วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นั่งลุ้นมิสยูนิเวิร์ส 2017 อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง

โดย ซูม

ผมนั่งเขียนต้นฉบับวันนี้ช่วงบ่ายๆของวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน แรกๆก็ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุด “ตู่ 5” ต่ออีกสักวัน เพราะยังมีอะไรๆอีกหลายอย่างที่อยากเขียนถึง

แต่เพราะในช่วงเช้าวันจันทร์เดียวกันนี่แหละ ผมเกิดไปนั่งลุ้นการประกวดนางงามจักรวาลเข้าให้ และก็ปรากฏว่านางสาวไทยของเรา น้อง มารีญา พูลเลิศลาภ ผ่านเข้ารอบ 16 คน แล้วก็ 10 คน เข้ามาได้ และในที่สุดก็ไปถึงรอบ 5 คน

เธอมาหยุดที่รอบ 5 คนนี้เอง ไปไม่ถึงรอบ 3 คน และไม่ได้มงกุฎนางงามจักรวาลอย่างที่ผมเอาใจช่วยและส่งเสียงเชียร์เต็มที่

ทำให้ผมเกิดความรู้สึกขึ้น 2 อย่างพร้อมๆกัน คือ ทั้งความรู้สึก “ดีใจ” ว่าสาวไทยเราก็แน่เหมือนกัน มาได้ถึงรอบ 5 คน แต่ขณะเดียวกันก็เกิดความรู้สึก “เสียดาย” ที่อุตส่าห์มาได้ถึงรอบนี้แล้ว น่าจะได้ไปต่ออีกสัก 2 รอบ และได้ตำแหน่งในที่สุด

คนที่เกิดมาในยุคที่ประเทศไทยเคยมีสาวไทยเป็นผู้ชนะบนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส หรือนางงามจักรวาลมา 2 คน 2 สมัยอย่างผม
ยังจำได้ถึงความสุขของคนไทยทั้งประเทศในห้วงเวลานั้นๆได้อย่างดียิ่ง

ตอนที่คุณปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล ได้ครองมงกุฎเมื่อ พ.ศ.2508 (หรือ 1965) และเป็นสาวไทยคนแรกที่คว้าตำแหน่งนี้ ผมยังหนุ่มจบมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ เข้ารับราชการเป็นชั้นตรี อยู่ที่สภาพัฒน์

จำได้ว่า คนไทยตื่นเต้นดีใจกันมาก และไปต้อนรับเธออย่างล้นหลาม ขณะมีการแห่แหนคุณปุ๊ก จากสนามบินดอนเมืองเข้าสู่บริเวณในเมืองวันที่เธอกลับบ้านครั้งแรกหลังได้ตำแหน่ง

ผมยืนอยู่กับมวลมหาประชาชนที่บริเวณสะพานขาว ซึ่งเป็นจุดที่รถเปิดประทุนเชฟโรเลต “อิมพาลา” ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่มีเธอนั่งโบกมือหยอยๆมาตลอด จะต้องผ่าน

จำได้ว่าผมเป็นหนึ่งในผู้คนจำนวนมากที่ส่งเสียงเรียกชื่อ และโบกมือให้เธอตั้งแต่แว่บแรกที่เห็นจนรถอิมพาลาหายลับไปจากสายตา

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันที่ 11 สิงหาคม 2508 พาดหัวว่า “คลื่นมนุษย์นับล้านรับอาภัสรา” เท่ากับผมเป็น 1 ในล้านกับเขาด้วย

หลังจากนั้น คนไทยก็ต้องรออีกถึง 23 ปี จนกระทั่ง พ.ศ.2531 เราจึงได้นางงามจักรวาลคนที่ 2 จากการประกวดที่กรุงไทเป ไต้หวัน โดย ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก หรือ “น้องปุ๋ย” เป็นผู้พิชิตมงกุฎ

คราวนี้ผมมาทำงานหนังสือพิมพ์แล้ว และได้อยู่ในเหตุการณ์ที่คนไทยตื่นเต้นดีใจอย่างสุดๆทั้งประเทศอีกครั้งหนึ่ง

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับขายเกลี้ยงแผงแม้จะเพิ่มยอดแล้วก็ยังเกลี้ยง แถมยังขายดีติดต่อกันมาอีกหลายวัน

โรค “ปุ๋ยฟีเวอร์” ระบาดไปทั่วประเทศไทย ไปทางไหนก็ได้ยินแต่เสียงเรียกหาน้องปุ๋ย น้องปุ๋ย

ปุ๋ยกลายเป็นขวัญใจชาวไทยอยู่หลายเดือน จนวันหนึ่งเมื่อเธอยอมรับว่ามีแฟนแล้ว เป็นหนุ่มฝรั่ง...นั่นแหละความนิยมจึงหล่นวูบลง

แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าในช่วงที่ปุ๋ยได้ตำแหน่งใหม่ๆนั้น คนไทยดีใจ ภาคภูมิใจและมีความสุขกันทั้งเมืองจริงๆ

เป็นความสุขที่ผมไม่ค่อยเคยพบเคยเห็นในประเทศไทยเราบ่อยนัก

ผมจึงคาดหวังและอยากให้เกิดขึ้นอีกสักครั้ง ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่า “น้องมารีญา” มาแรงมากในปีนี้ ผมจึงเอาใจช่วยและนั่งลุ้นเต็มที่

คนไทยเรามีความทุกข์มามากแล้ว ผมก็อยากจะเห็นความสุขกลับมาสู่คนไทยอย่างเปี่ยมล้นอีกครั้งหนึ่งว่างั้นเถิด

ในที่สุดเราก็มีความสุขกันได้ระดับหนึ่งเมื่อน้องมารีญาเข้ามาถึงรอบ 5 คน แม้จะไม่เต็มอิ่ม ถึงขนาดสุขสุดๆเหมือน 2 ครั้งในอดีตที่เราได้ตำแหน่ง แต่ก็ถือว่าคราวนี้เราเข้ามาใกล้พอสมควร

พระท่านสอนว่าจงพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ ผมก็คงต้องบอกว่า พอใจกับการเข้ามาถึงรอบ 5 คนของน้องมารีญาเมื่อเช้าวันจันทร์

ผมขอขอบคุณน้องมารีญาไว้ ณ ที่นี้และขอขอบคุณพร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ “พี่แดง” (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) ผู้อยู่เบื้องหลังความสุข (แม้จะไม่สุดๆ) ที่ได้รับในการประกวดปีนี้

ขอให้สู้ๆต่อไป และพยายามต่อๆไปนะครับ เรารอมาแล้ว 29 ปี จาก พ.ศ.ที่น้องปุ๋ยคว้ามงกุฎ ปีหน้าจะครบ 30 ปีพอดิบพอดี อาจถึงเวลาแจ็กพอตแตกก็ได้นะครับพี่แดง.

“ซูม”