วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย่ำต๊อกชมกรุงเวียนนา ตอน 1 เมืองที่คู่รักไม่ควรพลาด นครแห่งดนตรีและความโรแมนติก

หากเอ่ยถึง กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในความรับรู้ของบรรดาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์

จะนึกถึงอะไร?...

เชื่อว่าคำตอบส่วนใหญ่ น่าจะไม่ต่างกันมากนัก สำหรับ ภาพจำ ของ เมืองแห่งความคลาสสิกนี้

ยอดคีตกวี ดนตรีคลาสสิก งานศิลปะ และสถาปัตยกรรมอันงามล้ำ

แล้วที่ว่ามานั้น มีอะไรบ้างล่ะ? สำหรับบางคนอาจจะเกิดคำถามในใจ

ถ้าเช่นนั้น...เอาแบบที่ เมื่อเอ่ยมาปุ๊บ ก็นึกถึงกันง่ายๆ เลยแล้วกันนะ!

ดนตรีคลาสสิก โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ต Wolfgang Amadeus Mozart อภิมหาอัจฉริยะทางดนตรีของโลก

งานศิลปะ กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt) เอกศิลปิน ด้าน Art Nouveau

และแน่นอน หนึ่งในสุดยอดงานสถาปัตยกรรม แห่งหนึ่งของโลก พระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace)

ที่เอ่ยมา...ในบรรทัดข้างบนนี้ พอจะทำให้บรรดาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ มีภาพ กรุงเวียนนา เมืองที่ว่ากันว่าคือ นครหลวงแห่งเสียงดนตรี และความโรแมนติก กันได้ชัดเจนขึ้นแล้วหรือยัง?

ในโอกาสที่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ บินตรง กรุงเทพฯ-เวียนนา ไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จึงได้รับโอกาสสุดพิเศษ ให้ไปร่วมสัมผัสความงดงาม ของ นครหลวงแห่งเสียงดนตรี และความโรแมนติก

นี้ว่า...

ที่จริงแล้ว...มันงดงามและโรแมนติกราวกับเทพนิยายโบราณ สมดั่งคำร่ำลือ หรือไม่?

โดยหลังจากใช้เวลาในการเหินหาวข้ามโลกร่วม 11 ชั่วโมง และรับของที่ระลึกสุดล้ำค่า สำหรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ ซึ่งเป็นกล่องดนตรีสุดไพเราะแล้ว

ทันทีที่เดินทางถึง....สัมผัสแรกแห่งเวียนนา ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน คือ ลมแรงที่พัดพาความหนาวเย็น ระดับ ติดลบ 2-4 องศาเซลเซียส ณ เวลา 07.00 น.! บนรันเวย์สนามบินเวียนนา

เมื่อคณะของเรา ฝ่าความหนาวเย็นลงจากเครื่องบิน เที่ยวบินปฐมฤกษ์ TG936 เพื่อมาถ่ายรูปร่วมกับ คณะผู้บริหารการบินไทยและผู้บริหารระดับสูงของการท่องเที่ยวเวียนนา และสนามบินเวียนนา ที่มารอต้อนรับอย่างสุดอบอุ่น

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแถลงข่าว การท่องเที่ยวกรุงเวียนนา พาคณะของเรา เดินทางไปเข้าพักที่ Grand Ferdinand โรงแรมสุดหรูหรา ของกรุงเวียนนา ซึ่งจะถูกใช้เป็นฐานที่มั่นสำคัญ สำหรับการย่ำเท้า ท่องเมืองแห่งความรุ่มรวยทางสถาปัตยกรรมนี้ ต่อไปอีกหลายวันข้างหน้า

ซึ่งจุดที่พักของคณะเรานี้ ต้องบอกเลยว่า เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับการเดินทางไปชมความงดงาม ของนครหลวงแห่งเสียงดนตรี และความโรแมนติก เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจาก หากจะอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน หรือ รถราง ... ย้ำอีกครั้ง รถราง เพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อในกรุงเวียนนา ได้โดยสะดวกแล้ว หากคุณอยากสัมผัสเมืองนี้ในแบบลงลึกในรายละเอียดทุกตารางนิ้ว ด้วยการออกเดิน ก็มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

เพราะคณะของเราทดลองแล้ว พบว่า การออกเดินภายใต้อากาศหนาวๆ สลับไปกับการถ่ายรูป อาคารแบบยุโรปยุคกลางที่รายล้อมรอบเมือง ที่งดงามราวกับภาพวาดนั้น สามารถทำให้คุณเพลิดเพลิน จนลืมความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และอาจลืมไปเลยว่า คุณได้เผาผลาญพลังงานในร่างกายไปแล้วกี่แคลอรี

