วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปวดตับ! ต้องตอบแบบไหน? จะโดนใจกรรมการ

คำถามสร้างสรรค์สังคมดีจัง what do you think has been the most important social movement of your generation? คุณคิดว่าเหตุการณ์ขับเคลื่อนทางสังคมสำคัญที่สุด ที่เกิดในยุคคุณคืออะไร? นั่นคือคำถามรอบ 5 คนสุดท้าย ที่พิธีกร สตีฟ ฮาร์วีย์ ได้เจาะจงถามกับ มารีญา

social movement พลังมวลชน ความสามัคคีของคนที่มาร่วมกันเพื่อทำความดียิ่งขึ้น เป็นการตั้งคำถามที่ดีเลย เพื่อนำไปสู่การคิดดีทำดีเพื่อส่วนรวมต่อไป แต่คำถามนี้ มันยากไปมั้ยคะคุณกรรมการ ขอเวลา 3 วัน ไปทำวิจัยก่อน แล้วค่อยมาตอบได้มั้ย? แต่ในความเป็นจริง ถามปุ๊บต้องตอบปั๊บทันที เพื่อแสดงไหวพริบปฏิภาณ โชว์สติสมองในการตอบคำถามนั้นๆ นางงามที่เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ถือว่าสวยเข้าเกณฑ์คณะกรรมการแล้ว เหลือด่านสุดท้ายที่ต้องชิงชัยกันก็คือ คำถามชี้ชะตาชีวิตที่จะพลิกไปเป็นมิสยูนิเวิร์ส

มารีญา เชิดหน้ามาดมั่นแล้วตอบเสียงดังฟังชัด "สำหรับฉันคิดว่า ตอนนี้เรากำลังมุ่งไปสู่สังคมผู้สูงอายุ และแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดในยุคนี้คือคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นอนาคตของเรา จึงจำเป็นต้องลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ให้ความสำคัญกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ แม้จะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุก็ตาม"

วิเคราะห์คำตอบของมารีญา ถือว่าโอเคเลย ให้ความสำคัญกับคน ซึ่งถ้าคนดีมีคุณภาพ สังคมนั้นๆ ก็จะขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีได้ แต่คำตอบแบบนี้ของมารีญา อาจจะไม่โดนใจคณะกรรมการ หลายคนบอกเลยว่ามารีญา ตอบได้ดีแล้วภาวะความกดดันหลายอย่างรอบตัว ภายในระยะเวลาอันน้อยนิด

แต่หลายคนก็อดเสียดายมากๆ ไม่ได้ เพราะเหลืออีกแค่นิดเดียวก็จะคว้ามงมาได้แล้ว น่าจะตอบได้ดีโดนใจกว่านี้ หลายคนคิดไปล่วงหน้าว่า ต้องเตรียมการแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้พลาดมง! ปีหน้ากองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ต้องจัดคอร์สติวเข้มข้น เรื่องการตอบคำถามอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้นอีก!

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปคุยกับนางงามตัวแม่อีกคน ไข่มุก ชุติมา ดุรงค์เดช มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2552 "น้องมารีญาได้คำถามที่ยากค่ะ ขนาดมุกมีเวลาคิด ยังคิดยากเลยกว่าจะตอบออกมาได้ ถ้าให้มุกลองๆ ตอบก็จะตอบได้ประมาณนี้นะคะ

"ในประเทศของฉัน ในอดีตเรามีปัญหาของกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองประท้วง แต่ในระหว่างการไว้ทุกข์ของกษัตริย์ของเรา ฉันได้เห็นคนที่รวมใจกัน ด้วยวิธีการต่างๆ มากมายที่น่ารักและสวยงาม และสามารถเอาชนะความแตกต่างกัน ในเชิงความคิดเห็นทางการเมือง ด้วยการร่วมแรงเป็นนำ้หนึ่งใจเดียวกันได้อีกครั้ง

"ในมุมมองทั่วโลก ฉันได้เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ได้ช่วยกันโพสต์เพื่อช่วยเหลือคน ให้มีสิทธิเท่าเทียมกันของกลุ่ม LGBT (Lesbian, Gay, Bisexual และ Transgender) หรือเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นกลุ่มสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของโลก ก็รวมใจโพสต์ช่วยเหลือกันและกัน 

"ในฐานะนางงามฉันไม่สามารถจำแนกว่า อะไรคือขบวนการขับเคลื่อนทางสังคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเรา อย่างไรก็ตามฉันสามารถบอกคุณได้ว่า อะไรคือสาเหตุสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่อยู่เบื้องหลังพลังมวลชน นั่นก็คือความรัก ขอบคุณเทคโนโลยีในยุค 4.0 ที่ทำให้การเคลื่อนไหวทางสังคมง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาก่อน และในฐานะนางงาม ฉันอยากกระตุ้นให้ผู้คนในทุกๆ ประเทศ ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างถูกวิธี ใช้สื่อออนไลน์เพื่อเพิ่มความรัก เริ่มต้นรัก กระจายความรัก และทำให้เกิดความรักมากขึ้นทางสังคม ที่สามารถทำให้สังคมเรา สร้างพลังมวลชนที่เหมาะสมและถูกต้อง"

