วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลับมาขายรุ่นดีเซล MERCEDES BENZ เปิดตัว S350d เรือธงลงดีเซล

เสียบดีเซลเพื่อรักษาฐานลูกค้า เมื่อ BMW มีตัวเลือกในรถรุ่นเรือธงหรือ Series-7 ถึงสี่รุ่นสี่เครื่องยนต์ ไล่เลียงจาก BMW 730Ld เครื่องดีเซล / BMW 740Li เครื่องยนต์เบนซิน / BMW 740Le เครื่องยนต์เบนซินบวกมอเตอร์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด / BMW 760Li xDRIVE เครื่องยนต์เบนซิน V12 TwinPower Turbo ทำให้ Mercedes Benz Thailand ที่ขายแค่ S500e Plug in Hybrid ต้องหาทางเสียบรถรุ่นสูงสุดด้วยการเปิดตัว 2 รถยนต์หรูแห่งยุค ด้วยรถซาลูนรุ่นเรือธง The new S-Class และ The Mercedes-Maybach S-Class ยนตรกรรมที่รวบรวมความเป็นที่สุดของสมรรถนะ โดยรถยนต์ The S 350 d AMG Premium เปิดตัวราคา 7.64 ล้านบาท และ The Mercedes-Maybach S-Class ราคา 17.44 ล้านบาท 

ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร MBTH กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา The S-Class ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดทั่วโลก สร้างยอดขายรวมกว่า 300,000 คัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2013 และกว่า 4,000,000 คัน นับตั้งแต่ได้มีการเปิดตัว The S-Class สู่สาธารณชน ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นยนตรกรรมหรูระดับเรือธงที่เป็นศูนย์รวมของดีไซน์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน และเป็นจุดตั้งต้นสำหรับการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์นั่งทุกระดับ โดย The S-Class มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้น The S-Class จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งผู้นำโดยแท้จริง

Mercedes Benz ได้พัฒนา The new S-Class โดยเพิ่มความสะดวกสบายขณะขับขี่ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance package รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วยเครื่องยนต์ดีเซลที่ทันสมัย เป็นปัจจัยที่ทำให้รถซาลูนหรูรุ่นดังกล่าวยกระดับสู่การเป็นรถยนต์ที่ “ดีที่สุด” Mercedes Benz Thailand ยังได้นำเสนออีกหนึ่งยนตรกรรมภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach สำหรับลูกค้ากลุ่มผู้บริหารระดับสูง และกลุ่มธุรกิจฟลีทกับโรงแรมชั้นนำของเมืองไทย เพื่อให้บริการเหล่าลูกค้าคนสำคัญ มร.ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม

ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท Mercedes Benz Thailand กล่าวเพิ่มเติมว่า “รถยนต์ 2 รุ่นที่นำมาเปิดตัวในวันนี้ ได้แก่ รุ่น The S 350 d AMG Premium ยนตรกรรมหรูระดับเรือธง เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 6 สูบเทอร์โบคู่ เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีขึ้น ปล่อยไอเสียน้อยลง รวมถึง Mercedes-Maybach S 560 Premium เครื่องยนต์เบนซินรหัส M 176 แบบ V8 เทอร์โบคู่ ความจุ 4.0 ลิตร พร้อมแรงบิด 700 นิวตันเมตร ด้วย Inner-V turbochargers ทำให้ได้แรงบิดมหาศาล พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเฟิร์สคลาส 

S-Class และ Mercedes-Maybach เป็นรถยนต์ที่มีระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ระบบช่วยนำรถเข้า-ออก จากที่จอดอัตโนมัติ ทั้งการจอดแบบขนานและการจอดแบบเข้าซอง, ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC) หรือระบบช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า (Evasive Steering Assist) 

The new S-Class
ดีไซน์ภายนอกของ The S 350 d AMG Premium กระจังหน้าแบบ 3 ก้าน ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมไฟ daytime สำหรับขับขี่กลางวันแบบ LED 3 เส้น กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ไฟท้ายแบบ LED เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก ล้ออัลลอยจาก AMG แบบ Multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว

