วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชัยชนะของกระต่ายกับเต่า

ข้อเสนอฝ่ายการเมือง เลือกตั้งครั้งหน้า (ถ้ามี) สองพรรคใหญ่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ จับมือกันก็ตั้งรัฐบาลได้...ผมฟังมาหลายครั้ง แต่เสียงขานรับยังแผ่ว

มีคนพูดว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร ก็จริง แต่จะเอามาใช้กับสองพรรคการเมืองใหญ่นี้ได้แค่ไหน...ตัวแปร ก็คงอยู่ที่พรรคทหาร

ถ้าสรุปผลงานสี่ปี ออกมาดี ขณะที่ชาวบ้าน...ยังเข็ดขยาดการเมืองแบบไทยอยู่...ถึงเวลาเลือกตั้ง กาคะแนนให้พรรคไหนไม่ลง... พรรคที่สาม ไม่ว่าจะเรียกพรรคอะไร ก็ยังอยู่ต่อไปได้อีก

เรื่องการรวมสองพรรคใหญ่ ทำให้ผมนึกถึง นิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า

ก็รู้ตอนจบกันทั้งนั้น เมื่อกระต่ายกับเต่าท้าวิ่งแข่งกัน สุดท้าย เต่าชนะ

แต่นิทานเรื่องนี้ มีนักเลงดีเสกสรรปั้นเรื่อง เล่าต่อ ลองฟังเวอร์ชั่นใหม่กันดู

ยกแรกกระต่ายแพ้ เจ้ากระต่ายก็ไปขอแก้มืออีกครั้ง เต่ารับปาก คราวนี้กระต่ายได้บทเรียน ไม่อวดเก่ง ไปนอนหลับ แต่วิ่งรวดเดียว ก็ถึงเส้นชัย แน่นอน กระต่ายชนะ

เต่าแพ้แล้ว ก็กลับไปคิดหาวิธี แล้วขอแข่งกับกระต่าย เป็นครั้งที่สาม เพียงแต่มีเงื่อนไขใหม่ ขอเลือกเส้นทางแข่งขันเอง กระต่ายยังแน่ใจฝีเท้า ก็ตกลง

การแข่งขันเริ่ม กระต่ายตั้งใจวิ่งฉิว นำหน้าเต่าไปหลายช่วงตัว แต่พอถึงริมฝั่งแม่น้ำ ก็ต้องหยุด เพราะมันว่ายน้ำข้ามไม่ได้ เต่าคลานต้วมเตี้ยมตามสไตล์ พอถึงฝั่งแม่น้ำ ก็ว่ายข้าม

กระต่ายเจ้าแห่งความเร็วบนบก มองตามเต่าว่ายน้ำตาปริบๆ

ด้วยบทใหม่ ในสนามแข่งแห่งใหม่ การแข่งขันครั้งที่สาม กระต่ายแพ้

ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ มาแล้วสามครั้ง ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วตกลงกันว่า น่าจะมีการแข่งขันครั้งที่สี่ ขอเวลาไปหากติกาใหม่

เจ้ากระต่ายคิดหลายวิธี เมื่อเริ่มการแข่งครั้งที่สี่ มันเสนอเต่าว่า การวิ่งครั้งนี้กติกาใหม่ก็คือ เรามีจุดหมายปลายทาง ที่เดิมที่เดียวกัน

แต่แทนที่เราจะตั้งหน้าตั้งตาวิ่งแข่งกัน เราจะร่วมมือกัน

และแล้ว การแข่งวิ่งครั้งที่สี่ก็เริ่มขึ้นในลู่วิ่งบนบก เจ้ากระต่ายก็แบกเต่าไว้บนหลัง แล้วเริ่มวิ่งสุดฝีเท้า ถึงริมฝั่งแม่น้ำกระต่ายวางเต่าลงจากหลัง

แล้วขึ้นขี่หลังเต่าตอนที่มันว่ายข้ามแม่น้ำ

และด้วยกติกาการแข่งขันเช่นนี้ ทั้งเจ้ากระต่ายและเจ้าเต่า ก็ถึงเส้นชัยพร้อมกัน

นิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าเวอร์ชั่นนี้ ผมเอามาจากหนังสือ เรื่องคมๆความหมายชวนคิด (สำนักพิมพ์อินสไปร์) คุณสุริยเทพ ไชยมงคล ผู้เขียนอธิบายความหมายชวนคิด ต่อท้ายว่า

ในการแข่งขันนั้น นอกจากสนามแข่งขันจะเปลี่ยนไป คู่แข่งก็ต้องพัฒนาตัวเอง ผลัดกันแพ้ชนะ จนได้เรียนรู้ว่า หากแข่งขันกันต่อไป คงมีความยากลำบากและความซับซ้อนเพิ่มขึ้น

ทั้งสองมีทางไปถึงเส้นชัย การตัดสินใจร่วมมือเสริมจุดเด่น เลี่ยงจุดด้อยกันและกัน เป็นวิธีที่ดีกว่า

นิทาน ก็คือนิทาน ไม่จำเป็นต้องยึดโยงกับความจริง ความจริง ก็คือกระต่ายไม่มีทางแบกเต่าไว้บนหลัง

และคงเป็นการยาก หากเต่าจะแบกกระต่ายไว้บนหลัง ขณะกระเสือกกระสนว่ายน้ำ

นึกถึงสองพรรคการเมือง การให้เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์จับมือกันเป็นรัฐบาลนั้น แม้มีความเป็นไปได้ในทางการเมือง แต่คงเป็นเรื่องยาก กว่ากระต่ายแบกเต่า เต่าแบกกระต่าย...หลายเท่า

สองพรรคนี้ เขาสู้กันถึงพริกถึงขิง รักเขาชังกันมากน้อยแค่ไหน ใครจะไปรู้ดีเท่าพวกเขา โอกาสที่พรรคทหารจะเอาชนะ ก็เพราะเหตุนี้แหละครับ.

กิเลน ประลองเชิง