วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลื้ม! เศรษฐีเอเชียแห่ถือหุ้นไทย

น.ส.สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือน พ.ค.60 มูลค่าการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนเอเชียในตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำสถิติสูงสุดสอดคล้องกับภาพรวมการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทย โดยในปี 60 มูลค่าถือครองหลักทรัพย์รวมของนักลงทุนเอเชียอยู่ที่ 1.68 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.88% จากปี 59 และคิดเป็น 36.4% ของมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างประเทศทั้งหมด โดยกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์โดยรวมของนักลงทุนเอเชียอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน (Financial) และกลุ่มเทคโนโลยี (Technology) นอกจากนี้ยังพบว่า ในกลุ่มนักลงทุนเอเชีย นักลงทุนที่มีมูลค่าการถือครองหุ้นไทยสูงสุด 3 อันดับแรก นำโดยนักลงทุนจากสิงคโปร์ ตามด้วยนักลงทุนญี่ปุ่น และนักลงทุนฮ่องกงตามลำดับ โดยมีมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์รวม 1.54 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 91.83% ของมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์รวมของนักลงทุนในเอเชีย

“ปี 60 มูลค่าการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนเอเชียทำสถิติสูงสุดที่ 1.68 ล้านล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 11.88% จากปี 59 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ ราคาหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ โดยดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น 9.65% จากปี 59 และมีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้านจำนวนหลักทรัพย์ที่ถือครองและจำนวนนักลงทุนในตลาด”

วันเดียวกัน ในฝั่งของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่า นายชยันต์ อัคราทิตย์ ได้ยื่นฟ้องเลขาธิการ ก.ล.ต.กรณีที่ได้สั่งพักการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 1 ปีนั้น ก.ล.ต.ขอยืนยันว่า การดำเนินการของ ก.ล.ต.เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหลักทรัพย์อย่างเคร่งครัด โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานอย่างรัดกุมและเป็นกลาง และเปิดโอกาสให้นายชยันต์ ได้ชี้แจงอย่างเต็มที่ ซึ่งกระบวนการพิจารณาลงโทษจะอยู่ในรูปแบบองค์คณะ มิได้ขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรม โดยในกรณีนี้ นายชยันต์ ได้อุทธรณ์คำสั่งครั้งหนึ่งแล้ว และคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า การดำเนินการของ ก.ล.ต. เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ หากศาลมีหมายไต่สวนมูลฟ้องมายังสำนักงาน ก.ล.ต.ก็พร้อมที่จะเข้าร่วมกระบวนการพิจารณา.