และที่สำคัญ หากคนที่เดินข้างๆ คุณ คือ คนที่คุณรัก ส่วนตัวเชื่อว่า มันจะทวีความโรแมนติกให้กับคู่ของคุณแบบชนิดคาดไม่ถึง

แต่สำหรับ การออกเดินท่องเมืองนี้ มีสิ่งสำคัญบางประการ ที่นักท่องเที่ยวอาจจะต้องจำไว้ให้ขึ้นใจสักเล็กน้อย เพราะจากประสบการณ์ตรงที่ประสบพบเจอ ต้องบอกว่า ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร

ข้อที่ 1 จำให้ขึ้นใจ เลนจักรยาน (Bicycle lane) ซึ่งมีสีเขียวให้เห็นอย่างเด่นชัดนั้น อย่าเผลอลงไปเดินเด็ดขาด เพราะที่นั่น จักรยานขี่กันค่อนข้างเร็ว และหากเกิดการชน คนขี่จักรยานไม่ผิด แต่คนที่ผิด คือ คนที่ลงไปเดิน

ข้อที่ 2 จำให้ขึ้นใจ ต้องปฏิบัติตาม สัญญาณไฟจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะที่นั่น มีทั้งรถยนต์ (ที่ขับค่อนข้างเร็ว) และรถราง วิ่งสลับไปมา ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยในแต่ละแยก ต้องดูสัญญาณไฟจราจร ก่อนข้ามถนนทุกครั้ง

ข้อที่ 3 จำให้ขึ้นใจ เลนรถราง ซึ่งอยู่ติดกับฟุตปาทนั้น อย่าเผอเรอเพลิดเพลินหามุมถ่ายรูปอาคารสวยๆ ทั่วทั้งเวียนนา เสียจนก้าวเท้าลงไปเป็นเด็ดขาด เพราะรถรางนั้น นอกจากวิ่งค่อนข้างเร็วแล้ว มันยังมีความเงียบเอามากๆ ชนิดที่ว่า หากคุณหันหลังให้ขบวนรถรางคุณอาจไม่รู้เสียด้วยซ้ำไปว่า มันวิ่งมาใกล้ถึงตัวคุณแล้ว!

นั่นเป็นเพราะ...แม้ว่าอาจจะเห็นว่าคุณ ยืนอยู่บนราง หรือเห็นว่ารถอาจจะวิ่งเฉียดคุณ แต่พนักงานขับรถราง จะไม่ยอมหยุด หรือส่งสัญญาณเตือนนะครับ!

เรื่องนี้ ได้รับการยืนยัน จากสายตาชัดๆ เลย คือ พี่ที่ร่วมคณะไปด้วยกัน ซึ่งกำลังหามุมถ่ายรูปอาคารต่างๆ บริเวณริมฟุตปาท โดยหันหลังให้กับเส้นทางรถราง

โดนรถราง วิ่งเฉียดผ่านร่างในแบบเส้นยาแดงผ่าแปด!

เล่นเอาทั้งผู้เขียนและพี่ท่านนั้น ใจหายใจคว่ำ กับประสบการณ์ เฉียด ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เรียกว่า ใจแทบจะตกมาตาตุ่มเลยทีเดียว เพราะจังหวะที่พี่เขาหันหน้ากลับมานั้น ก็เจอเข้ากับ ขบวนรถราง ที่วิ่งฉิว เฉียดร่างไปไม่กี่เซนติเมตร และเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้เขียนเอง ก็หันหน้ามาเห็นเหตุการณ์เข้าแทบจะพอดิบพอดีเช่นกัน เรียกว่า ร้องเตือน ยังแทบไม่ทัน

โดยต่อมาภายหลัง พี่ท่านนี้ เล่าให้ฟังว่า ไม่ได้ยินเสียงรถรางขบวนนี้เลย หันกลับมา ขบวนรถก็พุ่งเฉียดร่างไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรแล้ว

ฉะนั้น แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ จำเอาไว้เลยว่า เส้นทางรถราง ใน เวียนนา อย่าเผลอลงไปยืนเด็ดขาด!

เมื่อรู้ข้อควรระวัง สำหรับการย่างเท้า ชมความงดงาม ของนครแห่งความโรแมนติกกันแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะออกไปดูกันเสียทีว่า กรุงเวียนนา มีอะไรให้ แขกบ้านแขกเมือง ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลขนาดนี้ ได้ละเลียดชมผ่านสายตา กันบ้าง

โดยวันแรกของคณะเรา ณ กรุงเวียนนา พี่แจ๊สซี่ ไกด์ชาวไทยสุดสวย ซึ่งพำนักอยู่ที่ประเทศออสเตรียมาหลายสิบปี รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในคนไทยเพียงไม่กี่คน ที่สามารถสอบผ่านการเป็นมัคคุเทศก์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นำคณะของเราอุ่นเครื่อง ด้วยโดยการนั่งรถไฟใต้ดินสลับการออกเดินทอดน่อง ชมทิวทัศน์รอบๆ กรุงเวียนนา เป็นลำดับแรก

ซึ่งเพียงแค่ไม่กี่ก้าวหลังการออกเดิน สำหรับ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ก็ต้องถือว่า ทริปนี้คุ้มค่าแล้ว!

