วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กล้วยไม้..ปื้นเหลือง

ถึงกรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศประเทศย่างเข้าสู่ฤดูหนาวมาได้เดือนกว่าๆแล้ว แต่สภาพอากาศยังคงแปรปรวน มีฝนตกสลับแดดออก และมีลมกระโชกแรง

สภาพอากาศเช่นนี้ กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรและผู้นิยมปลูกกล้วยไม้ ระวังการระบาดของโรคใบปื้นเหลืองที่เกิดจากเชื้อรา Pseudocercospora dendrobii Deighton

ที่สามารถพบการเข้าทำลายการเจริญเติบโตของต้นกล้วยไม้ได้ทุกระยะ

ส่วนมากจะเกิดกับใบกล้วยไม้แก่มากกว่าใบอ่อน และมักจะมีอาการเกิดกับใบที่อยู่บริเวณโคนต้นก่อน ใบจะเป็นจุดกลมสีเหลือง ถ้าเป็นมากๆจะขยายติดต่อกันเป็นปื้นสีเหลืองตามแนวยาวของใบ เมื่อพลิกดูด้านใต้ใบจะเห็นกลุ่มผงสีดำคล้ายขี้ดินสอขึ้นอยู่เต็มไปหมด

นี่แหละตัวร้าย เจอลมพัดแรงฟุ้งกระจาย เจอละอองน้ำฝนหรือน้ำที่เราใส่ ผงสปอร์สีดำจะกระเด็นกระจายแพร่เชื้อโรคปื้นเหลืองให้ระบาดเป็นวงกว้างได้เป็นอย่างดี

แต่ถ้าอาการรุนแรง ใบกล้วยไม้ที่เป็นโรคจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งและหลุดร่วงจากต้นได้ กล้วยไม้ทิ้งใบหมด ทำให้ช่อดอกน้อย ผลผลิตลดลง

หากพบการระบาดของโรค แนะนำให้เกษตรกรเก็บใบที่เป็นโรค และใบที่ร่วงไปเผาทำลายนอกแปลง

จากนั้นให้ฉีดพ่นสารกำจัดด้วย คาร์เบนดาซิม 50% เอสซี อัตรา 10-20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โพรพิเนบ 70% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร...ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน

แต่ไม่ควรพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งต่อเนื่องกันเกิน 3 ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อรา

และควรพ่นให้ทั่วโดยเฉพาะด้านหลังใบที่มีกลุ่มผงสีดำของสปอร์เชื้อรา.

สะ-เล-เต