วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลุ่มสิทธิจ๋อย โป๊ปพบซูจีไม่ตรัสถึง “โรฮีนจา”

เมื่อ 28 พ.ย. สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงเดินทางไปยังกรุงเนปิดอว์ พบกับประธานาธิบดี ถิ่น จอ ก่อนพบนางอองซาน ซูจี ผู้นำในเชิงพฤตินัยของรัฐบาลเมียนมา ขณะที่นางซูจีถูกทางสภาเมืองออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ ยึดรางวัล “เสรีภาพแห่งเมืองออกซ์ฟอร์ด” คืนไม่กี่ ชม.ก่อนหน้า พร้อมเหตุผลว่า ผู้ที่กลายเป็นคนตาบอดข้างหนึ่งเรื่องความรุนแรงถือว่าสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของเรา

ทั้งนี้ โป๊ปฟรานซิสตรัส โดยไม่ตรัสถึงชาวมุสลิมโรฮีนจาว่า เมียนมากำลังทุกข์ทรมานจากเรื่องความขัดแย้งพลเมืองและการมุ่งร้ายต่อกัน ซึ่งเกิดขึ้นมายาวนานเกินไปและสร้างความแตกแยกให้ร้าวลึกลงไปอีก กระบวนการสร้างสันติภาพและความปรองดองแห่งชาติเท่านั้นที่จะช่วยให้เกิดความยุติธรรมและเคารพต่อสิทธิมนุษยชน ความแตกต่างทางศาสนาไม่จำเป็นต้องเป็นต้นเหตุของการแบ่งแยกและความไม่ไว้ใจกัน แต่น่าจะเป็นพลังแห่งความสามัคคี การให้อภัย การยอมรับความคิดเห็นผู้อื่นและใช้สติปัญญาในการสร้างชาติมากกว่า

วันเดียวกัน โป๊ปฟรานซิสยังตรัสต่อผู้นำทุกเหล่าศาสนา ทั้งพุทธ อิสลาม ฮินดู ยิว และคริสต์ ในนครย่างกุ้งว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันคือผลผลิตของความหลากหลายเสมอ ทุกคนต่างมีคุณค่าในตัวเอง ความสมบูรณ์ในตัวเอง รวมถึงความแตกต่าง เช่นเดียวกันแต่ละศาสนาก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีของตัวเอง มีความสมบูรณ์ที่จะแบ่งปัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็แต่เพียงเราอยู่ด้วยกันอย่างสันติ

นอกจากนี้ ตามกำหนดการของพระองค์ในวันพุธ 29 พ.ย. โป๊ปฟรานซิสทรงนำพิธีสวดมิซซาที่นครย่างกุ้ง ซึ่งมีชาวเมียนมาที่นับถือศาสนาคริสต์กว่า 150,000-200,000 คนจากราว 700,000 คน หรือ 40 % ของประเทศหลั่งไหลไปลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมมิสซาครั้งประวัติศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์นี้ จากนั้นในวันรุ่งขึ้น พระองค์จะเสด็จไปยังบังกลาเทศเพื่อเยี่ยมเยือนผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮีนจากว่า 620,000 คน ที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนมองการปฏิบัติของกองทัพเมียนมาว่าเป็น “อาชญากรรมต่อต้านมนุษยชาติ”

อย่างไรก็ตาม พ.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา กล่าวต่อโป๊ปฟรานซิสระหว่างเจรจาด้วยกันเป็นเวลา 15 นาทีว่า เมียนมาไม่มีการเลือกปฏิบัติทางศาสนา และไม่มีการแบ่งแยกระหว่างชนกลุ่มน้อยในเมียนมา รวมถึงกองทัพด้วยก็ปฏิบัติตนอย่างสันติและสร้างความเสถียรภาพในประเทศ.