เพราะ ณ สวนสาธารณะสตัดต์ปาร์ค (Stadtpark) สถานที่พักผ่อนของบรรดาลูกหลาน โมซาร์ต ใจกลางกรุงเวียนนา มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1862 ซึ่งมีพื้นที่ถึง 65,000 ตารางเมตร นั้น มีทั้งวิวทิวทัศน์ที่สุดแสนโรแมนติก และเสียงดนตรีคลาสสิก ที่คอยเปิดกล่อมผู้มาเยือนไปทั่ว เล่นเอาบรรดาผู้ที่เข้าไปสัมผัส รู้สึกได้ถึงความสงบและรื่นรมย์อย่างประหลาด

และแน่นอน จุดไฮไลต์สำคัญ ที่ใครมาจะต้องโดนและไม่พลาดที่จะเอาหน้าตัวเองไปร่วมเฟรมด้วย ก็คือ รูปปั้นสีทองอร่ามคีตกวีเอกคนหนึ่งของโลก โยฮันน์ ชเตราสส์ ที่สอง (Johann Strauß (Sohn) ) ที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่

จากนั้น คณะของเราย่ำเท้าต่อไปสถานที่ไฮไลต์ สำหรับบรรดาผู้หลงรักดนตรีคลาสสิกอีกแห่งหนึ่ง ของเวียนนา รูปปั้นของ ลุดวิจ ฟาน เบโทเฟน (Ludwig van Beethoven) อีกหนึ่งอัจฉริยะทางดนตรีของโลก คีตกวีเอก ที่สามารถแต่งเพลงได้ แม้จะประสบปัญหาทางการได้ยิน

ซึ่งสำหรับศิลปินท่านนี้ ผู้เขียนมีความชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอยู่มาก เนื่องจากในช่วงเรียนมัธยม มีวงออเคสตร้าเต็มวงมาบรรเลง ซิมโฟนี่ หมายเลข 5 ของ เบโทเฟน ให้รับฟัง ซึ่งทำให้ผู้เขียนรู้สึกมหัศจรรย์ใจมาก ที่โน้ต เพียง 4 ตัว สามารถรังสรรค์เพลงได้ไพเราะและให้อารมณ์ที่หลากหลายในเวลาเดียวกัน ฉะนั้น ทุกวินาที ณ สถานที่แห่งนี้ ผู้เขียนจะแว่วยินเสียง ซิมโฟนี่ หมายเลข 5 ตลอดเวลา

จากนั้น คณะของเราเดินมุ่งหน้าไปที่ โบสถ์เซนต์ชาร์ลส์ (คาร์ลเคียร์เชอ) โดมและหอคอยในสไตล์บารอกแบบเวียนนา ผสมผสานหน้ามุขแบบกรีกและเสาแบบโรมาเนสก์ ที่ถูกสร้างโดย สมเด็จจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 แห่งจักรวรรดิโรมัน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1713 หลังกรุงเวียนนา รอดพ้นจากโรคระบาด จนกระทั่งมาเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1739 ซึ่งความยิ่งใหญ่และอลังการของโบสถ์นี้ หากคุณได้เห็นด้วยสายตา เชื่อว่าไม่ว่าใครก็คงต้องหยุดแล้วถ่ายรูป เก็บไว้อยู่ในความทรงจำของตัวเองอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่พลาดที่จะทำแบบนั้นเช่นกัน

หลังจากใช้เวลาเดินอย่างเพลิดเพลิน จนแทบลืมเวลา เราก็ไปถึง สถานที่เที่ยว จุดสุดท้ายของวัน ที่ ตลาดแนชมาร์ก (Naschmarkt) ตลาดเก่าแก่ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ ศควรรษที่ 16 จนได้รับฉายาว่า คลังอาหาร แห่งกรุงเวียนนา ศูนย์รวมสารพัดสิ่ง ทั้งอาหาร ขนม เบเกอรี่ ผัก ผลไม้ และเสื้อผ้า ที่นี่มีทุกสิ่งให้คุณเลือกสรรแบบครบวงจร แต่ที่ตลาดนี้มีเสน่ห์มากๆ สำหรับผู้เขียน คือ บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ไม่มีสักนิดที่จะเกิดอาการหน้าหงิกหน้างอ หากคุณตรงเข้าไปขอถ่ายรูป สารพัดสินค้าที่วางขายอยู่ในร้าน โดยทุกคนดูยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี แม้นว่า คุณจะทำเพียงถ่ายรูปแต่ไม่ซื้อสินค้าของเขาก็ตาม

