วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปส.รวบสาวเมียนมา รับโอนเงินเครือข่ายยา มีเงินหมุนเวียนกว่า 100 บัญชี

ปส.รวบ 'มิน เตง เอ' สาวชาวเมียนมา ทำหน้าที่โอนเงินให้เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พบข้อมูลกว่า 100 บัญชี เงินหมุนเวียนกว่า 5,000 ล้านบาท เบื้องต้น ปฏิเสธ อ้างทำธุรกิจรับแลกเงินในฝั่งท่าขี้เหล็กเท่านั้น

วันที่ 29 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมกำลังสยบไพรี เข้าจับกุม นางมิน เตง เอ อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาสนับสนุน หรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิด โดยเปิดบัญชีรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กระทำผิดเพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ ขณะเดินทางมาที่ประเทศไทย

โดยผู้ต้องหารายนี้นับเป็นบุคคลรายสำคัญ ที่สั่งการโอนเงินจ่ายค่าลำเลียงยาเสพติด ของรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ด้วยการเปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชี รับโอนเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเครือข่ายยาเสพติด นอกจากนี้ จากการสืบสวนเชื่อมโยงตั้งแต่ปี 2555 และยังพบคดีที่มีความเชื่อมโยง คดีแรกเป็นการจับผู้ต้องหาพร้อมยึดยาบ้า 1.7 ล้านเม็ด ไอซ์ 36 กก. เมื่อปี 2558 พบข้อมูลมีการโอนเงินเข้าบัญชีของน้องสาวมินเตงเอ และมีการโยกเงินไปยังบัญชีต่างๆ

จากนั้นเมื่อปี 2559 กรณีการจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่ง พร้อมยึดของกลางไอซ์ 27 กก. พบว่าผู้ต้องหารายนี้ใช้บัญชีธนาคารของนางสาวมินเตงเอ ในการโอนเงินค่ายาเสพติด พร้อมให้การซัดทอดว่า เจ๊ฟอง ปทุมมณี ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเจ้าของยาเสพติดทั้งหมด

และเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ตำรวจภูธรภาค 1 ได้จับกุม นายทวีลาภ ทวีพูล กับพวกรวม 3 คน พร้อมยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด และได้ประสานความร่วมมือ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 สามารถรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

เบื้องต้น นางมิน เตง เอ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด และอ้างว่าทำธุรกิจรับแลกเงินในฝั่งท่าขี้เหล็กเท่านั้น

ขณะที่ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ระบุว่า เครือข่ายของผู้ต้องหารายนี้มีทั้งหมด 4 คน ทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน โดยการนำเงินจากผู้ค้ายาเสพติดจากไทยไปยังเมียนมา ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อวัน โดยไม่แตะต้องยาเสพติด นอกจากนี้ พบว่าผู้ต้องหารายนี้มีบัญชีกว่า 100 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 5 พันล้านบาท และมีเงินหมุนเวียนทั้งเครือข่ายกว่า 1 หมื่นล้านบาทในรอบ 1 ปี โดยทำมาแล้วกว่า 10 ปี

นอกจากนี้ มักเดินทางเข้าประเทศไทยบ่อยครั้ง ทั้งมาท่องเที่ยวและทำธุรกิจ โดยการเดินทางเข้าไทยครั้งนี้ พบว่ามาเพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เกี่ยวกับเงินในบัญชี เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติทางบัญชี นอกจากนี้ พบว่าผู้ต้องหารายนี้มีการทำธุรกิจหลายประเภททั้งฝั่งไทยและเมียนมา ซึ่งเชื่อว่าใช้สำหรับฟอกเงิน โดยหลังจากนี้จะดำเนินคดีในประเทศไทย และเตรียมขยายผลจับกุมหาเครือข่ายทั้งหมด