วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ค่ายอาสาพัฒนาชนบท อุดมการณ์สู่แดนไกล

การรู้จักใช้เวลาว่างบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น นับว่าเป็น “หัวใจ” อันสำคัญอย่างยิ่ง...ในปัจจุบันที่หลายคนต่างมองว่าในยุคที่เทคโนโลยีและการพัฒนาที่ก้าวหน้านี้ ผู้คนในสังคมต่างใช้ชีวิตที่เห็นแก่ตัวมากขึ้น เอารัดเอาเปรียบคนอื่นมากขึ้นจนเน้นถึงการรู้จักเอาตัวรอดเป็นดีที่สุด

“รอด” โดยปราศจากการแสดงออกถึงความห่วงใยในชีวิต...ความเป็นอยู่ของผู้อื่น จึงกลายเป็นสังคมที่เห็นแก่ตัวมากขึ้น ส่วนความทุกข์ยากของผู้คนในสังคมไทยเราก็ยังมีอยู่ ถึงแม้ว่าหน่วยงานของรัฐ...องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจะได้ทุ่มเทงบประมาณเข้าไปให้ความช่วยเหลือบุคคลเหล่านั้นอยู่บ้างก็ตาม

ทว่า...ก็ยังไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึงเพราะงบประมาณที่มีนั้นมีอยู่อย่างจำกัด

“จำเป็นต้องอาศัยการเสียสละความสุขส่วนตัว การรู้จักห่วงใยเพื่อนร่วมชาติของผู้คนในสังคมได้ร่วมมือร่วมใจกันเข้าไปให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ด้อยโอกาสในสังคมตามพื้นที่...ภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ซึ่งพวกเขาจะต้องเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ”

พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ธนบุรี กทม. บอกอีกว่า มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนได้มีความห่วงใยและตระหนักถึงคุณค่าในชีวิตของเด็กๆที่อยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญ ซึ่งได้กลายเป็นเด็กด้อยโอกาสที่พวกเขาจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ ไม่ว่า...ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน

การมีปัจจัยสี่เพื่อการดำรงชีพ การได้มีโอกาสทางการศึกษา การได้มีโอกาสทางสังคม รวมถึงการกระจายโอกาสที่ดีให้กับเด็ก จนพวกเขาได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กๆทั่วไป จะได้เติบโตขึ้นมาเป็น “คนดี”

การได้มีความหวังที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นเยาวชนและพลเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขโดยที่ไม่ต้องกลายเป็น “ปัญหา” หรือเป็น “อาชญากร” ให้กับสังคม

ความห่วงใยข้างต้นนำไปสู่การรวมพลังร่วมมือร่วมใจกันระหว่างพระสงฆ์กับคนหนุ่มคนสาว นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เดินหน้า “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท” ตามโครงการ “ความรู้สู่เด็กชนบท” มาตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปัจจุบัน...ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ความสุขส่วนตน ความรู้ความสามารถที่มีไปให้ความช่วยเหลือ

สนับสนุนด้านการศึกษา การพัฒนาจิตใจแก่เด็กๆที่อยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญมาอย่างต่อเนื่อง ปีแล้วปีเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงวันนี้ได้จัดค่ายอาสาพัฒนาชนบทเป็นครั้งที่ 44 แล้ว...ตามภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศไทย

ระยะเวลา 33 ปีที่ผ่านมา ได้ทำกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมแต่ละภูมิภาค แต่ละสังคม และแต่ละท้องถิ่น นับตั้งแต่ไปสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียน สร้างห้องน้ำให้กับเด็กนักเรียน สร้างสนามเด็กเล่น สร้างโรงอาหารให้กับสถานศึกษา สร้างบ้านให้เด็กนักเรียนที่กำพร้าและยากจนได้มีบ้านพักอยู่อาศัยอย่างเป็นหลักเป็นแหล่ง นิมนต์พระวิทยากรเผยแผ่ธรรมะไปฝึกอบรมบ่มนิสัย พัฒนาจิตใจเด็กนักเรียนและชาวบ้านในพื้นที่

“นำคนหนุ่มสาวซึ่งเป็นนิสิตนักศึกษาที่ว่างเว้นจากการเรียนหนังสือไปทำกิจกรรมนันทนาการให้ความรู้ ความบันเทิงแก่เด็ก...ชาวบ้าน ไปฝึกฝนอาชีพด้านใดด้านหนึ่งตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมถึงไปสอนหนังสือเด็กๆอีกด้วย”

นอกจากนั้นแล้วก็ยังได้นำหนังสือ เสื้อผ้า เครื่องเขียน เครื่องกีฬา ข้าวสาร อาหารแห้ง อุปกรณ์การศึกษา เงินทุนการศึกษาไปมอบให้กับเด็กนักเรียน โรงเรียน...ชาวบ้านในพื้นที่ โดยใช้เวลาทำกิจกรรม 1 เดือน

กำหนดเลือกเอาช่วงเดือนมีนาคม หรือเดือนตุลาคมของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่นิสิตนักศึกษาหยุดภาคเรียนประจำปี...สามารถทำกิจกรรมได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเป็นไปตามแผนงานที่ได้มีโครงการเอาไว้