และเท่าที่สังเกต หากร้านใดที่พ่อค้าแม่ขาย หน้าตากระเดียดออกไปทางแขกๆ นิดๆ ก็ดูเหมือนจะอารมณ์ดีกว่าร้านอื่นๆ ทั่วๆ ไปเสียด้วย เพราะพี่แก พร้อมจะทักนักท่องเที่ยวหัวดำแบบเรา ด้วยสารพัดภาษาที่คาดว่าน่าจะตรงกับสัญชาติของเรา เช่น จีน เกาหลี หรือ อินเดีย ทันที ทำให้ ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ ดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นอย่างประหลาด

เมื่อเดินตลาดแห่งนี้จนเป็นที่จุใจกันแล้ว เวลาก็ปาเข้าไปเกือบ 17.00 น. ซึ่งเวลานี้ในช่วงฤดูหนาวนี้ ที่ประเทศออสเตรีย ความมืดมาเยือนเร็วมาก บรรยากาศหากเทียบกับเมืองไทย น่าจะเวลาประมาณ 20.00 น. ได้เลย คณะของเราจึงจบทริปวันแรก ของการทัวร์กรุงเวียนนา แล้วนั่งรถไฟใต้ดินกลับที่พักเพื่อเก็บแรงเอาไว้สำหรับการท่องเที่ยวในวันถัดไป

สรุปการท่องเที่ยวในวันแรกนี้ ต้องเรียกได้ว่า คุ้มค่า! เพราะทุกย่างก้าว ณ กรุงเวียนนา มีจุดให้คุณสามารถถ่ายรูปบรรยากาศและสถาปัตยกรรม ที่งดงามเป็นระยะๆ ชนิดไม่รู้จักเบื่อ ส่วนตัวที่ชอบมากๆ คือ แม้แต่การซ่อมแซมอาคารต่างๆ ในพื้นที่ชั้นในของกรุงเวียนนา ผ้าใบที่นำมาใช้สำหรับกั้นอาคาร ก็ยังเป็นรูปอาคารรูปทรงเดิมเพื่อไม่ให้ดูเป็นที่แปลกแยก ไปจากอาคารอื่นๆ ที่อยู่รายล้อม

ขณะที่การเลือกใช้ รถราง เป็นระบบขนส่งสาธารณะภายในเมือง ก็ดูจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหากอาคารสวยๆ ถูกบดบังด้วยเสารถไฟฟ้า กรุงเวียนนา ก็คงไม่งดงามเช่นนี้แน่ๆ

แต่แน่นอน ในโลกนี้ ย่อมไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกไม่ชอบก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน นั่นก็คือ ฝีมือบรรดาวัยรุ่นมือบอนทั้งหลาย ที่ไปใช้สีสเปรย์บอมบ์ ตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะบางสถานที่ เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่เสียด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

สำหรับในตอนต่อไป ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปชมความงดงามและโรแมนติก ของสถานที่ใดในกรุงเวียนนา อีกบ้าง โปรดรอติดตาม

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข้อมูลเบื้องต้น สาธารณรัฐออสเตรีย 

พื้นที่ 83,858 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงเวียนนา

ประชากร 8.711 ล้านคน

ภาษาราชการ เยอรมัน

GDP 386.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อุตสาหกรรมหลัก ก่อสร้าง เครื่องจักร ยานพาหนะ เหล็ก เคมีภัณฑ์

สกุลเงิน ยูโร (เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2538)

จำนวนนักท่องเที่ยว

ปี 2558 มีชาวออสเตรีย เดินทางมาประเทศไทย 97,806 คน และมีชุมชนชาวออสเตรีย ที่พำนักในไทย ประมาณ 1,035 คน

จำนวนคนไทยในออสเตรีย มีทั้งสิ้น 5,266 คน มีนักเรียน 80 คน ที่เหลือเป็นแรงงานและแม่บ้าน มีร้านอาหารไทย 29 ร้าน ร้านนวดสปา 24 ร้าน

สำนักงานของไทย ใน ออสเตรีย กรุงเวียนนา (สถานเอกอัครราชทูต) เมืองอินส์บรุค (สถานกงสุลกิตติมศักดิ์)
เมืองซาลสบูร์ก เมืองดอร์นบีร์น

สำนักงานของออสเตรีย ใน ประเทศไทย กรุงเทพฯ (สถานเอกอัครราชทูต) พัทยา (สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์) ภูเก็ต (สถานกงสุลกิตติมศักดิ์) จังหวัดเชียงใหม่