วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครชี้ขาดเลือกนายกฯ

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน มีความว่า “การเมืองขย่ม ครม.ตู่ 5 ขู่เซ็ตซีโร่ คสช. นิพิฏฐ์อัดระบบไม่พึงปรารถนา อ๋อยชวน ปชป. สกัดรัฐบาลทหาร” สะท้อนถึงความเข้มข้นทางการเมือง จากเวทีการเสวนา ที่มีการพบกันระหว่าง นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รอง หน.พรรคประชาธิปัตย์

นายจาตุรนต์ปรารภว่า หลังการเลือกตั้ง สองพรรคใหญ่จับมือกันจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่? หากไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี หรือ คสช. สืบทอดอำนาจ 10 ปี 20 ปี นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า เราพูดด้วยเลือดด้วยชีวิตพอหรือยัง? ต้องคุยด้วยสันติวิธี มิฉะนั้นไม่มีทางล้มระบบที่ไม่พึงปรารถนาได้ การเมืองต้องมีความหวัง...ถ้าเราจะเซ็ตซีโร่ คสช.

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยอมรับว่า การจับมือระหว่างสองพรรคใหญ่ คือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปได้ยาก แต่ยังมีความหวังแม้จะริบหรี่ แต่ละฝ่ายจะต้องขจัดความคิดแบบสุดขั้ว เช่น คำพูดที่ว่า “ต้องสู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง” เนื่องจากเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่ดุเดือดเลือดพล่าน ทั้งในสภาและบนท้องถนน นานกว่า 20 ปี

แต่ในการเลือกตั้งคราวหน้า ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นราวเดือนพฤศจิกายน 2561 แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กกต. ก็ฟันธงว่าจะไม่มีพรรคใดได้เสียงถึงครึ่งหนึ่ง หรือ 250 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองจึงจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ต้องปล่อยให้ผู้นำ คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการสนับสนุนของ ส.ว. 250 คน เป็นพรรคใหญ่ที่สุดในรัฐสภา

วิธีเดียวที่จะสกัดกั้นรัฐบาลนายกฯคนนอกได้ สองพรรคใหญ่ต้องจับมือกับรวบรวม ส.ส. ให้ได้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของสองสภา คือ ตั้งแต่ 376 เสียงขึ้นไป เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี สมมติว่า ทั้งสองพรรคใหญ่ต่างได้ ส.ส.พรรคละ 188 คน รวมกันได้ 376 เสียงพอดี แต่ผู้สันทัดกรณีระบบรัฐสภาระบุว่า ต้องได้ 390 เสียงขึ้นไป จึงจะได้รัฐบาลที่มั่นคง

เป็นไปได้หรือไม่ที่สองพรรคใหญ่จะจับมือกัน คำตอบก็คือ ถ้ายึดถือคติที่ว่าในการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีแต่ผลประโยชน์เท่านั้นที่นิรันดร การจับมือของสองพรรคย่อมเป็นไปได้ เพราะความเป็นศัตรูไม่จีรัง แต่ผลประโยชน์ยั่งยืนกว่า หากสองพรรคมีจุดยืนหรือผลประโยชน์ตรงกัน นั่นก็คือยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทยทุกฉบับ บัญญัติไว้ตรงกันว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” ผลการเลือกตั้ง ส.ส.คราวหน้า จะพิสูจน์ว่าเป็นความจริงหรือไม่ พิสูจน์ง่ายๆด้วยการดูว่า ส.ส. 500 คน ที่มาจากการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ์ 50 ล้านทั่วประเทศ จะเป็นผู้เลือกนายกฯ หรือ ส.ส. 250 คน ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของไม่กี่คนจะเป็นผู้ชี้ขาด.