วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ผมไม่ใช่อาชญากรสงคราม’ ย้อนประวัติ อดีตนายพลซดยาพิษ ช็อกโลก กลางศาล

ถือเป็นเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ ช็อกโลกอย่างยิ่ง เมื่อนายพลสโลโบดาน ปราลยัก อดีตนายพลชาวโครแอตแห่งบอสเนีย วัย 72 ปี ตัดสินใจ ซดยาพิษกลางศาลอาชญากรสงครามระหว่างประเทศในอดีตยูโกสลาเวีย (ICYT) ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. เพื่อต้องการประท้วง คัดค้านคำตัดสินของศาลที่ยืนคำพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 20 ปี ในความผิดฐาน ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมในเมืองมอสตาร์ สมัยสงครามบอสเนียระหว่างปี 2535-2538

‘สโลโบดาน ปราลยัก ไม่ใช่อาชญากรสงคราม..ผมขอปฏิเสธคำตัดสินของศาล’ นายพลปราลยักที่ยืนอยู่ในคอกที่นั่งจำเลย ตะโกนขึ้น พร้อมกับนำขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวสีเข้มอยู่ภายในออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนยกขึ้นดื่ม พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอันดัง ว่า ‘ผมกินยาพิษ’

นาทีนั้น ทุกคนในศาลตะลึงงันกันหมด ก่อนผู้พิพากษาสั่งพักการพิจารณาคดีทันที พร้อมกับที่เจ้าหน้าที่ศาลได้รีบนำตัวนายพลปราลยักส่งโรงพยาบาล ทว่าอาการของเขาทรุดหนักลงเรื่อยๆ และสุดท้าย นายพลปราลยักไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล..

แน่นอน..การฆ่าตัวตายช็อกโลก ของนายพลปราลยัก ถือเป็นเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ และเป็นเรื่องที่คงไม่มีใครคาดคิด มีเพียงเขาคนเดียวและคนแอบนำยาพิษมาส่งมอบให้เขาในเรือนจำ เท่านั้นที่รู้!!

*ย้อนความเป็นมา นายพลใจเด็ด ‘สโลโบดาน ปราลยัก’

- นายพลสโลโบดาน ปราลยัก เป็นชาวโครแอต เกิดที่เมือง Calpljina ซึ่งเคยเป็นเมืองในอดีตประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เมื่อปี 1945 ปัจจุบันอายุ 72 ปี

- จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากกรุงซาเกรบ ปัจจุบันคือเมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ระหว่างปี 1970-72 ทั้งในด้านสาขาวิศวกรรมศาสตร์ , ปรัชญา, สังคมวิทยาและการละคร

- เคยเป็นครูสอนวิชาปรัชญาและสังคมวิทยา, เคยทำงานเป็นผู้อำนวยการโรงภาพยนตร์, โพรดิวเซอร์ผู้ผลิตรายการทีวีและสารคดี ในช่วงปี 1970s-80s

- 1991 เข้าร่วมเป็นนายทหารในกองทัพโครเอเชีย (เคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสาธารณรัฐยูโกสลาเวีย แต่ได้รับเอกราชในปี 2534) จนได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้ก้าวหน้าในตำแหน่งทางทหาร ได้ติดยศพันตรี

- 1993 เป็นผู้บัญชาการของคณะเจ้าหน้าที่สำคัญ ในกองกำลัง Croatian Defence Coucil (สภาป้องกันโครเอเชีย) หรือ (HVO) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปกป้องอาวุธและเครื่องกระสุน ในสงครามบอสเนีย


*สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในบอสเนีย

สงครามกลางเมืองบอสเนีย ซึ่งเคยเป็น 1 ใน 6 สาธารณรัฐของอดีตยูโกสลาเวีย โดยได้รับเอกราชในสงครามยูโกสลาเวียในช่วงทศวรรษ 1990 ทว่าต่อมา ได้เกิดสงครามกลางเมืองในบอสเนียขึ้น และเป็นสงครามความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ระหว่างชาวโครแอต ชาวเซิร์บ และชาวบอสเนียซึ่งเป็นชาวมุสลิม โดยสงครามปะทุขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 1995 เมื่อชาวเซิร์บได้ก่อจลาจลเพื่อแยกตัวเป็นอิสระ ขณะที่ชาวโครแอตก็ต้องการแยกดินแดนเป็นอิสระเช่นเดียวกัน