MULTIBEAM LED
เทคโนโลยีชั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ในยามค่ำคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการควบคุมหลอดไฟแบบ LED จำนวน 84 หลอด ปรับระดับความสว่างอย่างเป็นอิสระจากกัน โดยมีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวและคำนวณระดับความสว่างอัตโนมัติ และตอบสนองความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ระบบส่องสว่าง (ILS – Intelligent Light System) ปรับเปลี่ยนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ การขับขี่และรูปแบบของถนน ระบบ ALS – Active Light System ปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ระบบ Cornering Light เพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง และระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus ปรับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาของผู้ขับขี่รถยนต์ที่วิ่งอยู่ในเลนตรงข้าม MULTIBEAM LED ยังตรวจจับทางโค้ง มุมอับสายตาได้ในระยะที่ไกลมากกว่าเดิม เทคโนโลยี ULTRA RANGE ส่องสว่างไกล 650 เมตรโดยอัตโนมัติหากไม่พบรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมา

ดีไซน์ภายใน
ห้องโดยสารของ new S-Class ระบบ ENERGIZING Comfort Control เทคโนโลยีนี้จะควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เช่น การปรับโทนสีของไฟภายในห้องโดยสาร Premium Ambient Light ระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง รวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะที่นั่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 6 แบบ การตกแต่งภายในด้วยวัสดุคุณภาพสูง

เบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลังหุ้มหนัง Exclusive nappa ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ ฟังก์ชั่นอุ่นที่นั่งและระบายอากาศ ด้านบนของคอนโซลหน้าและส่วนกลางของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง nappa ที่วางแขนบริเวณคอนโซลกลางด้านหน้าและด้านหลังหุ้มด้วยหนัง nappa

ผ้าหลังคาและแผงบังแดดด้านหน้า หุ้มด้วย DINAMICA microfibre ที่รองขาแบบปรับระดับ พร้อมที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลังฝั่งซ้าย รวมถึงเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าที่สามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าเพิ่มขึ้นอีก 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. 

เทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดีย
ภายในห้องโดยสารของ New S350 d AMG Premium มาพร้อมกับระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่ บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4-ZONE ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package) ระบบ COMAND Online พร้อมรีโมทควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ระบบแผนที่นำทาง (Navigation system) ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ เครื่องเล่น Blu-ray สำหรับที่นั่งด้านหลัง ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ & Android Auto ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging) สำหรับที่นั่งด้านหน้า ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง

Mercedes-Maybach S-Class
ดีไซน์ภายนอกเน้นความหรูหราสง่างาม กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับโลโก้ Mercedes Benz บนฝากระโปรงลาย 3 แถบเสริมโครเมียม ฝากระโปรงหน้าที่ยาว พร้อมคิ้วโครเมียมตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า กระจกหน้าต่างสีเขียว กรองแสงรอบคัน พร้อมกระจกนิรภัยด้านหลัง, ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ฟังก์ชั่น Active Light System, ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก, ล้ออัลลอยแบบ forged ขนาด 20 นิ้ว ยางรถยนต์แบบ Run-flat และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่น MAGIC SKY CONTROL, ระบบช่วงล่างแบบ MAGIC BODY CONTROL โลโก้ “Maybach” บนฝากระโปรงหลัง Mercedes-Maybach มีความยาวตัวรถประมาณ 5,462 มม. (S-Class ยาว 5,271 มม.) ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น 

ดีไซน์ภายใน
ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง designo Exclusive semi-aniline, ด้านบนของคอนโซลหน้า และส่วนกลางของแผงประตูหุ้มหนัง nappa, ผ้าหลังคาและแผงบังแดดหน้าหุ้มด้วย DINAMICA microfibre, นาฬิกา IWC แบบอนาล็อก, พวงมาลัยนิรภัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน หุ้มหนังสลับลายไม้ พร้อมสัญลักษณ์ MAYBACH และปุ่มควบคุมแบบ Touch Control, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือแบบ Apple Carplay™ & Android Auto, ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย สำหรับที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง  

และระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® high-end 3D surround sound system ห้องโดยสารภายใน มาพร้อมกับเบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลังริมหน้าต่าง แบบ climatised ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นอุ่นที่นั่งและระบายอากาศ พร้อมทั้งสามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ โดยเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าสามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าได้มากกว่าปกติถึง 4 เซนติเมตร และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 เซนติเมตร เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังแบบ multi-contour ที่มาพร้อมระบบที่นั่งแบบ First Class และโต๊ะทำงานแบบพับได้ รวมถึงการเพิ่มความสบายตลอดการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นนวด ENERGIZING 6 รูปแบบ ที่พร้อมเพิ่มความสบายในการพักผ่อนด้วยที่รองขาปรับระดับ สำหรับผู้โดยสารด้านหลังซ้าย-ขวา, ตู้เย็นภายในรถยนต์บริเวณที่นั่งด้านหลัง, ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4-Zone ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี

