วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปีติพระราชสาส์น ในหลวงทรงขอบใจทุกคน ร่วมมือถวายงานพระราชพิธี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชสาส์นขอบใจพสกนิกรและผู้ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์และสมพระเกียรติยิ่ง ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดที่ต่างระลึกมั่นในพระมหากรุณาธิคุณ ก็ส่งใจมาร่วมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความจงรักภักดี ขณะเดียวกัน ท้องสนามหลวงยังแน่นประชาชนยังหลั่งไหลเข้าชมนิทรรศการฯ ยอดกว่า 2.1 ล้านคน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ว่า สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชสาส์นขอบใจพสกนิกรและผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ความว่า บัดนี้ การพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ได้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์และสมพระเกียรติยิ่ง ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งต่างตั้งใจกระทำการทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ

จึงขอขอบใจทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทั้งผู้ที่อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์เป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ หรือแม้มิได้เป็นจิตอาสา แต่ก็เต็มใจช่วยเหลืองานพระราชพิธีทุกด้าน ทั้งผู้ที่อุตสาหะมาร่วมงานพระราชพิธี ในตลอดเส้นทางเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และที่พระเมรุมาศจำลองกับซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทุกแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดถึงผู้ที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดที่ต่างระลึกมั่นในพระมหากรุณาธิคุณ ก็ส่งใจมาร่วมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความจงรักภักดี ความสามัคคีพร้อมเพรียงกันในการสนองพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ นับเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงสุด และเป็นเครื่องยืนยันอย่างสำคัญว่า แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะเสด็จสวรรคตล่วงไปแล้ว แต่จะทรงสถิตอยู่ในใจของประชาชนชาวไทย ที่จดจำรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณตลอดไปไม่มีวันเสื่อมคลาย พระปรมาภิไธย วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พระราชสาส์นขอบคุณดังกล่าวมีขนาดยาวกว่ากระดาษประมาณเอ 4 เล็กน้อย ด้านบนซ้ายมีตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. ประกอบกับภาพวาดฝีพระหัตถ์ลายการ์ตูน พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขณะออกสีหบัญชร และโบกพระหัตถ์ ใต้ตราพระครุฑพ่าห์มีลายพระหัตถ์ ว่า “ธ สถิต ใน ดวงใจ ไทยนิรันดร์” โดยรอบมีหัวใจ 8 ดวง ถัดมาเป็นรูปเหล่าพสกนิกรใบหน้ายิ้มแย้มทุกคน ขณะที่ด้านบนขวาเป็นพระบรมสาทิส-ลักษณ์ขณะทรงงาน ส่วนด้านล่างเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ลายการ์ตูนของเหล่าจิตอาสาขณะปฏิบัติงาน เช่น งานบริการน้ำ เก็บขยะ ครัวจิตอาสางานพยาบาลและแพทย์ จิตอาสาเข็นรถเข็น และงานจราจร โดยมีหน้าตายิ้มแย้ม มีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น

วันเดียวกัน ที่กระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) แถลงข่าวเปิดตัวหนังสือบทเพลงในดวงใจแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 “พระผู้ทรงสถิตในหทัยราษฎร์” ซึ่งเป็นใน 11 รายการที่คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช กำหนดจัดทำ ว่าหนังสือบทเพลงในดวงใจแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 “พระผู้ทรงสถิตในหทัยราษฎร์” เป็นเล่มล่าสุดรายการที่ 4 จัดทำโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับนายประยงค์ ชื่นเย็น ศิลปินแห่งชาติ สมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย และสมาคมนักแต่งเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ขอลิขสิทธิ์บทเพลงที่บุคคลและหน่วยงานต่างๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ และแสดงความอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 รวมจำนวน 198 เพลง แบ่งออกเป็นเพลงไทยสากล 99 เพลง และเพลงไทยลูกทุ่ง 99 เพลง พร้อมไฟล์เพลงเอ็มพี 3 นำมาจัดทำเป็นหนังสือพร้อมไฟล์เพลง จำนวน 10,000 เล่ม พร้อมกันนี้ยังได้จัดทำมิวสิกวีดิโอขึ้นใหม่จำนวน 50 เพลง สำหรับบทเพลงที่ยังไม่มีมิวสิกวีดิโอประกอบ ก็ได้เลือกภาพประกอบในมิวสิกวีดิโออย่างเหมาะสม โดย วธ.จะนำหนังสือแจกจ่ายห้องสมุดและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศต่อไป

สำหรับบรรยากาศการเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 27 พ.ย.คณะนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจากทั่วประเทศ ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าชมนิทรรศการครั้งสำคัญ โดยเฉพาะความประณีตอลังการของพระเมรุมาศ ประวัติความเป็นมา รวมทั้งรายละเอียดการก่อสร้างพระเมรุมาศ และพระราชประวัติของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จัดแสดงในอาคารประกอบรอบพระเมรุมาศ ซึ่งหลังได้ชมนิทรรศการฯ ที่ให้เวลารอบละประมาณ 60 นาที ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ภูมิใจและได้เห็นถึงความตั้งใจของเหล่าช่างศิลป์ที่ทำงานได้สุดละเอียดประณีตเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ น.ส.ธนัญภรณ์ สุขอารี อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนหอวัง กล่าวว่า ประทับใจมาก โดยเฉพาะรายละเอียดการก่อสร้างพระเมรุมาศ ได้เห็นถึงขั้นตอนการก่อสร้างอย่างละเอียด เมื่อได้ชมแล้วช่างทุกคนที่ถวายงานตั้งใจทำเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้ว่าตนจะไม่ทันเห็นตอนที่พระองค์ทรงงาน แต่สิ่งที่ได้รับรู้จากพระราชกรณียกิจต่างๆ รวมทั้งโครงการพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำเพื่อประชาชนมาตลอด รู้สึกซาบซึ้งมาก ตนได้นำคำสอนในเรื่องความพอเพียงไปปฏิบัติ ใช้ชีวิตตามที่มี มีอะไรใช้แค่นั้น และจะตั้งตนเป็นคนดี ไม่สร้างปัญหาให้กับสังคม นอกจากนี้ตนยังรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าชมความยิ่งใหญ่ของนิทรรศการในครั้งนี้ด้วย และอยากให้ทุกคนที่เข้าชมควรระมัดระวังอย่าทำสิ่งของต่างๆ เสียหาย เพื่อจะได้ให้คนที่ยังไม่ได้มาได้ชมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหัวค่ำวันเดียวกัน ที่บริเวณเวทีด้านทิศเหนือของสนามหลวง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และสมาคมอุปรากรจีนแห่งประเทศไทย จัดการแสดงอุปรากรจีน หรืองิ้ว โดยใช้นักแสดงและนักดนตรีจากหลายประเทศ รวมกว่า 275 คน ในงานนี้ ปรียานุช ปานประดับ รองอันดับ 1 นางสาวไทยปี 2531 อดีตนักแสดงชื่อดัง ขึ้นเวทีบรรเลงซอจีน เพลงสรรเสริญพระบารมี ร่วมกับนักดนตรี 89 คนด้วย สำหรับยอดประชาชนเข้าชมนิทรรศการ เมื่อวันที่ 26 พ.ย.มีจำนวน 132,494 คน รวมสถิติผู้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 2,127,829 คน

ต่อมาเวลา 18.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมด้วยพระสหายชาวต่างประเทศ เข้าทอดพระเนตรงานนิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยเสด็จเข้าตามช่องทางปกติเหมือนประชาชนทั่วไป และทรงทอดพระเนตรความงดงามของพระเมรุมาศและนิทรรศการทุกจุดที่ศาลาลูกขุน และพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประจำสำนักพระราชวัง พร้อมด้วยข้าราชการกรมศิลปากร และกระทรวงวัฒนธรรม รอรับเสด็จ รวมถึงมีประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาเข้าชมนิทรรศการได้เฝ้ารับเสด็จด้วย การนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงชูพระหัตถ์เป็นสัญลักษณ์มินิฮาร์ท และรับสั่งทรงพระสเลนเดอร์ กับประชาชนที่รอรับเสด็จ โดยประชาชนได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นบันทึกภาพเป็นที่ระลึก พร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระสเลนเดอร์” และ “ทรงพระเจริญ” ดังไปทั่วบริเวณงาน และเสด็จกลับในเวลา 19.05 น.