วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ในหลวง' มีพระราชดำรัสให้ ครม.ใหม่ตั้งใจทำงาน ใช้ปัญญาแก้ปัญหา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระราชวโรกาสให้ คณะรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ จำนวน 18 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

เมื่อเวลา 17.41 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ จำนวน 18 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนี้

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อีกตำแหน่งหนึ่ง, พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายอุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ด้วย

โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ความว่า "ขอถือโอกาสนี้อำนวยพรให้ทุกท่านมีกำลังใจ กำลังกาย และกำลังปัญญา ที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ สรุปก็คือ ความมั่นคงของชาติ ความสุขและความปลอดภัยของประชาชน และชื่อเสียง ตลอดจนวัฒนธรรมของประเทศชาติเรา ซึ่งมีประวัติและวัฒนธรรมอันยาวนาน ตลอดจนมีสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 สถาบัน ได้คุ้มประเทศมาตลอด

การทำงาน แน่นอนต้องเจอปัญหา ข้อขัดข้อง ปัญหาต่างๆ และก็เกิดข้อบกพร่อง หรือข้อผิดพลาดตลอด อันนี้เป็นมาตามประวัติศาสตร์ แต่ถ้าเผื่อใช้ปัญญา พร้อมด้วยกำลังใจและความมุ่งมั่นที่ดี ก็จะรู้จักแก้ไขข้อขัดข้อง ข้อบกพร่อง และอุปสรรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะความสุขส่วนรวม ภาพรวม ตลอดจนความมั่นคงของประเทศชาติ ประชาชน ก็เป็นสิ่งสำคัญของประเทศไทย

มีวิธีการทำงานมากมายหลายอย่าง แต่ความมุ่งมั่น การตั้งปณิธานที่จะรับใช้ประชาชน ประเทศ และสถาบันอันสูงสุดดังกล่าวของชาติ มีความสำคัญ ประชาชนเขาอยากมีความสุข ประชาชนเขาอยากมีความมั่นใจ ปลอดภัย และเขาก็พร้อมที่จะเดินก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร คณะรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ขับเคลื่อน ดูแล ปกป้องคุ้มครองประเทศชาติ แผ่นดินของเรา

ขอให้คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ท่านรับสั่งไว้มากมาย ท่านทรงปฏิบัติมามากมาย ถ้าเผื่อศึกษาพระราชกรณียกิจ พระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ก็คงจะเป็นสิ่งที่เป็นแนวทางที่ดีของประเทศชาติที่จะสืบสานต่อจากพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน แน่ใจว่าประชาชนเขาก็ต้องการแบบนั้น ก็ขอให้โชคดีทุกคน"