วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.มีมติเอกฉันท์ 189 เสียง รับหลักการ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.

สนช.ถก ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส.วาระแรก มติเอกฉันท์ 189 เสียงรับหลักการ "มีชัย" ชี้เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.60 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอ

โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กล่าวถึงภาพรวมของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า ในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ฯ เป็นครั้งแรกที่ กรธ.ได้เชิญเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาร่วมพิจารณาตั้งแต่ต้น เพื่อให้ช่วยตรวจดูความถูกต้องและนำไปเสนอต่อ กกต.ทั้ง 5 คน และให้ทำความเห็นกลับมายัง กรธ.ภาพรวมของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กรธ.จึงได้มีบัญญัติหลักการสำคัญหลายประการ เข้าไปเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เช่น การกำหนดให้เบอร์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคการเมืองในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่ซ้ำกัน

นายมีชัย กล่าวต่อว่า ที่สำคัญกติกาการเลือกตั้งในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการออกเสียงมากขึ้น กล่าวคือ การให้ประชาชนสามารถลงคะแนนไม่ประสงค์จะเลือกผู้สมัครคนใด เดิมไม่เคยนำเอาคะแนนส่วนนี้มานับ แต่คราวนี้กำหนดให้นำคะแนนนั้นมานับแล้วประกาศให้ประชาชนทราบ และถ้าในเขตเลือกตั้งใดผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่มีใครได้คะแนนเกินกว่าคะแนนที่ไม่เลือกผู้ใด ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในเขตนั้นจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง และจะไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งแทนคราวนั้น ต้องกลับไปสร้างคุณงามความดีกันใหม่อีก 4 ปีค่อยกลับมาสมัครใหม่

จากนั้นเป็นการอภิปรายของสมาชิก สนช.ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดย นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล สนช.ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาภาพรวมของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ แล้วได้มีข้อสังเกตบางประการ อาทิ มาตรา 15 ที่ให้ กกต.สามารถมีมติไม่น้อย 2 ใน 3 เพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ หากมีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกได้จนเป็นเหตุไม่สามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปพร้อมกันได้ ซึ่งคณะกรรมการฯ มีข้อสังเกตว่า ควรมีมาตรการในการควบคุมการใช้ดุลพินิจของ กกต.เกี่ยวกับการกำหนดการเลือกตั้งตามมาตรา 15 เช่นเดียวกับมาตรา 75 ซึ่งกำหนดห้ามเกี่ยวกับการกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่าควรกำหนดความผิดให้ครอบคลุมไปถึงบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องด้วย

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ด้วยมติเอกฉันท์ 189 เสียง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 33 คน กำหนดเวลาในการพิจารณาให้เสร็จภายใน 58 วัน