วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แท็กซี่ร้องเลิกบังคับติดอุปกรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนจากสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ 150 คน ได้เดินทางมายังกระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นหนังสือต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เรียกร้องขอให้ยกเลิกกฎกระทรวงคมนาคม พ.ศ.2560 ว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน โดยมีนายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วย รมว.คมนาคม เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยนายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่แท็กซี่ฯ กล่าวว่า ขณะนี้แท็กซี่ส่วนบุคคลราว 10,000 คัน ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถนำรถมาจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ เพราะไม่มีเงินเพียงพอที่จะนำรถไปติดตั้งอุปกรณ์และส่วนควบตามกฎกระทรวงฯ ซึ่งกำหนดให้รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ทุกคัน จะต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ, มาตรค่าโดยสาร, ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสารและกล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot รวมทั้งระบบเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้แบบ Real-time เพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการสื่อสารรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่)

“ขณะนี้มีแท็กซี่ส่วนบุคคล 10,000 คัน ที่ขนส่งไม่ยอมจดทะเบียนให้ เพราะยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ เมื่อนำรถออกไปวิ่งก็โดนตำรวจจับ ทำให้เราเดือดร้อนหนัก ส่วนเหตุผลที่ยังไม่ติดตั้งเพราะอุปกรณ์มีราคาแพงมาก เฉพาะอุปกรณ์ 29,000 บาท/คัน ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอินเตอร์เน็ตอีกเดือนละ 450-500 บาท และค่าบำรุงระบบรายปีอีก 3,600 บาท ขณะที่รายได้แท็กซี่ปัจจุบันก็ลดลง หากต้องรับภาระเพิ่มนอกเหนือไปจากค่าผ่อนค่างวดรถเดือนละ 18,000 บาท ก็จะกระทบกับความเป็นอยู่ของครอบครัวแท็กซี่ ซึ่งมีรายได้น้อยอยู่แล้ว จึงขอให้ยกเลิกกฎกระทรวงดังกล่าว”

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแท็กซี่ได้รับความเดือดร้อนจดทะเบียนไม่ได้ 10,000 คัน และสิ้นปีนี้จะมีรถแท็กซี่ที่หมดอายุและต้องจดทะเบียนใหม่อีก 35,000 คัน และจะหมดอายุปี 61 ต้องต่อทะเบียนใหม่อีก 40,000 คัน เบื้องต้นคาดว่าภายในปีหน้าจะมีแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจดทะเบียนไม่ได้รวมราว 80,000 คัน หากไม่เร่งแก้ไขจะทำให้ปัญหาความเดือดร้อนขยายวงมากขึ้น ด้านนายธีระพงษ์กล่าวว่า ได้สั่งให้กรมการขนส่งทางบกกลับไปศึกษาข้อดีข้อเสียของกฎกระทรวงและแนวทางแก้ปัญหา โดยให้นำกลับมาเสนอให้รองปลัดด้านขนส่งพิจารณาสัปดาห์หน้า ทั้งนี้จะต้องใช้เวลาในการพิจารณาด้วยความรอบคอบ เนื่องจากข้อกำหนดดังกล่าวได้ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ไปแล้ว.