สงครามในบอสเนียถูกระบุว่า เป็นสงครามการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุโดยกองทัพชาวเซิร์บได้สังหารหมู่ชาวบอสเนีย ขณะที่ชาวโครแอตก็ได้สังหารหมู่ชาวบอสเนียซึ่งเป็นชาวมุสลิมเช่นกัน โดยสงครามในบอสเนียเกิดการสู้รบยาวนานถึง 11 เดือนก่อนยุติลง และถือเป็นหนึ่งในสงครามนองเลือด ที่สู้รบกันอย่างดุเดือดที่สุด

*1 ใน 6 ผู้นำบอสเนีย ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก เป็นอาชญากรสงคราม

หลังสงครามกลางเมืองในบอสเนียยุติลง นายพลปราลยัคได้กลับไปทำธุรกิจ ทว่าในปี 2004 เขาตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นอาชญากรสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวบอสเนียซึ่งเป็นชาวมุสลิม จนถูกนำตัวขึ้นศาลอาชญากรสงครามระหว่างประเทศในอดีตยูโกสลาเวีย ที่กรุงเฮก 

นายพลปราลยัก เป็น1ใน6 ผู้นำที่ร่วมทำสงครามกลางเมืองในบอสเนียที่ตกเป็นผู้ต้องหาอาชญากรสงคราม ขณะที่นายสโลโบดาน มิโลเซวิช อดีตประธานาธิบดีจอมเผด็จการแห่งเซอร์เบียและสหพันธรัฐสาธารณรัฐยูโกสลาเวีย 'ดับคาคุก' เสียชีวิตในเรือนจำศาลกรุงเฮก ตั้งแต่ปี2006

อย่างไรก็ตาม นายพลปราลยักได้รับการประกันตัว กระทั่งในปี 2012 ศาลฯ ได้มีคำสั่งควบคุมตัวนายพลปราลยักมาคุมขังที่เรือนจำของยูเอ็น ในกรุงเฮก

ก่อนที่ในปี 2013 นายพลปราลยักได้ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 20 ปี จากความผิดในคดีอาชญากรสงคราม ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ขณะที่นายพลปราลยัก ยังถูกตั้งข้อหาเพิ่มพิเศษอีก 1 ข้อหา คือ สั่งทหารทำลายสะพานสำคัญยุคอ็อตโตมานของเมืองมอสตาร์ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์การทำลายล้างในบอสเนีย

ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้น มีคำวินิจฉัยว่า การทำลายสะพานสำคัญเหนือแม่น้ำเนเรตวา ‘สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อพลเรือนมุสลิม’ แต่ในคำพิพากษาเมื่อวันพุธที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาได้กลับโทษบางข้อหา และกล่าวว่า สะพานดังกล่าวเป็นเป้าหมายโดยชอบธรรมทางทหารในระหว่างสงคราม ทว่ายังคงยืนโทษจำคุกโดยรวม 20 ปีในข้อหาเป็นอาชญากรสงคราม

*ซดยาพิษฆ่าตัวตาย ค้านคำตัดสิน

แต่แล้ว ไม่มีใครคาดฝัน ขณะที่นายพลปราลยักถูกนำตัวมาฟังคำตัดสินของศาลฯ เขาได้ตัดสินใจดื่มยาพิษฆ่าตัวตายกลางศาล จนสร้างความตกตะลึงพรึงเพริดและนำมาซึ่งความสะเทือนใจ โดยนายกรัฐมนตรีอันเดรจ เปลนโควิช แห่งโครเอเชีย ได้กล่าวว่า เขาขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายพลสโลโบดาน ปราลยัก
“การกระทำของเขา ถือเป็นเรื่องโชคร้าย และพวกเราทั้งหมดได้เป็นประจักษ์พยานในวันนี้ เพราะเขาพูดออกมาจากก้นบึ้งลึกที่สุดของความไม่ยุติธรรมต่อคำตัดสินของ 6 ผู้ต้องโทษชาวโครแอต’ นายกรัฐมนตรีโครเอเชีย กล่าว

พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า รัฐบาลโครเอเชียขอแสดงความเสียใจต่อผู้ตกเป็นเหยื่อในสงครามบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาทั้งหมด พวกเราขอส่งเสียงความไม่พอใจและเสียใจต่อคำตัดสินครั้งนี้...