วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ สั่งใส่เกียร์เดินหน้าสางงาน ยอมรับ 3 ปีสุดอืด ปัญหาพรึบ

นายกฯ สั่งทุกหน่วยงเร่งเดินหน้าทำงาน หลัง 3 ปีงานล่าช้า บอกแก้ปัญหายางถ้ากินได้กินไปแล้ว ย้ำดับไฟใต้อาศัยความมั่นคงคู่การพัฒนา รับฟังความเห็นต่าง

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะ เดินทางไปยังพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรมแปรรูปโรงงานน้ำมันปาล์ม ที่บริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมชมพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรมแปรรูป และติดตามโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

โดยหลังนายกฯ ฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าโครงการ นายกฯ กล่าวว่า หลายอย่าง 3 ปี ผ่านมาความคืบหน้าอย่างช้าเกินไป จากนี้ไปให้ทุกฝ่ายเร่งรัดให้งานทุกอย่างคืบหน้า ต้องกระจายการพัฒนาทั้งหมดไปถึงประชาชน เช่น การพัฒนาปศุสัตว์ต้องจัดหาพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่มีคุณภาพให้กับประชาชน และให้หน่วยงานราชการวางแผนร่วมกับเกษตร เพื่อกำหนดพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสม ลดการนำเข้าแต่ต้องไม่ให้สินค้าล้นตลาด จากนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ และสอบถามรายละเอียดในแต่ละจุดด้วยน้ำเสียงเข้มและเสียงดัง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า นายกฯ อารมณ์ไม่ค่อยดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายกฯ เดินเยี่ยมชมมาถึงบูธธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมที่มีรายได้น้อย เช่น สินเชื่อฉุกเฉินเพื่อพี่น้องมุสลิม วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย อัตรากำไรไม่เกิน 0.8% ต่อเดือน ระยะเวลาสูงสุด 5 ปี และมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกระดับ โดยจะเสนอในที่ประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สงขลา ในวันที่ 28 พ.ย.ด้วย

โดย นายกฯ กล่าวย้ำว่า การช่วยเหลือต้องมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ไม่ใช่ช่วยเหลือแล้วสูญเปล่า แต่ช่วยแล้วต้องสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่บูธดังกล่าวได้มอบเสื้อปาเต๊ะให้นายกฯ เป็นที่ระลึก ซึ่งนายกฯ พูดหยอกล้อว่า "ใส่แล้วจะหนุ่มขึ้นไหม" และระหว่างเยี่ยมชมบูธ นายกฯ ยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลคิด รัฐบาลรู้ รัฐบาลพูด แต่ถ้าไม่ร่วมมือก็ไปไม่ได้ หวังรับจากรัฐอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรวมกลุ่มกัน พร้อมกล่าวติดตลกว่า "ทุกวันนี้แก้ปัญหายางพาราอยู่ ถ้ากินได้กินไปแล้ว" และช่วงท้ายนายกฯ กล่าวว่า ต้องขอโทษด้วยที่พูดเสียงดังไปบ้าง

ต่อมา 15.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ และคณะได้เดินทางไปประชุมติดตามงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพบผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยนายกฯ กล่าวก่อนประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องใช้ความมั่นคงและพัฒนา โดยใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม และจำเป็นต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อให้ประสบความสำเร็จ แม้มีความเห็นต่างก็ต้องรับฟัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กำหนดการลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ล่าช้ากว่ากำหนดเกือบ 3 ชั่วโมง ทำให้ต้องตัดกำหนดการบางรายการออกไป เช่น การสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระปิยมหาราช และสมเด็จพระสุริโยทัย ทันทีที่เสร็จส้ินการประชุมความมั่นคง นายกฯ และคณะเดินทางไปยังสนามบินบ่อทอง เดินทางไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 56 จ.สงขลา เพื่อเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดภาคใต้และชายแดนภาคใต้ ที่โรงแรมบีพี สมิหลา บีช จ.สงขลา