วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่คืบ! ตำรวจขอเก็บหลักฐานคดีน้องเมย ร.ร.เตรียมทหารยังเงียบ

ตำรวจนครนายกยังรอคำตอบจากโรงเรียนเตรียมทหาร หลังทำหนังสือขออนุญาตเข้าไปสอบพยานบุคคล ตรวจเก็บพยานวัตถุ ตรวจที่เกิดเหตุคดีน้องเมย แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ได้แต่สอบหมอรพ.จปร.ไปพลางๆ ขณะที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แถลงอวัยวะภายในถูกดองฟอร์มาลินนาน ยังตรวจดีเอ็นเอไม่ได้...  


วันที่ 30 พ.ย. พล.ต.ต.วัฒนรา ยี่จีน รักษาการผบก.ภ.นครนายก เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหาร ปี 1 เสียชีวิต โดยที่เป็นการตายผิดธรรมชาติ ว่า ทางคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนของตำรวจนครนายก ได้ทำหนังสือไปยังโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อขอสอบพยานบุคคล พยานวัตถุต่างๆ รวมไปถึง ให้พนักงานสอบสวนเข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่โรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งขณะที่ทางตำรวจยังรอคำตอบรับจากทางโรงเรียนเตรียมทหาร และอีกส่วน กำลังรอผลการชันสูตรพลิกศพรอบสอง


“ที่พนักงานสอบสวนสามารถทำได้ในตอนนี้คือการสอบปากคำแพทย์โรงเรียนนายร้อยจปร. ส่วนของทางโรงเรียนเตรียมทหาร ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบจากโรงเรียนฯ และรอผลการชันสูตรรอบใหม่"

ผู้สื่อข่าวรายงาน ล่าสุดวันเดียวกัน นายสมณ์ พรหมรส ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้แถลงผลการชันสูตรศพ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ผลการตรวจชิ้นเนื้อจากอวัยวะภายใน ได้ส่งไปที่ห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์กองสารพันธุกรรม เพื่อยืนยันว่าเป็นอวัยวะของน้องเมยจริง ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากสารพันธุกรรมซึ่งผ่านการดองสารฟอร์มาลิน มีการเสื่อมสลายมาก การตรวจวิเคราะห์รูปแบบสารพันธุกรรมจึงกระทำได้ยาก จำเป็นต้องใช้น้ำยาสกัดสารพันธุกรรมแบบพิเศษ Formalin-fixed paraffin-embedded (FFPE) และต้องดำเนินการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ

ขณะเดียวกัน รายงานข่าวระบุว่า การกำหนดระยะเวลาในการชันสูตรพลิกศพอยู่ในห้วงเวลา 90 วัน โดยขณะนี้ต้องรอการชันสูตรจากแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หากผลรายงานออกมาตรงกับการชันสูตรจากโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ก็สามารถสรุปหาสาเหตุการเสียชีวิตได้ แต่หากขัดแย้งกัน ถือเป็นหน้าที่ของแพทยสภา ว่าจะกำหนดวิเคราะห์ไปในทิศทางใด และอะไรเป็นสาระสำคัญ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังคงรอการสอบปากคำพยาน ทั้งตัวนักเรียนเอง และอาจารย์ในโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการประสานไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่มีคำสั่งกำชับลงมาว่า ห้ามตำรวจเข้าพื้นที่ ห้ามให้ข้อมูล เพราะเกรงจะมีการสื่อสารผิดพลาด จนมีผลกับรูปคดี.