วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภัยคุกคามบนถนน

ช่วงหลังมีข่าวผู้หญิงที่ขับรถคนเดียวถูกคุกคามหลังเกิดเหตุรถเฉี่ยวชนกันบนท้องถนน สร้างความเอือมระอา และรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เรื่องนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ใช้รถใช้ถนนเพียงลำพัง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุมักถูกคู่กรณีที่มากันหลายคนเข้ากดดัน จะโยนความผิดให้ ทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนว่าใครถูกใครผิด แต่กลุ่มคนเหล่านั้นจะมองว่าตนเองถูกไว้ก่อน เพื่อให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหาย

หรือเพื่ออะไรบางอย่าง

ล่าสุดมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาของผู้หญิงที่เจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยบนท้องถนน พร้อมกับลูกสาวที่ติดรถทำธุระด้วยกันบอกว่า คืนวันที่ 18 พ.ย. ผู้หญิงกับลูกสาววัย 5 ขวบ ขับรถอยู่บนถนนราชพฤกษ์ มุ่งหน้าสู่ถนนสาทร เพื่อเดินทางกลับที่พักคอนโดย่านสาทร

ขณะขับรถอยู่บนเลนขวาสุด แต่เนื่องจากถนนมีการก่อสร้าง มีกรวยยางวางปิดเส้นทาง ทำให้ต้องหักรถหลบออกทางด้านซ้ายเข้าสู่เลนกลาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ “บิ๊กไบค์” พุ่งเข้าชนท้ายรถ

เป็นเหตุให้มอเตอร์ไซค์ “บิ๊กไบค์” ล้มลงได้รับความเสียหาย คนนั่งซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บ

แต่ประเด็นอยู่ที่หลังจากที่เกิดเหตุพบว่า มอเตอร์ไซค์ “บิ๊กไบค์” มากันเป็นกลุ่ม เข้ามารุมล้อมรอบรถพร้อมเคาะกระจกพูดจาโหวกเหวก โวยวาย กดดันให้ลงมาเจรจา

นาทีนั้นผู้หญิงคนไหนจะกล้าลงจากรถมาเจรจากับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เข้ามารุมรอบรถแบบนั้น เพราะความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตัวเองและลูกสาว โชคยังดีที่ไม่นานมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯมาถึงที่เกิดเหตุจึงกล้าที่จะลงมาเจรจา

กลุ่ม “บิ๊กไบค์” โยนความผิดให้ผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้งที่ยังไม่ได้สอบสวนข้อเท็จจริง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเจรจา ผู้ขี่บิ๊กไบค์คู่กรณีมีอาการคล้ายเมาสุรา จึงร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯนำตัวคนขับขี่ไปที่สถานีตำรวจ เพื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

เมื่อพูดถึงการตรวจวัดแอลกอฮอล์ คนขับ “บิ๊กไบค์” หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้แต่เพียงกลุ่มเพื่อนที่มาออกหน้าแทน แค่นี้คงได้คำตอบ ทำไมกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นมีอาการดุดัน กดดันหญิงสาวคู่กรณีทั้งที่อยู่กับลูกสาววัย 5 ขวบในรถ ไม่ได้คิดหลบหนีไปไหน แต่กลัวไม่ปลอดภัย

ขอเป็นอุทาหรณ์เตือนผู้หญิงทุกคนที่ต้องใช้รถใช้ถนน ในช่วงค่ำคืน เมื่อเกิดอะไรขึ้น ให้ใช้สติ ควบคุมอารมณ์ให้ได้ อย่าหลงไปตามเกมของกลุ่มคนเหล่านั้น จะถูกจะผิดให้รีบติดต่อตำรวจมาเป็นผู้ตัดสิน

ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อให้คนเหล่านี้เอาเปรียบ.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th