วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เอนก' มองมีโอกาสเป็นไปได้ 'พท.-ปชป.' จับมือต้าน รบ.ทหาร

"เอนก" มองโอกาสองพรรคใหญ่จับมือกันเป็นไปได้ ชี้พรรคการเมืองต้องสื่อสารกับมวลชนให้เข้าใจ บอกสัญญาณความขัดแย้งเริ่มลดลง ด้าน "หญิงหน่อย" ระบุจะจับมือหรือไม่ เป็นเรื่องอนาคต แนะพรรคการเมืองหาทางออกร่วม ทำ ปชต.อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เปลือก 

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.60 นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง แสดงความเห็นถึงกรณีความเป็นไปได้ของการจับมือกันของสองพรรคใหญ่ เพื่อคัดค้านการมีนายกรัฐมนตรีคนนอกว่า มีโอกาสเป็นไปได้แต่ไม่ง่าย เพราะการเมืองตามหลักแล้วเป็นศาสตร์ว่าด้วยการทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ แต่ต้องมีการสื่อสารกับฐานมวลลชนทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีฐานคะแนน ฐานเสียงชัดเจนอยู่คนละขั้ว เรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับมวลชนทั้งสองพรรคว่า มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้พูดกันได้ทั้งนั้น แต่จะทำได้จริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เห็นว่าเริ่มมีสัญญาณความขัดแย้งที่ลดลง ทั้งนี้ยังไม่กล้าสรุปว่าลดลงไปมากแค่ไหน อย่างไรก็ตามทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับการเมืองที่จะมาถึง ไม่เช่นนั้นจะทำให้การเมืองกลับไปเป็นแบบเดิมอีก ซึ่งประเทศจะไม่มีทางออก ส่วนที่พรรคการเมืองทั้งสองพรรคมีแนวคิดจับมือกัน เพื่อต้านไม่ให้มีรัฐบาลที่มาจากทหารนั้น ในแง่ของความเป็นจริงทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่ คสช.ได้สร้างไว้ จะไม่มีทหารมาร่วมเลยก็คงยาก ต้องกลับไปคิดแบบสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้มากขึ้น ซึ่งเป็นยุคที่ไม่มีพรรคทหาร แต่ก็สามารถบริหารประเทศ และทำงานกับพรรคการเมืองต่างๆ ได้ดี มีการให้โอกาสและมีการตรวจสอบ รวมทั้งมีการใช้คนหลากหลายให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ พร้อมชี้ว่าทหารบริหารประเทศมีส่วนดี ที่เมื่อเข้ามาหลังการรัฐประหาร ไม่ได้เข้ามาเพื่ออยู่ถาวร แต่การเข้ามานั้นเป็นสิ่งที่สังคมเรียกร้องให้มาช่วยลดความขัดแย้ง

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นข้อเสนอจากฝ่ายที่มีแนวคิดทางด้านประชาธิปไตย ที่อยากจะรักษาระบบไว้ ซึ่งหลังเลือกตั้งหากจะทำงานร่วมกัน ในฐานะที่เป็นฝ่ายรัฐบาลร่วมหรือฝ่ายค้านร่วมก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่มุมมองส่วนตัวอยากเพิ่มเติมว่า ความเป็นพรรคการเมืองต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวม อย่างไรก็ตามก่อนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองควรจะมีโอกาสที่จะคิดหาแนวทางร่วม เพื่อทำให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงประชาธิปไตยที่มีแต่เปลือกหรือแต่ชื่อ เพราะประชาธิปไตยเป็นระบอบที่คิดว่าดีที่สุด ดังนั้นในการที่จะเดินหน้าคืนสู่ประชาธิปไตย ก็ควรให้ประชาชนมีโอกาสมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น และมีโอกาสได้เสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเอง.