วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้งรางวัลนำจับ 1.1 ล้าน ล่าฆาตกรโหด ฆ่าปาดคอสาวยุ่นที่สุโขทัย ปี 50

ครอบครัวชาวญี่ปุ่น หารือดีเอสไอ ตั้งรางวัลนำจับรวม 1,100,000 บาท คนร้ายฆ่าปาดคอลูกสาว ภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมื่อ 10 ปีก่อน พร้อมวอนเจ้าหน้าที่เร่งติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พ.ย.60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายยาสึอากิ คาวาชิตะ นางเออิโกะ คาวาชิตะ และ นายโชอิจิ อาซาโนะ พ่อแม่และเพื่อนของ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นถูกฆาตกรรมบริเวณวัดสะพานหิน ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2550 พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะและขอบคุณคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ อย่างเต็มความสามารถ

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.56 โดยดีเอสไอรับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเก่า จ.สุโขทัย ในพื้นที่เกิดเหตุ แล้วทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานและได้ทำการเก็บสารพันธุกรรมเพิ่มเติม ก่อนส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ทำการตรวจพิสูจน์และเปรียบเทียบกับสารพันธุกรรมที่พบบริเวณขอบกางเกงของ น.ส.โทโมโกะ กับกลุ่มบุคคลที่เชื่อว่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ประมาณ 300 ราย ทั้ง เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทั่วไป แต่ผลการตรวจพิสูจน์ยังไม่ปรากฏว่าไม่มีรายใดมีสารพันธุกรรมตรงกับสารตัวอย่างที่ตรวจพบบริเวณขอบกางเกงของ น.ส.โทโมโกะ สำหรับชายชาวญี่ปุ่น 1 รายที่พบว่าอยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุได้ให้ทางการประเทศญี่ปุ่นช่วยประสาน เพราะกฎหมายญี่ปุ่นต้องได้รับความยินยอมถึงจะตรวจดีเอ็นเอได้

"ต่อมา เมื่อเดือน ส.ค.58 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำวัตถุพยานส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ประเทศญี่ปุ่น ผ่านช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา ซึ่งผลการตรวจไม่สามารถตรวจหาสารพันธุกรรมได้เช่นเดียวกัน และผลการสอบสวนก็ไม่บ่งชี้ว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิด รวมทั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังคงทำการสืบสวนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และได้ประกาศให้รางวัลโดยดีเอสไอให้เงินรางวัล 500,000 บาท ตำรวจ บช.ภ.จ.สุโขทัย ให้เงินอีก 500,000 บาท และครอบครัวผู้เสียชีวิต ให้อีกจำนวน 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,100,000 บาท แก่ผู้แจ้งเบาะแสที่จะนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ที่ผ่านมามีประชาชนแจ้งข้อมูลคนร้ายมาอย่างต่อเนื่อง และเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง แต่ก็ยังไม่สามารถค้นพบตัวผู้กระทำผิด" พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

อธิบดีดีเอสไอ เผยต่อว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานต่อไปนั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะทำการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานโดยใช้ข้อมูลที่ได้รับจากการแจ้งเบาะแสเข้ามาเป็นระยะๆ ประกอบกับข้อมูลจากบุคคลในพื้นที่ เพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดีเอสไอได้รับคดีดังกล่าวภายหลังจากเกิดเหตุมาประมาณ 6 ปี ทำให้พยานหลักฐานบริเวณที่เกิดเหตุมีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงจำเป็นต้องยึดสารพันธุกรรมที่พบตรวจพบบริเวณขอบกางเกงของ น.ส.โทโมโกะ เป็นแนวทางหลักในการสืบสวนสอบสวน โดยจะทำการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป

ด้านนายยาสึอากิ กล่าวว่า ลูกสาวเสียชีวิตมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว แต่ยังคงมีความหวังสามารถจับกุมคนร้ายได้ และอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งข้อมูลให้ครอบครัวตนทราบบ้าง โดยครอบครัวตนได้ช่วยเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน.