วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

OTOP บุกตลาดจีน! เปิดเส้นทางการค้า เพิ่มช่องทางขาย ช่วย ศก.ฐานราก

โอทอปไทยบุกตลาดจีน พช.จับมือไทยเบฟ ขนขบวนแรลลี่สินค้าผลิตภัณฑ์ไทย ร่วมงานใหญ่นิทรรศการแสดง และจำหน่ายสินค้ากลุ่มประเทศแม่น้ำโขง-ล้านช้าง เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน กระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน เปิดเส้นทางการค้าใหม่ ช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดโลก เพิ่มช่องทางขายโอทอปให้กับชุมชน ช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 60 ที่นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย มาดามหวัง อี้ หมิง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรประชาชน ประจำมณฑลยูนนาน ร่วมเป็นประธานในพิธีรับรถ "A Journey from Local to Global Bangkok-Kunming lnternational rally Ceremony" เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อนำผลิตภัณฑ์ OTOP ไทย ไปร่วมแสดง และจำหน่าย ในงานนิทรรศการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มประเทศแม่น้ำโขง-ล้านช้าง ระหว่างวันที่ 24-29 พ.ย. ณ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงนิทรรศการนานาชาติ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน (Kunming Dianchi lnternational and Exhibition Center in Yunnan Province) โดยมี พล.อ.ดร.มนตรี ศุภาพร ประธานมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค พร้อมด้วย นายประวิช สุขุม ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และอาจารย์วิบูลย์ ตั้งกิตติภากรณ์ Chief Strategist- China Investment and Operation ทีซีซีกรุ๊ป ร่วมพิธี

โดย นายอภิชาติ กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลไทย ให้ดูแลผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ สินค้า OTOP รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำผลิตภัณฑ์ OTOP ไทย มาร่วมแสดง และจำหน่ายสินค้า ในงานนิทรรศการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มประเทศแม่น้ำโขง-ล้านช้าง ครั้งนี้

"กรมการพัฒนาชุมชนมีหน้าที่ดำเนินงานส่งเสริม สนับสนุน ต่อยอด และผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้มีช่องทางการตลาดสู่สากล นับเป็นโอกาสอันดีที่กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาคจัดแรลลี่ดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ไปเปิดตลาดจำหน่ายสินค้า และเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเป็นที่รู้จักในตลาดสากล รวมทั้งมีการเจรจาธุรกิจ ที่มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วย" นายอภิชาติ กล่าว

นายอภิชาติ กล่าวขอบคุณทางการจีน และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรประชาชน ประจำมณฑลยูนนาน ที่เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์โอทอปไทยมาร่วมแสดง และจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ ซึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในระยะยาว

ขณะที่ นายประวิช กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจฯ ได้รับโอกาสในฐานะบริษัทเอกชนให้เป็น 1 ใน 12 คณะกรรมการภาครัฐ และเอกชนของรัฐบาลไทย ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชารัฐ คือการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมคาราวานโอทอปครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการค้า และการลงทุนกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง-แม่น้ำลานช้าง ได้แก่ วิสาหกิจจากกัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม และจีน รวมถึงการจับคู่ธุรกิจการค้า การเจรจาความร่วมมือการค้าการลงทุน อีกทั้ง ยังเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการนำผลิตภัณฑ์ OTOP ไปสู่ตลาดระดับโลกอีกด้วย ซึ่งตรงกับเป้าหมายการดำเนินงานของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) บริษัทไทยเบฟเวอเรจฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างที่ได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชารัฐในการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และสร้างความสุขที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค ได้ร่วมพิธีปล่อยขบวนรถคาราวาน งาน "A Journey from Local to Global" ณ สโมสรราชพฤกษ์ โดยขบวนคาราวานใช้เส้นทาง R3A กรุงเทพฯ-เชียงของ-หลวงน้ำทา-สิบสองปันนา-คุนหมิง ระยะทาง 1,800 กิโลเมตร และมาถึงศูนย์ประชุม และจัดแสดงนิทรรศการนานาชาติ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พร้อมนำสินค้า OTOP ของประเทศไทยไปเผยแพร่ในงาน "นิทรรศการแสดงสินค้าจากกลุ่มประเทศแม่โขง-ล้านช้าง" เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการนำผลิตภัณฑ์ OTOP ไปสู่ตลาดระดับโลก และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน

สำหรับกิจกรรมแรลลี่ "A Journey from Local to Global" เป็นการขับขี่ผ่านเส้นทาง 3 ประเทศด้วยกัน โดยคาราวานจะแวะเยี่ยมชมสินค้า OTOP ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย จากนั้นจะเดินทางเข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งหน้าไปยังเขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา โดยใช้เส้นทาง R3A เส้นทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญ เชื่อมโยงระหว่าง ไทย-ลาว-จีน โดยตลอดเส้นทางนั้นผู้ร่วมเดินทางจะได้เห็นบรรยากาศของการค้าขายสินค้าพื้นเมือง สินค้าที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน การทำการค้าตลอดแนวชายแดน รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม พฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น อันนำมาซึ่งการต่อยอดทางความคิด และแนวทางในการพัฒนาสินค้า OTOP ของประเทศไทย ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ อีกทั้ง ยังเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจการค้ากับประเทศในประชาคมอาเซียน หรือ AEC อีกด้วย