วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สภาเกษตรกรฯ ชง 5 ข้อ เสนอนายกฯ ดันปัญหาราคายาง เป็นวาระแห่งชาติ

สภาเกษตรกรแห่งชาติ มีมติ 5 ข้อ เตรียมเสนอนายกฯ แก้ปัญหาราคายางเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมจี้ รมว.เกษตร บังคับใช้กฎหมายลดปริมาณการส่งออกและสร้างนิคมอุตสาหกรรมยางใน 2 จังหวัดภาคใต้ เพื่อกระตุ้นราคาที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง..

วันที่ 28 พ.ย.60 นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานคณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำในส่วนของสภาเกษตรกรแห่งชาติก็ได้มีการประชุมคณะกรรมการยางพาราของสภา เกษตรกรแห่งชาติ ได้มีข้อสรุปเสนอปัญหาแก้ราคายางตกต่ำ 5 ข้อ ให้กับนายกรัฐมนตรี โดย 1. ได้เตรียมเสนอกำหนดการใช้ยางพาราเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อที่จะดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมพร้อมทั้งให้มีความสำคัญของทุกหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้มีการใช้ยางพาราภายในประเทศให้เกิดขึ้น 2. ให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรใช้ พ.ร.บ.ควบคุมยางพาราที่จะมากำหนด ต้นทุนของยางพาราและสามารถใช้ พ.ร.บ.ควบคุมในการส่งออก และนำเข้าได้

3. ให้มีการจัดตั้งและตลาดยางพารา หรือเรียกว่าตลาดไทคอม ซึ่งคิดว่าถ้ามีการจัดตั้งตลาดไทคอมก็ถือว่าเป็นตลาดของประเทศไทย ที่ใช้อิงกับตลาดต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ทางสภาเกษตรกรก็ได้มีการดำเนินการอยู่ พร้อมทั้งศึกษาการจัดตั้งตลาดในระบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร ทางภาคเอกชนและทางรัฐบาล 4. ในเรื่องของกระบวนการสร้างอาชีพเสริม ซึ่งขณะนี้สภาเกษตรกร ก็ได้ดำเนินการเสริมรายได้ ให้กับเกษตรกรในช่วงที่ราคายางตกต่ำและและได้มีการนำเสนอไปในหลายปีที่ผ่านมาและคิดว่าเมื่อถึงวิกฤติของราคายางพาราที่จะต้องใช้และก็ต้องสนับสนุนแนวทางนี้

5. ในเรื่องการขอให้ยกเลิกไปบริษัทร่วมทุนซึ่งเป็นแนวทางที่หลายหลายคนคิดว่าถ้ามีการร่วมทุนกับภาคเอกชน ในวงการยางพาราและสร้างประโยชน์และเกิดประโยชน์กับเกษตรกร ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็เกิดเป็นบางส่วนเท่านั้นเองที่อาจจะมีประโยชน์บ้าง แต่ส่วนใหญ่ตัวเกษตรกรเองก็ไม่ได้เห็นด้วยว่าไม่เกิดประโยชน์กับเกษตรกรรายย่อยเลยจึงอยากให้มีการยกเลิกของบริษัทร่วมทุนจำนวน 6 หุ้นด้วยกัน

นอกจากนี้ ได้มีการประชุมพร้อมกำหนดในการแก้ปัญหาราคายางพาราให้กับท่านนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีในส่วนนี้ทางสภาเกษตร ได้หาแนวทางในการแก้ปัญหาราคายางพาราและการเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศ ซึ่งคิดว่าน่าจะต้องมีนิคมอุตสาหกรรมยาง ใน 2 แห่งในภาคใต้ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสงขลา โดยขณะนี้ ในจังหวัดได้มีการตื่นตัวให้มีนิคมอุตสาหกรรมยาง โดยคาดว่า ถ้ามีนิคมอุตสาหกรรมจะมีการใช้ยางพาราในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการส่งออก จึงเป็นการกระตุ้นตัวดีมานด์ให้เพิ่มมากขึ้น สามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้ดีมากขึ้น.