วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อดีตสามีครูจอมทรัพย์อ่วม! โดนข้อหาเพิ่ม เบิกความเท็จ-ซ่องโจร

ตำรวจนครพนมแจ้งข้อหาหนักเพิ่มอีก อดีตสามีครูจอมทรัพย์ พร้อมพยานอีก 3 ปาก ฐานเบิกความเท็จต่อศาล รวมถึงซ่องโจร อันเป็นความผิดเดียวกับครูจอมทรัพย์...


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 พ.ย.2560 พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีครูจอมทรัพย์ ได้มีการประชุมหารือ เร่งรัดดำเนินคดีกับขบวนการรับจ้างทำผิด ปั้นพยานเท็จในคดีครูจอมทรัพย์ พร้อมได้มีการแจ้งข้อหาหนักสำหรับ นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตสามีครูจอมทรัพย์ มีอาชีพรับราชการเป็นหัวหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแห่งหนึ่ง ใน จ.สกลนคร โดยทั้งสองมีการจดทะเบียนหย่าภายหลังครูจอมทรัพย์พ้นโทษออกจากเรือนจำ เมื่อปี 2558 ก่อนกลับมาใช้ชื่อ นางจอมทรัพย์ ศรีบุญหอม ส่วนความผิด ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาอดีตสามี ฐานความผิด ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เบิกความเท็จต่อศาล รวมถึงซ่องโจร ซึ่งเป็นฐานความผิดร่วมกันกับครูจอมทรัพย์ และครูอ๋อง นายสุริยา นวลเจริญ เนื่องจากพบหลักฐานเชื่อมโยง เคยมาให้การตำรวจ เพื่อหาทางช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ ก่อนจะมีการรื้อฟื้นคดี

ในวันนี้จะมีการเรียกตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม หลังเมื่อวานที่ผ่านมาได้เข้ามารายงานตัวกับพนักงานสอบสวน เวลา 18.00 น. และไม่มีการควบคุมตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และเข้ามารายงานตัวด้วยตนเอง นอกจากนี้ทางตำรวจได้มีการดำเนินคดีแจ้งข้อหากับพยานสำคัญอีกจำนวน 3 ราย ที่เคยร่วมเป็นพยานให้การช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี รวมถึง นางทองเรศ วงศ์ศรีชา อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่เคยให้การตำรวจว่า พบเห็นชายเป็นคนขับรถยนต์ชนคนตาย ก่อนเดินลงมาดูคนตาย แล้วหลบหนี ไป รวมถึง นางรจนา จันทรัตน์ อายุ 55 ปี เพื่อนครูจอมทรัพย์ ที่เคยออกมาให้การช่วยเหลือในการรวบรวมพยานหลักฐาน เบิกความต่อศาล จึงถือว่าเข้าข่ายร่วมกันปั้นพยานเท็จ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ฐานความผิด ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เบิกความเท็จต่อศาล รวมถึงซ่องโจร ซึ่งเป็นฐานความผิดร่วมกันกับครูจอมทรัพย์ 

สำหรับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ทางตำรวจได้ทำหนังสือเชิญมาสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการช่วยเหลือรื้อฟื้นคดี ที่ตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น เพื่อพิจารณาอำนาจหน้าที่ หากพบว่ามีการเชื่อมโยง หรือให้การช่วยเหลือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย จะต้องมีการดำเนินคดีเช่นกัน.