วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กลุ่มสิทธิจ๋อย โป๊ปพบซูจีไม่ตรัสถึง “โรฮีนจา”

กลุ่มสิทธิจ๋อย โป๊ปพบซูจีไม่ตรัสถึง “โรฮีนจา”

  • Share:

เมื่อ 28 พ.ย. สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงเดินทางไปยังกรุงเนปิดอว์ พบกับประธานาธิบดี ถิ่น จอ ก่อนพบนางอองซาน ซูจี ผู้นำในเชิงพฤตินัยของรัฐบาลเมียนมา ขณะที่นางซูจีถูกทางสภาเมืองออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ ยึดรางวัล “เสรีภาพแห่งเมืองออกซ์ฟอร์ด” คืนไม่กี่ ชม.ก่อนหน้า พร้อมเหตุผลว่า ผู้ที่กลายเป็นคนตาบอดข้างหนึ่งเรื่องความรุนแรงถือว่าสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของเรา

โป๊ปฟรานซิส หารือกับอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา

ทั้งนี้ โป๊ปฟรานซิสตรัส โดยไม่ตรัสถึงชาวมุสลิมโรฮีนจาว่า เมียนมากำลังทุกข์ทรมานจากเรื่องความขัดแย้งพลเมืองและการมุ่งร้ายต่อกัน ซึ่งเกิดขึ้นมายาวนานเกินไปและสร้างความแตกแยกให้ร้าวลึกลงไปอีก กระบวนการสร้างสันติภาพและความปรองดองแห่งชาติเท่านั้นที่จะช่วยให้เกิดความยุติธรรมและเคารพต่อสิทธิมนุษยชน ความแตกต่างทางศาสนาไม่จำเป็นต้องเป็นต้นเหตุของการแบ่งแยกและความไม่ไว้ใจกัน แต่น่าจะเป็นพลังแห่งความสามัคคี การให้อภัย การยอมรับความคิดเห็นผู้อื่นและใช้สติปัญญาในการสร้างชาติมากกว่า

วันเดียวกัน โป๊ปฟรานซิสยังตรัสต่อผู้นำทุกเหล่าศาสนา ทั้งพุทธ อิสลาม ฮินดู ยิว และคริสต์ ในนครย่างกุ้งว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันคือผลผลิตของความหลากหลายเสมอ ทุกคนต่างมีคุณค่าในตัวเอง ความสมบูรณ์ในตัวเอง รวมถึงความแตกต่าง เช่นเดียวกันแต่ละศาสนาก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีของตัวเอง มีความสมบูรณ์ที่จะแบ่งปัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็แต่เพียงเราอยู่ด้วยกันอย่างสันติ

รถยนต์พระที่นั่งของโป๊ปฟรานซิส เคลื่อนผ่านฝูงชนจำนวนมหาศาลที่มารอรับเสด็จ

นอกจากนี้ ตามกำหนดการของพระองค์ในวันพุธ 29 พ.ย. โป๊ปฟรานซิสทรงนำพิธีสวดมิซซาที่นครย่างกุ้ง ซึ่งมีชาวเมียนมาที่นับถือศาสนาคริสต์กว่า 150,000-200,000 คนจากราว 700,000 คน หรือ 40 % ของประเทศหลั่งไหลไปลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมมิสซาครั้งประวัติศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์นี้ จากนั้นในวันรุ่งขึ้น พระองค์จะเสด็จไปยังบังกลาเทศเพื่อเยี่ยมเยือนผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮีนจากว่า 620,000 คน ที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนมองการปฏิบัติของกองทัพเมียนมาว่าเป็น “อาชญากรรมต่อต้านมนุษยชาติ”

อย่างไรก็ตาม พ.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา กล่าวต่อโป๊ปฟรานซิสระหว่างเจรจาด้วยกันเป็นเวลา 15 นาทีว่า เมียนมาไม่มีการเลือกปฏิบัติทางศาสนา และไม่มีการแบ่งแยกระหว่างชนกลุ่มน้อยในเมียนมา รวมถึงกองทัพด้วยก็ปฏิบัติตนอย่างสันติและสร้างความเสถียรภาพในประเทศ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้