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ตัวแม่ตัวจริงของนางงามไทย บอกกับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ "คำถามรอบตัดสิน 5 คนสุดท้าย เป็นประเด็นสังคมบนโลกเลยนะ คำถามที่น้องมารีญาตอบได้กว้างมากหลายอย่าง เท่าที่น้องมารีญาตอบไปก็ทำได้ดีมากแล้ว ทำดีแล้วภายในสถานการณ์แบบนั้น แต่อาจจะตอบได้ไม่ปังพอ ไม่เรียกเสียงฮือฮา

"ถ้าถามว่าจะให้บุ๋มลองตอบดูเล่นๆ นะ ก็จะตอบประมาณว่า เรื่องของเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิต ซึ่งเราจำเป็นต้องเรียนรู้และใช้ให้เป็น และต้องเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น หรือการต่อสู้เพื่อสิทธิทางเพศ ไปต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการแต่งงานของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และเรื่องของรสนิยมทางเพศ ไม่สามารถมากำหนดคุณค่าของคนได้ ดังนั้นเราควรให้ความเท่าเทียมกัน และให้เกียรติซึ่งกันและกันในฐานะมนุษย์ร่วมโลกดีกว่าค่ะ

"ที่เราตอบได้แบบนี้ เรามีเวลาคิดไง เราไม่ได้อยู่บนเวทีที่ต้องตื่นเต้น แต่น้องมารีญาอยู่บนเวทีทั้งตื่นเต้นทั้งกดดันหลายอย่าง เวลาให้คิดก็น้อยด้วย เราตอบไปแบบนี้ ก็ใช่ว่าจะดีจะโดนใจกรรมการนะ เพราะกรรมการก็ต่างคนต่างคิดอีก เพราะคำถามมันกว้างมาก ตอบได้หลายทางมาก" 

นุ อนุสรณ์ จารุวัฒนานุกูล อีกกูรูนางงามคนหนึ่ง ที่ตามติดเรื่องราวของนางงามมาหลายปีหลายเวทีมากๆ "คำถามของน้องมารีญา เป็นคำถามที่กว้างมาก ลึกมาก ตอบยากมาก (ลากเสียงยาวๆ) พูดเลย ตอบแบบไหนจะได้ใจกรรมการ ภายในเวลาอันน้อยนิดก็ยากอีกนะ

"อีกเรื่องที่อยากฝากไว้หนักๆ ก็คือชุดราตรีรอบตัดสิน ซึ่งเป็นชุดที่สำคัญมากๆ ย้ำอีกหลายๆ รอบสำคัญมากๆ เพราะมันเป็นชุดที่จะส่งให้นางงามโดดเด่น พูดง่ายๆ ชุดรับมง! ต้องดูสวยมากๆ ต้องดูว้าว!!! เทียบชัดๆ ระหว่างชุดรอบพรีลิมของ Surface ที่มารีญาใส่แล้ว ดูสวยสะพรั่งยิ่งกว่าเจ้าหญิง ได้มงชัวร์ๆ สวยมากๆ เป็นชุดรับมงได้เลย แต่พอมาถึงชุดแหกอกรอบตัดสินจริง ของ ASAVA ชุดก็สวยแหละ มองเห็นถึงความตั้งใจละเอียดประณีตในการตัดเย็บ แต่มันไม่เหมาะกับเวทีนางงาม มันทำให้รูปร่างของมารีญาไม่ดูเด่น

"พูดง่ายๆ พูดตรงๆ เลยนะ ชุดแหกอกไม่ได้ส่ง ไม่ได้ทำให้มารีญาดูโดดเด่นขึ้นเลย ขนาดมารีญาเป็นซุปเปอร์โมเดลมาก่อน ยังเอาไม่รอด! ผสมกับสีหน้าท่าทางการเดินของมารีญา ไม่มาดมั่นเหมือนเก่าแล้ว เหมือนมีอะไรติดๆ อยู่ในใจ เกิดอะไรขึ้นกับน้องหรือเปล่า เป็นอีกเหตุผลใหญ่เลย ที่ไม่ได้เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย

"ชุดประจำชาติทางกองประกวดของเรา มีการให้คนส่งเข้ามาประกวดแข่งขัน เพื่อหาชุดที่ดีที่สุด ทำให้ไทยเราได้รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมมาหลายปีแล้ว นั่นแหละเรามาถูกทางแล้ว! อยากให้ทางคุณออน ชิชญาสุ์ กรรณสูต และทีมงานกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ใช้หลักการนี้ในการคัดเลือกหาชุดราตรีรอบตัดสินด้วย จากหลายๆ ไอเดียหลายๆ ดีไซเนอร์ ลองเปลี่ยนไปใช้ดีไซเนอร์คนใหม่ดีมั้ย แทน ASAVA ที่เคยใช้มาแล้ว 3 ปี เพราะดีไซเนอร์เก่งๆ ในเมืองไทยก็มีอีกเยอะ ขอย้ำอีกหลายๆ รอบว่า ชุดราตรีรับมง ชุดราตรีรอบตัดสินสำคัญมากๆ".