วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรือบรรทุกชิ้นส่วนกังหันลม จมเจ้าพระยา บริเวณสะพานนนทบุรี เร่งกู้

เรือบรรทุกชิ้นส่วน เสาท่อเหล็กของกังหันลม ครูดกับสะพานนนทบุรี ก่อนจมดิ่งลงเจ้าพระยาที่ความลึกประมาณ 7 เมตร ด้าน กรมเจ้าท่า รอบริษัทประกันเรือมาพบ พร้อมส่งนักประดาน้ำ ลงตรวจสอบใต้น้ำ พรุ่งนี้ เร่งกู้ ...

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 พ.ย. ร.ต.ท.เจษฏา เหมโก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุเรือบรรทุกสินค้าล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานนนทบุรี หรือสะพานนวลฉวี ถนนนนทบุรี-ปทุมธานี ต.บ้านใหม่ ไปสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.ท.ยศวิน เอี่ยมพุ่ม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.ชนัต ใจมั่น สว.รน.1 กก.4 บก.รน.และเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า

ที่เกิดเหตุพบเรือลำเลียง ชื่อ ”เทพาพร” ของบริษัท อรวรรณ ทรานสปอร์ต จำกัด บรรทุกชิ้นส่วนเสาท่อเหล็กของกังหันลม จมมิดน้ำทั้งลำ ในระดับความลึก 7 เมตร มีเพียงปลายท่อเหล็กโผล่เหนือผิวน้ำเพียงเล็กน้อย

จากการสอบปากคำ นายชุมพล ทองสำลีรัตน์ อายุ 57 ปี ผู้ดูแลการขนส่งสินค้า ให้การว่า ทางบริษัทอรวรรณ ทรานสปอร์ต จำกัด ได้รับว่าจ้างขนส่งท่อเหล็กของกังหันลม ขนาดความยาว 26 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร จำนวน 7 ท่อน มาจาก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อให้ไปส่งปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยบรรทุกใส่มาในเรือลำเลียง 3 ลำ มีเรือลากจูงฉุดมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา

ขณะที่มาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ เรือลอดผ่านใต้สะพานนนทบุรี ตัวเรือลำเลียง ลำที่ 2 ซึ่งบรรทุกท่อเหล็กเสาของกังหันลมมา 4 ท่อน เกิดเสียหลักไปครูดกับตอม่อสะพาน จนเป็นเหตุให้ตัวเรือชำรุด มีน้ำไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนต้องรีบปล่อยแยกเรือลำเลียง ลำที่ 1 และ 3 ทันที ก่อนเรือลำที่ 2 ค่อยๆ จมดิ่งมิดน้ำ เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนว่าเข้าข่ายความผิดกระทำการโดยประมาทหรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไป

ขณะที่ นายสมเกียรติ โกสีย์ไกรนิรมล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ พร้อมกล่าวว่า เรือลำดังกล่าวมาจากสัตหีบ มุ่งหน้าไปนครหลวง โดยขณะที่วิ่งผ่านสะพานนวลฉวี เรือไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จึงมีการสูบน้ำเข้าตัวเรือ จนเรือมีน้ำหนักมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถทรงตัวได้ จึงเป็นเหตุให้เรือล่มลงในแม่น้ำเจ้าพระยา

เบื้องต้น ขณะนี้ได้มีการประสานกับเจ้าของเรือแล้ว และรอตัวแทนของบริษัทประกันภัยมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการจ้างบริษัทเอกชนให้เข้ามาเก็บกู้เรือ ว่าจะมีการกู้เรือ วางแผนการกู้ ในลักษณะไหน เนื่องจากเรือที่ล่มมีขนาดใหญ่ อุปกรณ์ที่จะใช้ในการกู้ จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรค และตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการรอเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำเพื่อลงตรวจสอบใต้ท้องน้ำ ว่าหัวเรือหันไปทิศทางใด 

ส่วนทางเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า ก็จะคอยอำนวยความสะดวกให้ระหว่างการกู้เรือ อาทิ เรื่องการสัญจรทางน้ำ ให้ช่วยเหลือเรื่องกำลัง เป็นต้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ประสานให้เจ้าของเรือเร่งกู้เรือจมให้เร็วที่สุดแล้วเพื่อที่จะให้การสัญจรทางน้ำคล่องตัวตามปกติ โดยคาดว่าในวันพรุ่งนี้ (29 พ.ย.) ชุดประดาน้ำจะลงตรวจสอบ และจะทำการกู้เรือในลำดับต่อไป