วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘สมคิด’ คงอยากตัวเล็ก

หยั่งเสียงยี้ไม่ค่อยดัง ลำพังก็แค่เสียงโห่ตามฟอร์มนักการเมือง

นั่นก็เพราะไล่เรียงตามเงื่อนไขสถานการณ์ การปรับ ครม.รอบนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ฟังเสียงประชาชนตลอด และให้โอกาสรัฐมนตรี ทำงานมานานแรมปี

จนถึงที่สุดต้องตัดสินใจปรับเปลี่ยนเพื่ออนาคต ตามยุทธศาสตร์เดินหน้าไปต่อ

ยึดความสมเหตุสมผลมาก่อนเหลี่ยมแฝงประโยชน์ทางการเมือง

และถ้าตัด “ปมด้อย” เรื่องเพื่อนพ้องน้องพี่แบบทหารอาชีพของ “บิ๊กตู่” ออกไป ในเชิงของการบริหารจะเห็นภาพการปรับ ครม.ที่ออกมาค่อนข้างชัดว่า ยึดหลักการสร้างเนื้องานที่จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ตามสัญญาประชาคมที่รับปากไว้ในการยึดอำนาจการบริหารจากรัฐบาลพลเรือน

ยอมทอนโควตารัฐมนตรีทหารออกมากกว่าตั้งเข้ามาใหม่

เปิดทางให้เสริมเพิ่มมือบริหารอาชีพ เปิดพื้นที่ให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้สร้างเนื้องานต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กำลังมีสัญญาณบวกในภาพรวม

โฟกัสการจัดทีมเศรษฐกิจ เน้นการขับเคลื่อนฐานรากที่เป็นโจทย์ใหญ่

โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ประคองราคาพืชผลทางการเกษตร ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง พืชผักผลไม้ ที่โยงกับสถานการณ์ปัญหาปากท้องชาวบ้านผู้มีรายได้น้อย

จากเงื่อนสถานการณ์กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรฯที่ไปคนละทาง การปรับให้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ขึ้นชั้นนั่งแท่น รมว.พาณิชย์ เพราะถือเป็นมือบริหารอาชีพจากภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ ทันเกมพ่อค้า และการทำงานในห้วงดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ก็เข้าถึงปัญหาของประชาชนฐานราก

นั่นก็สอดประสานกับการตั้งนายกฤษฎา บุญราช เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อจะได้ใช้คุณสมบัติความเชี่ยวของอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย แน่นทั้งขุมข่ายข้าราชการและกลไกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพิ่มศักยภาพในการเชื่อมกับชาวบ้านฐานรากได้มากกว่าเดิมแน่นอน

เสริมทีมด้วย 2 รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯที่เป็น “มืองาน” ตรงสเปกกับภารกิจ ทั้งนายลักษณ์ วจนานวัช อดีตผู้บริหาร ธ.ก.ส.ที่เคยอยู่หน้างาน มีประสบการณ์อย่างดีในเรื่องของการอัดฉีดเม็ดเงิน ช่วยเหลือเกษตรกร ขณะที่นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์พระราชา มาขยายฐานแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

จุดบอด “เกษตรฯ–พาณิชย์” ได้รับการคลายปมติดๆขัดๆ

เคลียร์ “บ่อน้ำมัน” ที่โดนนักการเมืองยั่วม็อบ พยายามจุดไฟกดดัน คสช.

ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่ากันตามเนื้อผ้าตอนนี้ก็ไม่ใช่ยุคกระตุ้นหรือโปรโมตท่องเที่ยวไทย เพราะนักท่องเที่ยวมากันล้นแล้ว แต่จุดที่รัฐบาลพยายามเน้นคือการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองและชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการโปรโมตเวทีประชุมใหญ่ๆระดับนานาชาติมาจัดที่ประเทศไทย

นั่นก็ตรงกับนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญตรง

ส่วนนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่คุณสมบัติตรงกับ รมว.พลังงาน แต่เสี่ยงติดภาพเอื้อประโยชน์ให้ ปตท. เลยได้นั่งเก้าอี้ รมช.คมนาคม เพื่อใช้ความถนัดเรื่องบริหารการเงิน ช่วยดูเงินกู้โครงการเมกะโปรเจกต์

แค่ 3-4 จุดที่ยกมา “บิ๊กตู่” พูดได้เต็มปากเลยว่า ปรับเพื่อเนื้องานจริงๆ

และเท่าที่เจาะข้อมูลเบื้องหลัง รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจทุกคนต่างคุ้นเคยกับ “กัปตันสมคิด” นั่นก็น่าจะทำให้การประสานงานไหลลื่นกว่าเดิม

เรื่องของเรื่อง มันก็สะท้อนเลยว่า “นายกฯลุงตู่” ให้ความเชื่อมั่น “จอมยุทธ์กวง” แห่งเยาวราช จากผลงานฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ตอนสวมเสื้อรัฐบาลไทยรักไทย มาถึงยุทธการวิ่งสู้ฟัดในรัฐบาล “ลุงตู่” ที่ปั๊มชีพจรเศรษฐกิจที่ตกต่ำสุดจากวิกฤติการเมือง รัฐเกือบล่มสลาย จนจีดีพีกระโดดมาอยู่ที่ร้อยละ 4.3

“ลุงตู่” มอบให้คุม “เรือธง” ทั้งการฟื้นฐานรากและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4.0

แต่นั่นก็ทำให้ “สมคิด” ต้องเพิ่มระดับความเสี่ยงสูงขึ้น กับการต้องเป็นเป้า “จับตาย” ตามปรากฏการณ์แบบที่เห็นนักการเมืองทั้งยี่ห้อประชาธิปัตย์และเพื่อไทยแท็กทีม “ล็อกเป้า” ถล่มตำบลกระสุนตก

มุ่งเจาะยาง “จอมยุทธ์กวง” ทำลายฐานที่มั่นในการตุนแต้มของ “นายกฯลุงตู่”

ถึงขั้นแบะท่าแตะมือจับขั้วรัฐบาล สกัดรัฐบาล คสช.ให้ได้

ลำพังแค่ภายนอกก็เหนื่อยแล้ว สถานการณ์ภายในยังส่อแววต้องระวังมากกว่า กับสภาวะของ “สมคิด” ที่ถือเป็นข้าวนอกนา แต่ไปๆมาๆกลายมาเป็นคนที่ “นายกฯลุงตู่” เชื่อมั่น ไว้ใจ

แรงหมั่นไส้ของคนกันเองในทีมงานใกล้ชิด “ลุงตู่” ยิ่งน่ากลัว

“สมคิด” มีตัวอย่างเจ็บต้องจำมาแล้ว สมัยทุ่มสุดตัวกับ “ทักษิณ”.

ทีมข่าวการเมือง