วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กสม.จี้ 'บิ๊กตู่' ปล่อยแกนนำค้านโรงไฟฟ้า ยันกิจกรรมอยู่ในกรอบ รธน.

กสม.เรียกร้อง "บิ๊กตู่" สั่ง จนท.ทบทวนแจ้งข้อกล่าวหาแกนนำม็อบโรงไฟฟ้า แนะนายกฯ เปิดโอกาสให้ผู้ต่อต้านโรงไฟฟ้าเข้าพบ

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.60 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดย นางเตือนใจ ดีเทศน์ อ่านแถลงการณ์ กสม.ต่อกรณีการสลายการชุมนุมและจับกุมกลุ่มแกนนำเครือข่ายประชาชนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ว่า กสม.เห็นว่าโครงการโรงไฟฟ้าเทพา มีข้อท้วงติงว่าอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างรุนแรงและกว้างขวาง ไม่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานี แต่จะขยายไปยังพื้นที่ใกล้เคียงด้วย กสม.ได้ตรวจสอบและอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน เบื้องต้นพบมีปัญหาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร การจัดกระบวนการการมีส่วนร่วมและสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง อันเป็นเหตุของการเดินเท้าเพื่อเข้ายื่นหนังสือคัดค้านโครงการฯ ต่อนายกรัฐมนตรี

นางเตือนใจ กล่าวต่อว่า การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขตของการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ กสม.ขอเรียกร้องให้นายกฯ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทบทวนการแจ้งข้อกล่าวหา แก่นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นายกฯ ควรเปิดโอกาสให้เครือข่ายฯ ได้เข้าพบเพื่อนำเสนอข้อห่วงใยและข้อเสนอในการพัฒนาโครงการที่ยั่งยืนต่อรัฐบาลโดยสงบและปราศจากการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ กสม.ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานเจ้าของโครงการยึดมั่นในแนวปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน รวมทั้งคำประกาศวาระแห่งชาติ : สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันอังคารที่ 21 พ.ย.2560 เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการด้วย

ด้าน นางอังคณา นีละไพจิตร กสม. กล่าวว่า แม้ขณะนี้เราจะมี พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะแต่รัฐธรรมนูญก็คุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ดำเนินการโดยสงบและไม่รุนแรง การจัดกิจกรรมเมื่อวานมีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนและคัดค้าน แต่ภาพที่ออกมากลายเป็นว่ากลุ่มที่สนับสนุนได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่กลุ่มที่คัดค้านถูกขัดขวาง จะถือว่าเข้าข่ายเลือกปฏิบัติหรือไม่ อีกทั้งผู้ร่วมกิจกรรมมีทั้งเด็กและสตรี เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าระงับการเคลื่อนไหวกลับไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงเข้าปฏิบัติหน้าที่ สะท้อนว่ารัฐไม่มีการคำนึงถึงความอ่อนไหวในเรื่องเพศสภาพ นอกจากนี้ไทยก็ยอมรับข้อเสนอในการที่จะคุ้มครองสิทธิของนักต่อสู้ ดังนั้นจึงหวังว่ารัฐบาลจะปล่อยตัวแกนนำที่ถูกควบคุมไว้โดยเร็วและไม่มีการตั้งข้อกล่าวหา