วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รุมทึ้ง บิ๊กตู่! อาการหนัก ตะคอกประชาชน เตือนระวังน้ำผึ้งหยดเดียว

"อนุสรณ์" ถาม ครม.ลงใต้ เพื่อเรียกเรตติ้งช่วงขาลง เพื่อไปตะคอก ปชช. ด้าน "วัฒนา" จวกรับเงินภาษีแต่ทำตัวเป็นนายประชาชน ด้าน "วัชระ" เตือน ระวังน้ำผึ้งหยดเดียวเป็นเหตุ เผด็จการไฟลามทุ่ง

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.60 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.สงขลา ว่า การจัด ครม.สัญจรที่ภาคใต้ รัฐบาลตั้งใจจะไปเรียกเรตติ้งช่วงขาลง เพราะพื้นที่บางส่วนของภาคใต้เป็นพื้นที่ของพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. แต่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนมีมาก ทั้งปัญหาราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน ปัญหาชาวประมง ความขัดแย้งโครงการพลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหิน ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนจึงเห็นว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสะดวกที่จะได้ร้องทุกข์ แต่ชาวประมงที่แค่จะมายื่นหนังสือร้องทุกข์ กลับถูก พล.อ.ประยุทธ์ ตะคอกใส่

ทั้งนี้อยากถามว่าการลงทุนเดินทางด้วยเครื่องบินซี 130 นั่งรถกันกระสุน จัด ครม.สัญจรภาคใต้ ทั้งที่มีรัฐมนตรีมาร่วมเพียง 14 คน เพื่อมาตะคอกมาข่มขู่ประชาชนหรือ ปัญหาประชาชนถูกละเมิดสิทธิถูกข่มขู่คุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐในรัฐบาลชุดนี้ เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์และมุมมองที่ซ้ำเติมปัญหาหรือไม่ ท่านให้ทุกคนเคารพกฎหมาย แล้วท่านเคารพสิทธิและเสรีภาพประชาชนหรือไม่ แม้จะเป็นความเห็นต่างก็ต้องรับฟัง ประเทศไม่ใช่ค่ายทหาร ที่จะสั่งประชาชนซ้ายหันขวาหันได้ตามใจตลอดเวลา

ด้าน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า "อาการหนัก" ตนเพิ่งแสดงความคิดเห็นว่า ภารกิจเร่งด่วนของประเทศ คือ การปฏิรูปกองทัพให้หลุดพ้นจากแนวคิดอำนาจนิยม เคารพกฎหมาย สิทธิเสรีภาพผู้อื่น และเคารพในอำนาจของประชาชน กองทัพมีกำลังพลและอาวุธ ถ้าปราศจากทัศนคติที่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ว้ากใส่ชาวประมงภาคใต้ ที่มาขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา คือ เครื่องยืนยันความเห็นของตน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผลผลิตของกองทัพเคยเป็น ผบ.ทบ. ปัจจุบันเป็นหัวหน้ารัฐบาล แม้มาจากการยึดอำนาจ แต่ทุกรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ รับเงินเดือนจากภาษี แต่ทำตัวเป็นนายประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งพูดเมื่อคืนวันศุกร์ให้ใช้คำพูดดีๆ ต่อกัน แต่กลับแสดงความหยาบคายใส่ชาวใต้ ครม.ก็เพิ่งประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่รัฐบาลกลับใช้กำลังกับชาวเทพา ที่ไม่เห็นด้วยกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งหมดเป็นตัวอย่างไม่ดีของเยาวชน และผู้ที่กำลังเรียนทหาร

ส่วนคนไทยก็โชคไม่ดีที่มีคนแบบนี้มาเป็นผู้นำรัฐบาล ตนไม่เคยให้ราคา พล.อ.ประยุทธ์ เพราะขนาดมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่กลัวการเลือกตั้ง ที่บ้านตนไม่เรียกคนที่เก่งแต่กับผู้หญิง และประชาชนมือเปล่าไม่มีอาวุธว่านักเลง เค้าเรียกกันว่า "กระจอก" ครับ

ขณะที่ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกรัฐมตรี ตวาดกลับผ่านไมโครโฟน ที่ จ.ปัตตานี แต่ประชาชนได้ยินทั้งประเทศ ขวัญหนีดีฝ่อกันหมด เสียงของท่านเหมือนเจ้านายเสียงตวาดเด็กรับใช้ แต่นี่ไม่ใช่เด็กรับใช้หรือพลทหาร เขาคือชาวประมงที่เดือดร้อน เจ้าของประเทศเป็นผู้เสียภาษีอากร ควรน้อมรับฟังอย่างกัลยาณมิตร เพราะนี่อาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่กำลังขยายวงเป็นไฟลามทุ่งในชั่วข้ามคืน กอปรกับกรณีที่ตำรวจจับผู้ประท้วงโรงไฟฟ้า แล้วนายกฯ สั่งการให้จัดการเด็ดขาด ยิ่งสะท้อนภาพความเป็นเผด็จการมากขึ้น ทั้งที่สองวันก่อนรัฐบาลเพิ่งประกาศสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ รัฐต้องให้เกียรติผู้ประท้วงเท่าเทียมกับผู้สนับสนุน เลิกใช้ความรุนแรงใดๆ ไหนว่าท่านมีนโยบายปรองดอง แต่สิ่งที่ทำมันสวนทางกัน ต้องลดความโมโห ดู พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและอดีตนายกฯ เป็นตัวอย่าง เมื่อคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเสนอชื่อของพรรคการเมืองในสมัยหน้า

"ท่านควรต้องปรับปรุงเสียแต่วันนี้ ถ้ายังเป็นลุงตู่มุทะลุขี้โมโห ประชาชนถามก็ตวาด ใครถามก็บอกรำคาญ อนาคตของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ตนหวังดี ไม่มีความประสงค์ร้าย อยากให้ท่านเป็นนายกฯ นานๆ ตามที่ต้องการ แต่ถ้าท่านฟิวส์ขาดรายวัน ภาวะวิกฤติศรัทธารัฐบาลก็จะมาในไม่ช้า แล้วประเทศชาติจะเป็นอย่างไร" นายวัชระ กล่าว