วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.กระตุ้นท้องถิ่นอีกรอบ โยกเงิน 1.5 แสน ล. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ครม.รับทราบกรอบใช้เงินสะสมท้องถิ่น 1.5 แสนล้านบาท สนับสนุนนโยบายรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เน้นให้ความสำคัญโครงสร้างพื้นฐาน ถนน สวนสาธารณะ แหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร พร้อมขีดเงื่อนไข อปท.ให้คำนึงถึงฐานะ เสถียรภาพการเงินการคลังในระยะยาวด้วย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.สงขลา ได้รับทราบแนวทางการใช้จ่ายเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งตามระเบียบปัจจุบันสามารถใช้งบประมาณสะสมของ อปท.ได้อยู่แล้วจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น ซึ่งมีสภาพคล่องอยู่ประมาณ 150,000 ล้านบาท จากเงินสะสมทั้งหมด 300,000 ล้านบาท โดยที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่า การใช้งบประมาณของ อปท.ส่วนนี้จะต้องมีกรอบการใช้งบประมาณไปเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยทางกระทรวงมหาดไทยจะหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดเป็นแนวทางที่ชัดเจนออกมาอีกครั้ง และจะกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ให้ดูแลการใช้จ่ายงบประมาณท้องถิ่นให้ตรงวัตถุประสงค์ และโปร่งใส

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.รับทราบแนวทางการใช้จ่ายเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อนำเงินสะสมของ อปท.ไปสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ของตนเอง และ อปท.จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินสะสมตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย โดยจะต้องคำนึงถึงสถานะทาง การคลังและเสถียรภาพทางการเงินการคลังระยะยาวด้วย “ได้กำหนดให้ อปท.พิจารณาให้ความสำคัญกับโครงการดังนี้ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ก่อสร้างถนน ก่อสร้างระบบระบายน้ำ ก่อสร้างสวนสาธารณะ ก่อสร้างสนามกีฬา, โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร เช่น ซ่อมหรือสร้างระบบประปา ถังน้ำกลางประจำหมู่บ้าน ทำฝายน้ำล้น ขุดเจาะบ่อบาดาล ธนาคารน้ำใต้ดิน ขุดลอกห้วยหนองคลองบึง, การพัฒนาตลาดท้องถิ่น, การจัดการขยะมูลฝอย, การส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผู้พิการ ฝึกอาชีพผู้ด้อยโอกาส, ด้านการศึกษา เช่น ปรับปรุงอาคารสถานศึกษา สนามเด็กเล่น สร้างปัญญาการเรียนรู้ของเด็ก, ด้านการสนับสนุนการดำเนินงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, ด้านการสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น, การจัดให้มีการบำรุงสนามกีฬาหรือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และด้านโครงการก่อสร้างหรือซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ อปท.ได้รับการถ่ายโอนจากส่วนราชการ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้รายงานให้ ครม.ทราบว่า ณ วันที่ 30 ก.ย.2560 อปท.มีเงินสะสม 318,342 ล้านบาท เมื่อกันเงินสำรองจ่ายกรณีเกิดสาธารณภัย สำรองงบบุคลากร และเงินที่จะต้องทดรองจ่ายให้แก่ประชาชนก่อนได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เช่น เบี้ยยังชีพ และรายการที่ก่อหนี้ผูกพันไว้ แต่ยังไม่ได้จ่าย 167,388 ล้านบาท คงเหลือเงินสะสมที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ 150,954 ล้านบาท

ด้านนายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบร่างทิศทางการพัฒนาภาคใต้ และร่างทิศทางการพัฒนาภาคใต้ชายแดน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ช่วงปี 2560-2564 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอและได้หารือกันในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) และผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยแนวทางร่างทิศทางการพัฒนาภาคใต้ของ สศช.มีกรอบแนวคิดสำคัญที่มองว่า ภาคใต้มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก และแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ สามารถสร้างรายได้ให้กับภาค ทั้งพื้นที่ตอนในและชายฝั่งทะเล ทั้งด้านอันดามันและอ่าวไทย รวมถึงมีระบบนิเวศชายฝั่ง ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำตามธรรมชาติและเหมาะกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ขณะที่การผลิตภาคเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและแปรรูปที่สำคัญของประเทศยังเป็นแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันพื้นที่ภาคใต้มีความได้เปรียบด้านสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้เส้นทางการค้าโลก สามารถเชื่อมโยงการพัฒนากับพื้นที่ภาคอื่นๆของประเทศ