วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนสำหรับนักการเมือง

ปรากฏการณ์ที่ แกนนำพรรคเพื่อไทย ชักชวน แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ล้มรัฐบาลทหาร ประกอบกับข่าวทางลึกว่า หลังจากที่ ประชาธิปไตยหายไป ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย หันมาคุยกันมากขึ้น บทเรียนในอดีตทำให้นักการเมืองเริ่มสำนึกได้ว่า วิกฤติการเมืองที่ผ่านมา ไม่มีฝ่ายไหนชนะ คือแพ้ทั้งคู่ ผู้ชนะก็คือคนที่อยู่เหนือการเมืองอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง นักการเมือง ก็แค่เบี้ยในกระดานเท่านั้น

ความจริงถ้านักการเมืองรู้จักระบอบประชาธิปไตยดีกว่านี้ ก็คงไม่มีวันนี้ เพียงเพราะอำนาจและทิฐิ อคติที่มีต่อกัน ทำให้สองขั้วการเมืองใหญ่ทำร้ายซึ่งกันและกัน จนไม่มีพื้นที่จะยืน ถูกสับโขกดูถูกดูแคลนสารพัด

ไม่มีโอกาสแม้แต่จะกำหนดอนาคตของตัวเอง

การปฏิรูปกลับตัวกลับใจใช่จะทำได้ง่ายๆ วิกฤติการเมืองกี่รอบ ก็ไม่ได้ปลุกจิตสำนึกให้นักการเมืองได้เห็นความสำคัญของคำว่าประชาธิปไตย ของคำว่าสิทธิและเสรีภาพ ยังแกว่งเท้าหาเสี้ยนอยู่ตลอดเวลา

ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อการเมืองเชื้อเชิญ ให้อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ เข้ามาครอบงำการปกครองได้ การเมืองก็สามารถขับไล่อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญได้เช่นกัน โดยวิถีแห่งประชาธิปไตย

แทนที่จะไปลงสัตยาบันกับ คสช. พรรคการเมืองทุกพรรคที่มีอยู่จับมือลงสัตยาบัน กันว่า จะปฏิรูปตัวเองเข้าสู่วิถีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่จับมือหรือเป็นเครื่องมือของ อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ แค่นั้นแหละ จะแก้ปัญหาการติดหล่มจมปลักของประเทศได้แบบสะเด็ดน้ำ

นักการเมืองต้องรู้รักสามัคคีก่อน

อีกปรากฏการณ์ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่องคะแนนนิยมนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า ที่คะแนนนิยม พล.อ.ประยุทธ์ลดลงบ้าง เพราะ ไม่ใช่นักการเมืองไม่มีฐานเสียงไม่มีพรรคการเมืองสังกัด แฟนคลับของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนใหญ่จะอายุ 60 ปีขึ้นไป

คนที่อยู่ระหว่างวัยกลางๆ 30-50 ก็จะชอบ พล.อ.ประยุทธ์ในระดับปานกลาง แต่ถ้าเป็น กลุ่มวัยรุ่น จะไม่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ มองว่าไม่มีผลงานอะไรเป็นรูปธรรม ซึ่งถ้าจะแปลงเป็นคะแนนเสียงสมมติว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะลงสนามการเมืองจริงๆ ก็น่าจะมีสิทธิลุ้น เพราะส่วนใหญ่คนที่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง จะเป็นผู้สูงอายุเสียส่วนใหญ่ คนที่อยู่ระดับวัยรุ่นไปจนถึงกลางคนชอบออกความเห็นแต่ไม่ชอบปฏิบัติ

ต่อไปถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ติดปีกลงสนามการเมืองเต็มตัวมีทั้งมวลชน พรรคการเมือง หัวคะแนน ก็เป็นไปได้ว่าการเรียนรู้งานการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ในช่วงเวลา 4 ปีกว่าๆไม่เสียเที่ยว

และไม่เสียของ

ทางลงของรัฐบาล คสช.และทางขึ้นของนักการเมืองเป็นทางเดียวกัน สับรางกันไม่ดี การเมืองปะทะกับการทหารเมื่อไหร่ วิกฤติการเมืองเที่ยวนี้จะร้อนยิ่งกว่าไฟ จะเป็นการให้บทเรียนกับนักการเมืองและการพัฒนาทางการเมืองของไทยไปอีกระดับ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th