เทคโนโลยี
Mercedes-Maybach ได้ถูกออกแบบให้ทำงานสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับรถยนต์ตระกูล new S-Class เพิ่มเติมระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน (Night View Assist Plus) สัญญาณป้องกันการโจรกรรม พร้อมระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในรถ

ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS ด้วยการทำงานของเรดาร์ที่หากตรวจพบรถยนต์จากด้านหลังที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไฟกะพริบฉุกเฉินจะกะพริบด้วยความถี่ที่มากกว่าปกติ เพื่อเตือนผู้ขับขี่รถคันหลัง หลังจากนั้นระบบจะรัดเข็มขัดนิรภัยให้กระชับขึ้น ระบบเบรกจะล็อกล้อทั้งสี่ไว้ให้อยู่กับที่ พร้อมปรับพนักพิงคอเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บบริเวณคอ หากมีการชนเกิดขึ้น

PRE-SAFE® Impulse Side ระบบจะตรวจจับรถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้าด้านข้างตัวรถ ด้วยเรดาร์ที่ด้านซ้ายและขวา เมื่อพบว่ามีเหตุการณ์ที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ถุงลมที่อยู่ในพนักพิงด้านข้างจะพองออกเพื่อผลักให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารด้านหน้าเอียงไปอยู่ส่วนตรงกลางห้องโดยสารแทน เพื่อปกป้องจากแรงกระแทกจากด้านข้างตัวรถ

ระบบ Active Emergency Stop Assist ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่มีการตอบสนองต่อการขับขี่เป็นเวลานาน เช่น คนขับหลับในหรือหมดสติ และระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของพวงมาลัยเลย ระบบจะส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้ผู้ขับขี่กลับมาประคองพวงมาลัยรถ แต่ถ้ายังไม่มีการตอบสนองจากผู้ขับขี่ ระบบจะค่อยๆ หยุดรถอัตโนมัติในช่องจราจรนั้น พร้อมกับเปิดระบบไฟกะพริบฉุกเฉิน

ระบบ Evasive Steering Assist ระบบช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า โดยสัญญาณเรดาร์และกล้อง MPC ของรถยนต์จะช่วยตรวจจับคนและสิ่งของที่จะก่อให้เกิดอันตราย โดยระบบจะเตือนให้คุณตอบสนองและหักหลบสิ่งกีดขวางด้วยตนเองเท่านั้น พร้อมช่วยส่งแรงบิดที่เหมาะสมในการหักหลบสิ่งกีดขวางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Active Distance Assist DISTRONIC ช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า ทำงานโดยใช้สัญญาณเรดาร์ที่ติดตั้งบริเวณกันชนหน้าในการคำนวณระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้าที่สัมพันธ์กับความเร็วของรถในขณะนั้น และลดความเร็วของรถโดยอัตโนมัติ รวมทั้งช่วยเบรกด้วยระดับแรงเบรกประมาณ 50% ของแรงเบรกปกติเพื่อรักษาระยะห่างตามที่ผู้ขับขี่กำหนด ระบบสามารถลดความเร็วของรถลงจนกระทั่งหยุดนิ่งตามรถยนต์คันที่อยู่ด้านหน้า และยังสามารถควบคุมรถให้ออกตัวตามรถยนต์คันที่อยู่ด้านหน้า หากรถยนต์คันที่อยู่ด้านหน้าหยุดนิ่งเป็นเวลาไม่เกิน 30 วินาที แล้วเคลื่อนที่ต่อไป

ระบบ Active Blind Spot Assist ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นที่อยู่ในจุดอับสายตาในขณะที่กำลังจะเปลี่ยนช่องจราจร ระบบนี้จะทำงานตั้งแต่ความเร็วของรถที่ 12 กม./ชม. เป็นต้นไป โดยจะมีไฟเตือนเป็นสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมสีแดงปรากฏขึ้นที่กระจกมองข้างทั้งซ้ายและขวา ทันทีที่ระบบสามารถตรวจจับรถที่เข้าใกล้ในระยะที่กำหนด หรือประมาณ 3 เมตรจากด้านซ้าย ด้านขวา หรือด้านหลังของรถ สัญลักษณ์เตือนดังกล่าวที่กระจกมองข้างนี้ จะกะพริบพร้อมกับมีเสียงเตือนเมื่อผู้ขับขี่เปิดไฟเลี้ยวด้านเดียวกับที่มีรถอยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณไม่ตอบสนอง ระบบจะเบรกรถด้านที่เสี่ยงต่อการชนโดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นการช่วยให้รถคุณกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม

