วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้ง 7 ข้อหา ‘บิ๊กไบค์ด่าตร.’ เจ้าตัวซีดยกมือไหว้ ยอมรับเมา ขาดสติ

อดีตนักเพาะกาย คลิปฉาว ขี่บิ๊กไบค์ไม่สวมหมวก-แจกกล้วยด่าตำรวจ เจอทีเดียว 7 ข้อหาถึงกับซีด จนท.ส่งฟ้องศาลทันที ส่วนเจ้าตัวยกมือไหว้ขอโทษ ยอมรับว่าเมามากจนขาดสติ ฝากเตือนอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

กรณีมีการเผยแพร่คลิป นายเมฆินทร์ อายุวัฒนมงคล อายุ 34 ปี อดีตนักกีฬาเพาะกาย แข่งขันในงานกีฬาแห่งชาติ เมื่อปี 53 ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ไม่สวมหมวกกันน็อก พร้อมต่อว่าและท้าทายตำรวจ จร.สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในป้อมจราจร สี่แยกศาลาแดง ถนนพระรามที่ 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เมื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์ สูงถึง 213 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนถูกนำตัวมาดำเนินคดี เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พ.ย.60 ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รอง ผบ.ตร และ โฆษก ตร. พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ และ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เดินทางมาให้กำลังใจ ด.ต.ปวิช บุญมาสูงทรง ผบ.หมู่ (จร.) สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ประสบเหตุ พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มกับ นายเมฆินทร์ รวม 7 ข้อหา คือ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ขับรถในขณะเมาสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่จัดให้ผู้ซ้อนท้ายสวมหมวกนิรภัย เปลี่ยนแปลงปิดบังป้ายทะเบียน ทำให้เกิดเสียงโดยไม่มีเหตุอันควร และบุกรุกเข้าไปในห้องควบคุมสัญญาณไฟจราจร เป็นพื้นที่ห้ามซึ่งไม่ใช่สถานที่บริการประชาชน 



พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า จากเหตุคลิปดังกล่าว จึงเดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้กำลังใจ ด.ต.ปวิช ชื่นชมที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใจเย็น สุภาพ อดทนต่อคำพูดเหยียดหยาม ไม่ใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ภายในคลิปมีการใช้วิทยุเรียกสายตรวจเข้ามาระงับเหตุ จึงไม่มีเหตุบานปลาย ตามหลักยุทธวิธีอย่างถูกต้อง คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนัก รวมทั้งการบุกรุกเข้าไปในป้อมจราจร ซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้าม เพราะอาจเกิดอันตรายส่งผลกระทบต่อสัญญาณไฟจราจรให้เกิดให้อุบัติเหตุกับผู้ขับขี่รถบนถนน 
นอกจากนี้หากบุกรุกเข้ามาในป้อมจราจรโดยมีอาวุธ ตำรวจสามารถใช้อาวุธปืนประจำกายป้องกันตัวตามเหตุอันสมควรได้ สำหรับช่วงท้ายคลิป นายเมฆินทร์ โทรศัพท์อ้างชื่อเกียรติ ตรวจสอบแล้วว่าไม่ใช่เจ้าหน้าตำรวจ แต่เป็นบุคคลที่ นายเมฆินทร์ เคารพนับถือเป็นพี่ชาย รวมทั้งช่วยพูดคุยให้ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ และให้ความร่วมมือ โดยตรวจหาสารเสพติดไม่พบ และไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม



ด.ต.ปวิช เปิดเผยว่า ขณะนั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนที่มีรถติดขัด กระทั่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ขี่มาจอดหน้าป้อม ซึ่งไม่สวมหมวกนิรภัยทั้งคนขี่และคนซ้อน จึงออกมานอกป้อมขอใบขับขี่อย่างสุภาพ แต่ผู้ขี่ตอบโต้กลับมาด้วยถ้อยคำหยาบคาย จังหวะนั้นเป็นสลับสัญญาณไฟจราจรจึงกลับเข้าในป้อม ซึ่งพบว่า ชายดังกล่าวมีอาการเมาสุรา และแสดงท่าทีพิรุธ จึงวิทยุเรียกสายตรวจมา คลิปดังกล่าวตนเป็นผู้ถ่ายเอง เนื่องจากปัจจุบันมีสังคมโซเชียลจำนวนมากและประชาชนที่จับตาการทำงานของตำรวจจึงต้องถ่ายคลิปเพื่อป้องกันตนเอง



นายเมฆินทร์ ให้การว่า ตนทำงานอยู่ย่านสีลม หลังเลิกงานจึงดื่มสุราและเบียร์ แล้วไปต่อที่บ้านคนรู้จัก จนถึงเวลาประมาณ 6 โมงเช้า จึงขี่รถจักรยานยนต์ออกมากระทั่งเกิดเหตุ ยอมรับว่าเมามากจนขาดสติ และมีอารมณ์โมโหที่ถูกเรียกตรวจใบขับขี่ จึงพูดจาและใช้ท่าทางไม่เหมาะสมออกไป ยอมรับข้อกล่าวหาทั้ง 7 จึงอยากเตือนคนอื่นว่า ไม่ควรดื่มสุราจนขาดสติ และเมาไม่ขับ

นอกจากนี้ นายเมฆินทร์ ยังยกมือไหว้ขอโทษ ด.ต.ปวิช จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายเมฆินทร์ ส่งฟ้องศาลแขวงปทุมวันทันที.