วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อเรียกสอบ รองปลัดยธ. โยงช่วยพ้นผิด คดีจอมทรัพย์ ครูอ๋องเข้าคุก อดประกันตัว

ตำรวจเตรียมเรียกรองปลัดกระทรวงยุติธรรมสอบโยงช่วยเหลือครูจอมทรัพย์รื้อคดีให้พ้นผิดขับรถชนคนตาย “วิระชัย ทรงเมตตา” ชี้หากพบมีเจตนา ต้องรับผิดชอบ ขณะที่อธิบดีดีเอสไอพร้อมส่งตัว 9 เจ้าหน้าที่ให้พนักงานสอบสวน ด้าน “ครูอ๋อง” นอนคุกศาลไม่ให้ประกันตัววางแผนปั้นพยานเท็จ หลังตำรวจนำไปฝากขังผัดแรกก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำ

ตำรวจเดินหน้าเอาผิดแก๊งสร้างหลักฐานเท็จเพื่อช่วยเหลือนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตครูใน จ.สกลนคร ให้พ้นผิดคดีขับรถชนคนตายในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อปี 2548 หลังมีการจับกุมนางจอมทรัพย์และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนนางจอมทรัพย์ ผู้ต้องหาคนสำคัญในการปั้นพยานก่อนรับสารภาพว่าจ้างนายสับ วาปี ผู้ต้องหาอีกคนรับเป็นคนขับรถแทนครูจอมทรัพย์ ต่อมาเวลา 08.00 น. วันที่ 28 พ.ย. พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จ.นครพนม สอบปากคำนายสุริยา หรือครูอ๋อง ที่ บก.ภ.จ.นครพนม ยอมรับเป็นผู้ดำเนินการทุกอย่าง แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชื่อมโยงถึงครูจอมทรัพย์ เพียงแต่ยืนยันว่า ครูจอมทรัพย์รับรู้ตั้งแต่ต้นในการวางแผนช่วยเหลือให้พ้นผิด

ผบก.ภ.จ.นครพนม กล่าวว่า คดีนี้เบื้องต้นมีผู้ร่วมทำผิดทั้งหมด 8 ราย ดำเนินคดีแล้ว 4 คือครูอ๋อง ครูจอมทรัพย์ นายสับ วาปี และนางจัน วาปี สองสามีภรรยา ล่าสุด เย็นวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีนางจอมทรัพย์ พร้อมนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ 1 ในผู้เกี่ยวข้องติดต่อรายงานตัวต่อตำรวจ สภ.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม และได้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากอดีตสามีครู จอมทรัพย์รับราชการเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแห่งหนึ่ง เป็นผู้มีหลักแหล่งเชื่อว่าจะไม่หลบหนี แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต้องรอสอบพยานหลักฐานให้ครบ จากนั้นจะเรียกตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง

วันเดียวกัน ตำรวจคุมตัวนายสุริยา หรือครูอ๋อง ผู้ต้องหาคนสำคัญไปยื่นฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดนครพนม มีญาตินำหลักทรัพย์เป็นเงินสดยื่นประกันตัว แต่ศาลยกคำร้องการประกันตัว ก่อนถูกส่งไปคุมขังที่เรือนกลางนครพนม ที่เดียวกับครูจอมทรัพย์ที่ถูกส่งตัวมาตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายเดชา แจ่มจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่รับครูจอมทรัพย์เหมือนกับผู้ต้องขังทั่วไปอยู่ในแดนหญิงแรกรับ เบื้องต้นเท่าที่ได้พูดคุยสอบถามไม่มีอาการเครียด มีปัญหาโรคประจำตัวเป็นหอบหืด แต่ไม่รุนแรง ได้ให้ยาและแนะนำสวดมนต์ทุกเช้าเย็นร่วมกับนักโทษคนอื่นๆเพื่อให้เกิดความสงบ ทางเรือนจำให้ผู้คุมและจัดพี่เลี้ยงดูแลใกล้ชิดหวั่นเกิดความเครียด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการสอบสวนถึงผู้เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ว่า ขณะนี้สอบสวนพยานรวม 31 ปาก เบื้องต้นออกหมายจับผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นางจอมทรัพย์ นายสุริยา นายสับ วาปี และนางจันทร์ วาปี ภรรยานายสับ ส่วนบุคคลอื่นยังถือเป็นพยาน แต่ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรก็ตามที่เข้ามาช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ยังตั้งสมมติฐานว่า เข้ามาช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจไว้ก่อน ดังนั้นใครก็ตามที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และมั่นใจว่าบริสุทธิ์อยากให้มาพบทีมพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์และข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ ในการขุดรากถอนโคนขบวนการปั้นพยานเท็จ

ในส่วนกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอนั้น พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนประสานขอข้อมูลทั้งหมด คาดว่าจะได้ในเร็ววันนี้ ดังนั้น ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หรือใครก็ต้องเชิญมาสอบสวนทั้งหมดยืนยันไม่มีความอึดอัดใจแม้ตนจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พ.ต.อ.ดุษฎี เพราะเรื่องของหน้าที่ก็ต้องทำตามหน้าที่ ถ้าสอบสวนพาดพิงถึงใคร มีพยานหลักฐานชี้ได้ว่ามีเจตนากระทำความผิดร่วมกับครูจอมทรัพย์ก็ต้องรับผิดชอบ

ส่วนที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอมีเจ้าหน้าที่ 9 คนที่ขอตัวมาช่วยราชการรองปลัดกระทรวงยุติธรรม รายละเอียดในส่วนนี้อยากให้กระทรวงเป็นผู้ชี้แจง เพราะทั้ง 9 คนมาช่วยราชการรองปลัดกระทรวงยุติธรรมในส่วนงานภารกิจอำนวยความยุติธรรม เนื่องจากกระทรวงมีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ และนางจอมทรัพย์ไม่ได้เข้าคุ้มครองพยานของดีเอสไอ เพราะไม่ใช่คดีพิเศษ และไม่ได้มีการร้องขอมายังดีเอสไอ แต่หน่วยอื่นดีเอสไอไม่ทราบ หากตำรวจมีข้อสงสัยและต้องการให้เจ้าหน้าที่ของเราไปชี้แจงเราก็พร้อมชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา

ด้านนายวัลลภ นาคบัว ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม ประธานตรวจสอบการรับเรื่องร้องเรียนคดีนางจอมทรัพย์ กล่าวว่า คาดว่าวันที่ 2 ธ.ค.จะทำหนังสือถึงหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรม เช่น ดีเอสไอ กองทุนยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิ์ และยุติธรรมจังหวัดนครพนม เพื่อรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้ชี้แจงรายชื่อบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการในคดีครูจอมทรัพย์ และวันที่ 3 ธ.ค.หากมีความจำเป็นในบางประเด็นอาจจะต้องเรียกเจ้าหน้าที่ 9 คนที่เกี่ยวข้องคดีนางจอมทรัพย์มาสอบถามเพิ่มเติม ส่วนวันที่ 4 ธ.ค.จะพยายามสรุปเพื่อเสนอปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีการประสานกับอธิบดีดีเอสไอ เป็นการภายใน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี