วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ได้ประกันยังไม่ทันไร ปปป.อายัดตัว 'พระครู' ต่อ ทุจริตเงินทอนวัด

หลังได้ประกันตัวในข้อหาอนาจาร ปปป.อายัดตัว 'พระครูกิตติ' เจ้าคณะ อ.ชนแดน ต่อ ในคดีทุจริตเงินทอนวัด เบื้องต้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จนท.เตรียมนำตัวไปฝากขังที่ศาล พรุ่งนี้ ...

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้จับกุมตัว พระครูกิตติพัชรคุณ หรือ นายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 53 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.2596/2560 ลงวันที่ 27 พ.ย. 2560 ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยจับกุมได้ที่วัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 60 พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. ได้นำกำลังเดินทางไปที่วัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับพระครูกิตติพัชรคุณ ในฐานความผิดคดีทุจริตเงินทอนวัด แต่ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบตัวพระครูอยู่ที่วัด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 พ.ย. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ อายุ 53 ปี มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนวัดนั้น จำนวน 12 คดี 12 วัด ความเสียหาย 28 ล้านบาท ซึ่งได้มีการสรุปสำนวนคดีส่งไปให้ ป.ป.ช.

โดยมี 2 คดีที่ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องต่อไปให้ ปปง. จากนั้นทาง ปปง.ได้เข้าร้องทุกข์กับตำรวจในคดีการทุจริต เจ้าหน้าที่จึงได้ไปขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ออกหมายจับพระครูกิตติพัชรคุณ ในคดีฟอกเงิน ซึ่งศาลได้ออกหมายจับข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เลขที่ จ29/2560 ลงวันที่ 30 พ.ย.

ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอายัดตัว พระครูกิตติพัชรคุณ หลังจากศาลอาญาอนุญาตประกันตัวในคดีของ บก.ป. เพื่อที่ทาง ปปป. จะนำตัวมาสืบสวนในคดีฟอกเงินทุจริตโกงเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนา พร้อมจะคัดค้านการประกันตัว ในชั้นพนักงานสอบสวน

โดยภายหลังการสอบสวน พระครูกิตติ พัชรคุณ เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ในวันที่ 1 ธ.ค. เวลา 08.30 น. ทางเจ้าหน้าที่จะนำ พระครูกิตติ ไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีทุจริตที่เกิดขึ้น ตำรวจ ปปป. ได้ตรวจสอบแล้วพบการทุจริตเกิดขึ้นที่วัดหลายแห่ง โดยรอบแรกเป็นการทุจริตงบอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัด และพัฒนาวัด 12 วัด ตั้งแต่ปี 2555-2559 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 ราย ต่อมา บก.ปปป.ลงตรวจสอบรอบที่สอง พบเป็นการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภท คือ 1. อุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 2. อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3. อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา-แผนกธรรม-แผนกบาลี จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 55-60 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 19 ราย.