วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เซอร์ไพรส์! ปุ๊ อัญชลี เลือกทำงานที่ใครๆ ก็ไม่อยากทำแล้ว! (คลิป)

ต้องบอกว่าเป็นงานที่มีแต่คนเลิกทำ สำหรับวงการนิตยสาร ที่ทยอยปิดตัวกันเป็นดอกเห็ด แต่ร็อกเกอร์สาวหนึ่งเดียวคนนี้ ขอสวนกระแส เปิดนิตยสารเพื่อคนรักสัตว์เลี้ยง

เรียกว่าสร้างความเซอร์ไพรส์ไม่น้อยสำหรับร็อกเกอร์สาวเท่ ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ที่หลายคนคุ้นภาพความเป็นนักร้องสาวสุดคูล แต่ล่าสุดเจ้าตัวพลิกบทบาทตัวเองมารับหน้าที่บรรณาธิการอำนวยการให้กับนิตยสารเพื่อคนรักสัตว์เลี้ยง "Pet Hipster"

นักข่าวเลยถามเจ้าตัวถึงบทบาทนี้ในงานเปิดตัวนิตยสารดังกล่าว ณ โซนโปรโมชั่น 4 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ โดยมี ดาว ธนาพร จิตต์กระจ่าง บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา มาร่วมให้ข้อมูลด้วย

ถามถึงการมาทำหน้าที่ บก. นิตยสาร Pet Hipster?
ปุ๊ "คือด้วยความที่พี่เป็นคนรักหมา รักแมว รักสัตว์อยู่แล้ว เขาเลยชักชวนพี่มาร่วมโครงการนี้ อยากให้น้องดาวพูดแล้วกันว่าเริ่มได้ยังไง"

ดาว "จริงๆ เป็นทีมที่ก่อนหน้านี้ทำแมกกาซีนกันอยู่แล้วนะคะ เริ่มจากคนที่รักสัตว์มาคุยกัน ก็มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ปัจจุบันมีคนเลี้ยงสัตว์กันเยอะ และเลี้ยงเปรียบเสมือนคนในครอบครัวค่ะ เราเลยคิดว่ามันน่าจะมีโซเชียลที่สามารถเข้ามาเป็นคอมมูนิตี้ได้ เพื่อเป็นการเปิดรับข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับน้องหมาน้องแมว หรือสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยง

และจะมีเรื่องความสนุก ร้านอาหารที่สามารถนำสุนัข หรือสัตว์เข้าไปได้ มันก็เลยเกิดไอเดียในทีมงานว่ามันควรจะทำ แต่เราก็สรุปว่ามันควรจะมีแมกกาซีน เพื่อเป็นสื่อทำให้เป็นรูปธรรมให้คนหยิบจับ และรู้จักมากขึ้นค่ะ"

แล้วพี่ปุ๊ดูแลในเรื่องอะไรบ้าง?
ปุ๊ "จริงๆ เขามีคอนเทนต์อยู่แล้ว เราก็ดูแลเรื่องราวทั่วๆ ไป จริงๆ แล้วอาจจะแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เขาทำให้เรียบร้อยแล้ว พี่ก็ดูความเรียบร้อยว่าเรามีอะไรจะแนะนำเพิ่มเติมมั้ย ค่ะ"

แต่ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์เป็นสื่อออนไลน์มากขึ้น?
ปุ๊ "อ๋อ ยังมีออนไลน์ด้วยค่ะ"

ดาว "เราเป็นคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ มีออนไลน์ มีโซเชียลเข้ามาค่ะ และมีแมกกาซีนเป็นส่วนหนึ่งค่ะ"

ปุ๊ "ไม่ว่าจะยังไงก็อยู่กันได้ เพราะคนที่มีใจรักหนังสือเป็นแบ็กอัพของเราด้วย พี่ว่าอยู่ได้นานเลยทีเดียว อย่างเราดูหนังสือสัตว์เลี้ยงทั่วไปเมื่อก่อนพี่มีเยอะนะคะ อย่างพี่ชอบดูรูป ชอบดูแฟชั่นหมาแมวที่อาจจะเป็นดาราเขามาถ่ายรูปให้ เราก็ยังอยากจะดู แล้วก็เข้าไปดูเนื้อหาความรู้ต่างๆ อะไรที่อ่านแล้วมันสนุกก็ทำให้บันเทิงใจด้วย

ฉะนั้นหนังสือสัตว์เลี้ยงก็ต้องดูหลายๆ อย่าง ที่ทำให้คนอ่านพึงพอใจ เราก็อยากให้เป็นอย่างนั้น และไม่หนาเกินไป เพราะคนสมัยนี้จะอ่านในช่วงเวลาสั้นๆ และได้สิ่งที่เขาต้องการ"

