วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชือดบิ๊กรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายช้า "สมคิด"ดันสุดลิ่มหนุนงบลงทุนฟื้นเศรษฐกิจ

“สมคิด” เดินเครื่องเต็มสูบสั่งรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกงบลงทุนเดือน ธ.ค. ดันยอดเบิกจ่ายงบลงทุนให้ได้ 95% จากปัจจุบันเบิกจ่ายได้ประมาณ 80% ของงบลงทุน 5 แสนล้านบาท พร้อมใช้การเบิกจ่ายงบเป็นเกณฑ์ชี้วัดการทำงานผู้บริหารสูงสุดรัฐวิสาหกิจ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การลงทุนของรัฐวิสาหกิจในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 ขยายตัว 9.2% ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวในช่วงที่ใช้จ่ายภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยในการประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้มอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจให้ความสำคัญกับการดำเนินการลงทุน และเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาส 4 ปีนี้ เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนรัฐวิสาหกิจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นายสมคิดมอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจไปดำเนินการ ดังนี้ 1.ปรับปรุงแผนและประมาณการเบิกจ่ายงบลงทุนให้สะท้อนกับความสามารถในการเบิกจ่ายได้ตามจริง โดยให้คำนึงถึงการเบิกจ่ายงบที่ผูกพันไว้แล้ว และการเบิกจ่ายที่ไม่เป็นไปตามแผนในปีนี้จะต้องผูกพันมาเบิกจ่ายในปีหน้า 2.เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้ไม่น้อยกว่า 95% ของกรอบงบลงทุน 3.ให้พิจารณากำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายการเบิกจ่ายงบลงทุนในการประเมินผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนที่เหลืออีก 1 เดือนของปี 2560 ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

สำหรับกรอบงบประมาณปี 2561 สคร.มีรัฐวิสาหกิจที่กำกับดูแล 54 แห่ง มีงบลงทุนประมาณ 506,000 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่มียอดลงทุน 344,000 ล้านบาทที่ประชุมจึงกำชับให้รีบเบิกจ่ายให้ได้ 95% ส่วนแผนการเบิกจ่าย เดิมที่ล่าช้าให้นำมาร่วมกับแผนใหม่ เพื่อติดตามการเบิกจ่ายช่วงท้ายปี และกลางปีหน้าต่อไปเนื่องจากผลเบิกจ่ายจริงช่วงที่ผ่านมาทำได้ประมาณ 80% ของงบลงทุน จากปกติในแต่ละปีเบิกจ่ายได้เพียง 74-75% ของงบลงทุน

“งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่จัดทำแบบปี งบประมาณที่สิ้นสุดเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และปีปฏิทิน ณ สิ้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา วงเงินลงทุน 344,129 ล้านบาท เบิกจ่ายได้ 240,860 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของเงินลงทุน เช่น รัฐวิสาหกิจตามปีปฏิทินในช่วง 10 เดือนแรก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เบิกจ่ายได้ 59,000 ล้านบาท จากแผน 61,000 ล้านบาท หรือเบิกจ่ายได้ 96%, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เบิกจ่าย 40,538 ล้านบาท จากแผน 41,453 ล้านบาท หรือ 98% และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เบิกจ่ายได้ 76% จากแผน 14,073 ล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจตามปีงบประมาณ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เบิกจ่ายได้ 39% จากแผน 59,697 ล้านบาท การประปาส่วนภูมิภาค เบิกจ่าย 63% จากแผน 13,400 ล้านบาท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เบิกจ่ายเพียง 28% จากแผน 232 ล้านบาท จึงต้องเร่งให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน”

นายเอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะปีที่แล้วเศรษฐกิจขยายตัวได้ 3.2% มีตัวเร่งจากการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจที่ขยายตัว 10% และภาวะเศรษฐกิจ 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวได้ 3.8% เนื่องจากการเบิกจ่ายงบลงทุนขยายตัวถึง 9.2% โดยในปีงบประมาณ 2561 เชื่อว่ากรอบงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจจะขยายตัวได้อย่างน้อย 40%”

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2561 โดยระบุว่าได้สั่งการให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนเดือนสุดท้ายของปี 2560 ให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ยังเบิกจ่ายล่าช้า เพราะจะเป็นตัวชี้วัดการทำงานผู้บริหารสูงสุด สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2561 ก็ให้เร่งทยอยเบิกจ่ายงบตั้งแต่ต้นปี ไม่ให้ไปเบิกจ่ายในช่วงท้ายปี โดยรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาการเบิกจ่ายล่าช้า เช่น ร.ฟ.ท. เนื่องจากโครงการรถไฟรางคู่ แต่เชื่อว่าเมื่อมีการแก้ไขปัญหาอุปสรรคเดิมได้แล้ว ก็ให้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนให้เร็วขึ้น ส่วนรัฐวิสาหกิจที่มีความเข้มแข็ง เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ก็ให้เร่งลงทุนเพราะมีผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการขนส่งของไทย

สำหรับการเร่งเบิกจ่ายงบสะสมที่จะนำไปลงทุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 150,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยทั้ง 2 หน่วยงานพร้อมจะประสานความร่วมมือกัน ซึ่งกรมบัญชีกลางจะได้ออกระเบียบการใช้เงินโดยมีการผ่อนผันให้ลงทุนในโครงการต่างๆเพิ่มมากขึ้น โดยจะดำเนินการเบิกจ่ายให้ได้ภายใน 4 เดือน โดยในงวดแรกคาดว่าจะมีเงินที่เบิกได้ประมาณ 50,000 ล้านบาท.