วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนคดีครูจอมทรัพย์

คดีครูจอมทรัพย์ที่โด่งดังทั่วประเทศ กลายเป็นเรื่องแบบทีใครทีมัน ใครได้ทีก็ขี่แพะไล่ เมื่อตอนต้นปี ครูจอมทรัพย์ถูกมองเป็น “แพะ” ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกลั่นแกล้งให้ติดคุก ทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด แต่พอถึงปลายปี กลายเป็นผู้ต้องหา ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ และซ่องโจร ร่วมกับพรรคพวกหลายคน และอาจลามไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เป็นผลสืบเนื่องมาจากนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ได้ร้องเรียนเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และร้องขอให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ หลังจากที่พ้นโทษจำคุก 3 ปี 2 เดือน ฐานขับรถชนคนตาย คนส่วนใหญ่เชื่อครูจอมทรัพย์ เพราะเป็นครูบ้านนอกจากสกลนครหน้าตาซื่อๆ เมื่อลุกขึ้นมาต่อสู้กับตำรวจจึงได้รับเสียงเชียร์เป็นธรรมดา

ไม่ใช่แค่ชาวบ้านธรรมดา สื่อส่วนใหญ่ก็ส่งเสียงเชียร์ รวมทั้งภาคเอกชน บางองค์กร เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ และแม้แต่ข้าราชการระดับสูงกระทรวงยุติธรรม ตอนแรกต่างเชื่อในความบริสุทธิ์ของครูจอมทรัพย์ และให้กำลังใจ ที่กล้าลุกขึ้นมาทวงความยุติธรรม แต่เป็นการต่อสู้กับกระบวนการยุติธรรม ทั้งตำรวจ อัยการและศาล

หลังจากที่ศาลฎีกาสั่งยกคำร้องครูจอมทรัพย์ สังคมไทยได้รับคำชี้แจงจากฝ่ายตำรวจ เกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจให้ขอรื้อฟื้นคดี เพราะหากรื้อฟื้นสำเร็จ จะได้กลับเข้ารับราชการ ซึ่งเหลืออยู่อีก 5 ปี หากเกษียณจะได้รับบำนาญตลอดชีวิต ได้รับเงินเยียวยาย้อนหลังในระหว่างติดคุก และรับเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม รวมยอดเงินชดเชยกว่าล้านบาท

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าหลังจากพ้นโทษ ครูจอมทรัพย์น่าจะมีสิทธิกลับเข้ารับราชการได้อยู่แล้ว เพราะติดคุกในความผิดฐานขับรถชนคนตายโดยประมาท แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอธิบายว่า ยังมีความผิดฐาน “ชนแล้วหนี” ไม่ลงไปช่วยเหลือผู้ถูกชน ถือว่าเป็นการกระทำผิดโดยเจตนา เป็นความผิดวินัยร้ายแรง ไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้

เรื่องนี้อาจเป็นเหตุจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งในการขอรื้อฟื้นคดี อีกทั้งคำ พิพากษาศาลฎีกายังระบุด้วยว่า ในคดีนี้มีขบวนการรับจ้างรับผิด พูดแบบชาวบ้านก็คือ ขบวนการรับจ้างติดคุก เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับคนไทยทั่วไป ที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับกระบวนการยุติธรรม ตำรวจกล่าวหาว่ามีการร่วมวางแผนกัน ตั้งแต่เมื่อตอนที่ครูจอมทรัพย์อยู่ในคุก

คดีครูจอมทรัพย์เป็นบทเรียนของสังคมไทย ไม่ควรเชื่อใครง่ายๆ แม้จะท่าทางซื่อๆและสังคมต้องร่วมเป็นหูเป็นตา ช่วยกันเฝ้าระวังขบวนการรับจ้างติดคุก ช่วยกันขจัดให้หมดสิ้น และมีผู้เสนอให้ทบทวนกฎหมายรื้อฟื้นคดีอาญามาพิจารณาใหม่ ที่ประกาศใช้มากว่า 34 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีใครรื้อฟื้นได้จริงแม้แต่คดีเดียว ปัญหาอยู่ที่ไหน ต้องแก้ไขกันอย่างไร?