ปัญหามีว่า...เมื่อทำกิจกรรมแต่ละพื้นที่จบลงไปตามที่กำหนดแล้วก็มิได้หมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลงไปแค่นั้น แต่การติดตามประเมินผลการให้ความช่วยเหลือก็ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าการนำเอาหนังสือเข้าไปเติมเต็มในห้องสมุดที่เคยร่วมใจกันสร้างไว้ การมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสให้ได้มีค่าใช้จ่ายได้เรียนหนังสือในชั้นสูงๆขึ้นไป การเข้าไปอุปการะเด็กนักเรียนที่กำพร้าให้ได้เรียนหนังสือจนกว่าพวกเขาจะมีความสามารถเรียนจบในชั้นสูงสุดหรือจบปริญญาตรี

หรือแม้แต่การเข้าไปให้ความช่วยเหลือครอบครัวของเด็กที่มีปัญหาให้พวกเขาได้พบความสุขในชีวิต พระมหาสมัย ย้ำว่า ค่ายอาสาจึงเป็นค่ายที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก...ประชาชนในชนบทที่ห่างไกลความเจริญเป็นที่ตั้ง เป็นการรู้จักใช้เวลาว่างที่มีอยู่ไปทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ มิใช่เป็นการจัดค่ายเพื่อหวังผลทางคะแนนทางการศึกษาหรือเพื่อลงโทษตนที่ได้กระทำความผิดแล้วเป็นการมาแก้ตัวแต่อย่างใด

นับเป็นกิจกรรมที่เสียสละเพื่อคนอื่นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น โดยยึดหลักอุดมการณ์ที่ว่า “ช่วยแล้วช่วยเลย ให้แล้วให้เลย” เป็นที่ตั้ง โดยมิได้เลือกว่าเด็กๆเหล่านั้นจะเกิดในพื้นที่ใด หรือในภูมิภาคใดของประเทศไทย แต่พวกเขาก็คือ “คนไทย” ไปตลอดชีวิต

“เพียงพวกเขาไม่สามารถเลือกเกิดได้ การจัดค่ายอาสาของมูลนิธิกลุ่มแสงเทียนจะไม่มีการจัดค่ายซ้ำพื้นที่เดิม ยกเว้นการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือให้การสนับสนุนให้เกิดเห็นเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องเท่านั้น จึงเป็นการจัดค่ายอาสาที่มิได้เสร็จสิ้นหรือจบลงเพียงเดือนเดียวหรือปีเดียว”

อุดมการณ์เพื่อการศึกษา...พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กในแดนไกลก็ยังดำเนินต่อไปและจะเดินหน้าไปเรื่อยๆ มุ่งหวังให้เด็กผู้ด้อยโอกาสจะไม่ตกเป็นเหยื่อของปัญหาทางสังคม พวกเขาจะต้องมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี เติบโตขึ้นมามีอาชีพหรือหน้าที่การงานที่ดี กลายเป็นสุจริตชนให้กับสังคม สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างมีความสุขกลายเป็น “ต้นแบบที่ดี” ให้กับพื้นที่นั้นๆ นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของ “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท”

“กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” ฉันใด กิจกรรมก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ไม่ว่าการมอบทุนการศึกษาให้เด็ก การมอบทุนอาหารกลางวันให้เด็ก การจัดซื้อเครื่องเขียน เครื่องกีฬา เสื้อผ้า หนังสือ อุปกรณ์การศึกษาให้กับเด็ก...โรงเรียน ค่าพาหนะในการเดินทาง ประสานงาน ค่าใช้จ่ายก่อสร้างห้องสมุด ห้องน้ำ โรงอาหาร สนามเด็กเล่น ฯลฯ

ที่ผ่านมา มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนได้อาศัยน้ำใจและศรัทธาของผู้คนในสังคมไทยได้แบ่งปันมาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆตามโครงการดังกล่าวตามกำลังและศรัทธา เรามีเท่าใดก็ช่วยเหลือเด็กเท่านั้น ไม่มีการเก็บสะสมเพื่อวันข้างหน้า ยกเว้น “เงินทุนเพื่อการศึกษาเด็กในระยะยาว” ส่วนสิ่งของที่กล่าวมาทั้งหมดก็ล้วนมาจากผู้คนในสังคมได้บริจาคมาให้ทั้งสิ้น เรารับไว้แล้วก็นำไปยื่นให้ต่อไม่มีการเก็บกักใดๆทั้งสิ้น...ช่วยแล้วช่วยเลยให้แล้วให้เลย

ผู้ที่สนใจร่วมเสริมทัพกิจกรรมค่ายอาสา แจ้งความจำนงได้ที่ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ซอยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ-เจ้าพระยา ถนนอิสรภาพ ซอย 15 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 โทรศัพท์ 0-2465-6165, 0-2466-8354 โทรสาร 0-2472-4212

หรือร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อรถจักรยานมอบให้เด็ก...มอบให้เป็นทุนการศึกษาเด็กในแดนไกล สามารถโอนเข้าบัญชี “มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน” ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเจริญพาศน์ เลขที่บัญชี 126-0-36151-2 ประเภทสะสมทรัพย์ ได้ทุกวันไม่มีวันหยุด (ใบอนุโมทนาบัตรสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้)

“ค่ายอาสาพัฒนาชนบท”...อุดมการณ์เพื่ออนาคตเด็กไทยในแดนไกล เราๆทุกคนต้องช่วยกันเป็น “แสงเทียน” ส่องสว่างทางแห่งปัญญาและชีวิตให้กับพวกเขาได้มีโอกาสที่ดี อย่างน้อยๆก็สักครั้งหนึ่ง.