จากนักร้องมาเป็น บก. ท้าทายยังไงบ้าง?
ปุ๊ "มากเหมือนกันนะ แต่เนื่องจากเราไม่ได้เป็นคนริเริ่ม เขาปูพื้นฐานไว้แล้วก็ไม่ยากอะไรเลย เรียกว่าเข้ามาสวมไว้เฉยๆ ใช้ความเป็นผู้ใหญ่ สมควรจะเป็น บก.ได้แล้ว เพราะพี่เป็นลูก บก.มาก่อน คุณพ่อทำ นสพ.มาก่อน อาจจะเป็นลูกไม้ที่หล่นไกลต้นหน่อย ตอนนี้ก็เริ่มเข้ามาใกล้ต้นนิดนึง คุณพ่อคงภูมิใจแหละ

ถามว่ารู้สึกชอบไหม พี่ว่าสนุกดีนะคะ ทำสิ่งที่เราไม่เคยทำ เช่น ต้องเขียนบทความ มันก็ยากสำหรับพี่นะ แต่พอทำได้ก็สนุกดีค่ะ"

ดาว "พี่ปุ๊ทำได้ดีจริงๆ ค่ะ อย่างเรื่องเสื้อที่ตั้งใจทำ ทุกเส้น ทุกก๊อบปี้ มีเรื่องของรายละเอียดหมดเลย มีเรื่องคำอธิบาย และในบท บก. ปกติจะให้คนอื่นเขียนแล้วแค่เซ็นชื่อ แต่พี่ปุ๊ให้ความใส่ใจตรงนี้ เขียนด้วยความรู้สึก ด้วยใจจริงๆ ฉะนั้นถ้าใครอ่านบทบรรณาธิการ มันเป็นฝีมือจากความคิดความตั้งใจ"

ปุ๊ "ก็อ่านหน่อยนะ อย่ามองข้ามเลยนะ (ยิ้ม) เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขียนบท บก.อย่างนี้"

จะมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหม?
ดาว "เราก็จะทำเรื่องเนื้อหาให้เป็นที่น่าสนใจก่อน ให้มันค่อนข้างครบค่ะ และก็ให้คนอื่นรู้จักตัวโซเชียลฯ หลังจากนี้ถ้าเป็นไปได้ อาจจะทำเป็นกิจกรรมอีเวนต์พวกแรลลี่ ที่สามารถพาน้องหมา น้องแมว มาสนุกด้วยกัน มีการจอยข้อมูลกันค่ะ"

แล้วจะมีงานการกุศลไหม?
ปุ๊ "ก็คิดว่าหลังจากนั้นก็ต้องมี เมื่อเราพร้อม คือเราทำตั้งแต่ตอนนี้เลย อย่างที่เราทำขายเสื้อให้โครงการสำหรับปีหน้าทั้งปีเลย มาช่วยของมูลนิธิเดอะวอยซ์ ของคุณเก๋ ชลลดา ก็ค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเรามีแนวร่วมมากยิ่งขึ้น อย่าง น้องกระแต เขาจะมีมูลนิธิสัตว์น้ำ สัตว์ในทะเล พอเราทำหนังสือก็จะมีแนวร่วมเข้ามาแสดงความจำนง เพราะเราตั้งใจทำจริงๆ ฉะนั้นการช่วยเหลือ ผลประโยชน์ที่ได้ก็คือสิ่งมีชีวิตค่ะ"

เห็นว่ามีเรื่องการบริจาคเลือดให้สัตว์ด้วย สำคัญยังไงบ้าง?
ปุ๊ "พี่ว่าเลือดคือชีวิต คนก็เหมือนกัน ตอนนี้เรารู้แล้วว่าสัตว์เองต้องการเลือด โรคหลายโรค โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ก็เหมือนกับคนเลยค่ะ สัตว์ทุกตัวที่ป่วยเป็นมะเร็ง 70-80% เลยนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องการคือ เลือด มาช่วย และยังมีโรคที่เราไม่รู้อีกเยอะแยะเลย ฉะนั้นโครงการเลือดเป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก รพ.สัตวเลี้ยงจุฬาฯ ก็ทำเป็นเรื่องเป็นราวเป็นคนแรกเลย

ที่จริงทางเกษตรฯ ก็ทำด้วย แต่ว่ามาหยิบจับเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่นานมาแล้ว แล้วกว่าจะได้ก็กระท่อนกระแท่นมาก จนกระทั่งมีพวกเรามาช่วย ก็เลยเป็นรูปเป็นร่างขึ้น คุณหมอก็ดีใจ เราก็ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้และมาช่วยมากขึ้น หมอและพยาบาลก็มีความสุขมากขึ้น มีเครื่องมือพร้อมขึ้น คนเข้าใจมากขึ้น มาร่วมสนับสนุนให้กำลังใจ มันก็เป็นภาพสังคมที่น่าอยู่ขึ้นค่ะ".