ระบบ Active Lane Keeping Assist หากเรดาร์ตรวจพบความเสี่ยงในการชนกับรถยนต์ที่ตรวจจับได้ ระบบจะช่วยดึงรถเข้าสู่ช่องจราจรเดิมโดยอัตโนมัติ ด้วยการเบรกล้อฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับรถยนต์ที่ตรวจจับได้ ระบบนี้ยังสามารถตรวจจับรถจักรยานยนต์ที่วิ่งมาด้านข้าง จึงทำให้ผู้ขับขี่อุ่นใจและปลอดภัยมากขึ้นในการเปลี่ยนช่องจราจร โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรคับคั่งบนถนนใหญ่หรือทางด่วนที่มีหลายช่องทางจราจร

ระบบ Active Brake Assist และฟังก์ชั่น Cross-Traffic เทคโนโลยีที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับรถยนต์คันอื่น หรือคนเดินถนนในบริเวณทางแยก โดยสัญญาณเรดาร์ที่ติดอยู่บริเวณกันชนด้านหน้า และกล้อง MPC จะตรวจจับเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการชน และจะส่งเสียงเตือนคุณให้เบรก หากคุณตอบสนอง ระบบจะช่วยเพิ่มกำลังเบรกไปจนเต็มประสิทธิภาพ แต่หากไม่มีการตอบสนอง ระบบจะช่วยเบรกอัตโนมัติตามแต่ละสถานการณ์ นอกจากนี้ในกรณีที่ระบบไม่สามารถหลบหลีกวัตถุด้านหน้าได้ทัน ระบบจะช่วยลดความเร็วลง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ทั้งการจอดแบบขนานและการจอดแบบเข้าซอง ซึ่งมีเฉพาะใน The new S-Class โดยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา จะแสดงภาพบริเวณรอบกันชนในจอแสดงผล รวมถึงภาพจากมุมสูง จึงช่วยให้เห็นสิ่งกีดขวางรอบคันรถ ทั้งนี้ระบบจะส่งสัญญาณเตือนภัยทั้งภาพและเสียง ในขณะที่กำลังจอดรถด้วยความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชม. โดยเป็นการประสานการทำงานของระบบ active steering ระบบ speed control และระบบเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ แม้ในที่จำกัดหรือในกรณีที่ต้องขยับรถหลายครั้ง พร้อมเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ Drive Away Assist ที่ส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจจับความเสี่ยงต่อการชนในขณะที่เหยียบคันเร่งหรือเบรกสลับกัน หรือเมื่อผู้ขับขี่เข้าเกียร์ไม่ถูกต้อง

รุ่น S 350 d AMG Premium
เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 6 สูบ เทอร์โบคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรกระบอกสูบ 2,925 ซีซี 
แรงม้าสูงสุด 285 แรงม้า 3,400-4,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร 1,200-3,200 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.0 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Mercedes-Maybach S 560 Premium
เบนซิน แบบวี 8 สูบ พร้อมเทอร์โบคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 3,982 ซีซี
แรงม้าสูงสุด 469 แรงม้า ที่ 5,250-5,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 4.9 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Mercedes Benz S350 d AMG Premium ใช้ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (AIRMATIC) พร้อมระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ ปรับให้เหมาะกับการขับขี่ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ในโหมด Comfort และ Sport ซึ่งระบบกันสะเทือนจะถูกปรับการใช้งานให้สอดคล้องในแต่ละโหมด โดยสามารถปรับยกตัวรถได้สูงถึง 30 มม. เมื่อขับขี่บนถนนที่ขรุขระหรือมีหลุมบ่อ และระบบจะปรับตัวรถลง 20 มม. โดยอัตโนมัติเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง 

Mercedes Benz S 350 d AMG Premium ราคา 7,640,000 บาท
Mercedes-Maybach S 560 Premium ราคา 17,440,000 บาท

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/