสมทบกับแม่น้ำปัตตานี ทำให้ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอีก และขยายวงกว้างเข้าท่วมในหลายพื้นที่...
 


โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.60 น้ำในแม่น้ำปัตตานี ได้ขยายวงกว้างเข้าท่วมถนนสายสำคัญๆ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีทุกสายถูกน้ำเข้าท่วม โดยเฉพะ ถ.พิพิธ ถ.ปรีดา ถ.ฤดี ถ.ยะรัง ถ.จะบังติกอ ถ.นาเกลือ ถ.กะลาพอ ถ.โรงอ่าง ถ.สายบุรี ถ.สะบารัง และ ถ.หนองจิก ซึ่งถือเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดปัตตานี เพราะถนนสายดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ตั้งของส่วนราชการ ธนาคาร ห้างร้าน โรงเรียน และตลาดสด ระดับน้ำเข้าท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร ถนนหลายสายรถเล็กไม่สามารถสัญจรไปได้ นอกจากนี้น้ำยังได้เข้าไปภายในร้านค้าต่างๆ ทำให้ข้าวของเสียหาย เจ้าของร้านบางรายต้องเร่งทำกำแพงปิดร้าน บางรายนำกระสอบทรายนำมากั้นหน้าร้าน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมสูงกว่านี้ พร้อมทั้งเร่งยกข้าวของไปไว้ที่สูง นอกจากนี้ยังพบว่า รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่ออกเดินทางไปทำงาน เสียหายหลายคัน
 


ซึ่งสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ยังคงมีฝนและพายุลมแรง เมืองทั้งเมืองของ จ.ปัตตานี จมอยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีที่ตัดผ่านตัวเมืองเพื่อน้ำจะไหลลงสู่ทะเลนั้น พบว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ เพราะระดับน้ำที่สูงและเกือบล้นตลิ่ง หากน้ำล้นตลิ่งในเขตเทศบาลเมือง คาดว่าเมืองจะถูกน้ำท่วมหนักกว่าที่เป็นอยู่ 


ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ด้านอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดปัตตานี ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยว่า ได้รับผลกระทบแล้วในพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอ รวม 95 ตำบล 486 หมู่บ้าน 18 ชุมชน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 18,116 ครัวเรือน ราษฎรได้รับผลกระทบ 32,514 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมแล้วจำนวน 5 ราย อำเภอยะรัง 1 ราย อำเภอแม่ลาน 1 ราย อ.หนองจิก 1 ราย และ อ.ปะนาเระ 1 ราย และจากเหตุวาตภัยอีก 1 ราย ที่อำเภอยะรัง รวมเป็น 5 ราย โรงเรียนปิดการเรียนการสอน จำนวน 58 โรง

ด้าน จ.สงขลา ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากถูกน้ำท่วมทั้งจังหวัดรวม 16 อำเภอ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน และทางจังหวัดได้ประกาศให้เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินทั้ง 16 อำเภอ 112 ตำบล 8,247 หมู่บ้าน 35 ชุมชน 40,282 ครัวเรือน ซึ่งสภาพน้ำท่วมที่เกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ทั้งชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ตัวเมือง และหมู่บ้านต่างๆ โดยหนึ่งในอำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในขณะนี้คือ อ.สะบ้าย้อย ซึ่งถูกน้ำท่วมหนักมา 3 รอบ และครั้งนี้หนักสุด โดยเฉพาะที่บ้านแลแบง หมู่ 1 ต.สะบ้าย้อย ขณะนี้น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และไม่มีท่าว่าจะลดลง แม้จะถูกน้ำท่วมสูงมา 5 วัน

สภาพทั้งหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทางตำรวจ สภ.สะบ้าย้อย ต้องลำเลียงเครื่องยังชีพล่องเรือเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านบางส่วนที่ยังคงอยู่เฝ้าบ้านไม่อพยพออกมา 
ส่วนที่เหลือได้อพยพออกมาหมด ทั้งหมู่บ้านแล้วนับร้อยครัวเรือนโดยเฉพาะเด็กๆ และผู้หญิง โดยมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ว่าอำเภอสะบ้าย้อย


สำหรับ จ.นราธิวาส ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ฝนยังตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำ 3 สายหลักมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และยังคงเออล้นตลิ่ง โดยแม่น้ำสุไหงโก-ลก ส่งผลกระทบในพื้นที่ราบลุ่มเป็นวงกว้างทั้ง อ.แว้ง อ.สุไหงปาดี อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ ส่วนแม่น้ำสายบุรี เอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ อ.ศรีสาคร อ.รือเสาะ และ อ.บาเจาะ ขณะที่น้ำจากแม่น้ำบางนรา ระดับน้ำเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ของ ต.ลำภู ต.บางปอ อ.เมือง และจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ราบลุ่มตลอดถนนศูนย์ราชการ มีน้ำท่วมขังทั้งสำนักงานสถานสงเคราะห์เด็กชายนราธิวาส ทำการกองร้อย อส.จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำรถมาจอดไว้บนถนน


ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนยังคงลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่เดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11 เข้าพื้นที่แจกจ่ายน้ำดื่ม และอาหารแห้งให้กับประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่ ต.กายูคละ และ ต.ฆอเลาะ ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมเนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ในแต่ละวันเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้งชาย หญิง กระจายลงในทุกพื้นที่ เพื่อให้น้ำดื่มและอาหารถึงมือประชาชน


สำหรับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังจากในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยประกอบกับยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้โรงเรียนในพื้นที่ใน 13 อำเภอ รวม 488 แห่ง ทั้งโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาสเขต 1 เขต 2 และเขต 3 รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 15 นราธิวาส และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส โดยยังไม่มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ รอดูสถานการณ์เป็นระยะ.