วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุ้มค่าแค่ไหน? ราคากว่า4หมื่น 'แกะกล่อง iPhone X' รีวิวครบจบในที่เดียว!

คุ้มค่าแค่ไหน? ราคากว่า4หมื่น 'แกะกล่อง iPhone X' รีวิวครบจบในที่เดียว!

  • Share:

สวัสดีอนาคต! หลายคนคงได้จับเล่นกันบ้างแล้ว (หมายถึงจับเฉยๆ เรื่องซื้อค่อยว่ากัน) กับฟีเจอร์ไหม่สแกนใบหน้า กล้องแสนเทพ และ Animoji ที่สดใสน่ารัก 

กลับมาพบกันทุกวันพุธนะคะผู้อ่านทุกท่าน สำหรับคอลัมน์ แกะกล่องไอที by นางร้ายไอที เกริ่นนำไปแค่นั้น ท่านผู้อ่านก็น่าจะเดาได้แล้วว่าวันนี้นางร้ายจะมาแกะกล่องอะไร ใช่แล้ว! ... iPhone X สมาร์ทโฟนตัวใหม่จากแอปเปิล ที่มีราคาสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ โดยเริ่มต้นที่ 40,500 บาท สำหรับตัว 64GB

จ่ายเงินแพงๆ ทั้งที จึงมีคำถามจากผู้อ่านหลายคนว่าจะคุ้มไหม มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ต่างกับรุ่นอื่นอย่างไร นางร้ายไอทีมีคำตอบให้แล้วจ้า...

1. มาพร้อมกับอุปกรณ์พื้นฐาน

นอกจากตัวเครื่องไอโฟน X แล้ว เมื่อเปิดกล่องมาจะเจอกับซองกระดาษที่ใส่คู่มือการใช้งานเบื้องต้น เข็มจิ้มถาดซิมและสติกเกอร์โลโก้ USB Power Adapter ขนาดปกติ, สาย Lightning ขนาด 1 เมตร, หูฟัง, และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Lightning to 3.5 mm Headphone Jack Adapter ที่แถมมาพร้อมหูฟังด้วย

2. การออกแบบตัวเครื่อง

ดีไซน์ใหม่แบบกระจกและสแตนเลสสตีลทั้งหมด ให้ภาพเต็มหน้าจอ ซึ่งเป็นจอภาพ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว แตกต่างจากไอโฟนรุ่นอื่นๆ ที่เคยมีมา เพราะถึงแม้ ไอโฟน 8 และ 8 Plus จะเป็นดีไซน์กระจก แต่ขอบยังเป็นอลูมิเนียม ส่วนไอโฟน X เป็นขอบสแตนเลสสตีลเกรดเดียวกับที่ใช้ทําเครื่องมือศัลยกรรม ให้ความแข็งแรง และเป็นรอยยากกว่า

3. แล้วจอภาพดีขึ้นยังไง?

ครั้งแรกกับแผงหน้าจอ OLED ในจอภาพ Super Retina HD ให้ความละเอียดและความสว่างสูง รองรับขอบเขตสีกว้าง ทำให้ผู้ใช้สามารถดูภาพยนตร์และรายการทีวีในรูปแบบ Dolby Vision และ HDR10 ได้ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี True Tone ใช้เซนเซอร์ตรวจวัดแสงโดยรอบแบบ 6 ช่องสัญญาณที่ลํ้าหน้าเพื่อปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอให้ตรงกับอุณหภูมิสีของแสงรอบๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัว (เทคโนโลยีเดียวกับที่ใส่มาใน iPad Pro รุ่นล่าสุด)

4. ทำไมหน้าจอต้องมีรอยแหว่ง?

นอกจากดีไซน์ลูกแอปเปิ้ลแหว่ง ครั้งนี้ยังดีไซน์หน้าจอไอโฟนเท็นให้มีรอยแหว่งอีก แล้วรอยแหว่งนี้มีดียังไงนะ เรามีคำตอบ... เพราะรอยแหว่งนั้นเป็นจุดศูนย์รวมของเซนเซอร์ใหม่ๆ พร้อมระบบกล้องแบบ TrueDepth

5. ปลอดภัยอีกขั้น(?) ด้วย Face ID จุดขายใหม่ของแอปเปิล

อย่างที่เรารู้กันดีว่าเมื่อไอโฟน X ถอดเอา Touch ID ออกไป แล้วแทนที่ด้วย Face ID หรือระบบสแกนหน้า เพียงแค่มองที่ตัวเครื่องก็จะปลดล็อกอัตโนมัติ 

ทั้งนี้เราลองเล่นแล้ว โดยส่วนตัวนางร้ายไอทีคิดว่า ระบบค่อนข้างเสถียรทีเดียว จดจำใบหน้าของเราได้ ไม่ว่าเราจะแต่งหน้า หรือไม่แต่ง สแกนได้แม้เราใส่แว่นกันแดด (เฉพาะแว่นกันแดดที่สีอ่อนๆ สามารถมองเห็นตาเราได้เท่านั้น) ที่นางร้ายเซอร์ไพรส์คือ...ตอนกลางคืนที่มืดสนิทก็ยังปลดล็อกได้ด้วย

แต่!!!...ในช่วงวันแรกๆ ที่เราลองใช้ ระบบอาจจะยังเรียนรู้หน้าเราได้ไม่ดีเท่าใดนัก ยังต้องใส่ Passcode เป็นบางครั้ง จากนั้นระบบก็จะจดจำหน้าเราได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนพักหลังแทบไม่ต้องใส่ Passcode เลยจ้า 

6. Animoji ไอคอนเลียนแบบใบหน้า

ครั้งแรกที่เห็น นางร้ายก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับฟังก์ชั่นนี้มาก แต่พอได้ทดลองใช้จริงๆ เฮ้ย... คุณขา มันน่ารักมาก เพราะมันสามารถจําลองการแสดงออกทางใบหน้า ที่เคลื่อนไหวได้ถึง 12 แบบ ไม่ว่าจะเป็น แพนด้า ม้ายูนิคอร์น กระต่าย หมี และมนุษย์ต่างดาว เป็นต้น

ปล. สามารเซฟและแชร์บนโซเชียลมีเดียได้ด้วยนะ เก๋ๆ

7. กล้องหน้าโหมด Portrait

หลังจากที่เรารอคอยมานาน ในที่สุดไอโฟนเท็นก็สามารถถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัด-หลังเบลอได้แล้ว อีกทั้งยังมี Portrait Lighting สร้างเอฟเฟ็กต์การจัดแสงได้สวยไม่แพ้กล้องหลังทีเดียว

8. กล้องก็ดีนะคะซิส

กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 เมกะพิกเซล โดยกล้องมุมกว้างมีรูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ส่วนกล้องเทเลโฟโต้มีรูรับแสงกว้างขึ้นเป็น ƒ/2.4 ออโต้โฟกัสในสภาพแสงน้อยได้เร็วขึ้น และถ่ายภาพ HDR ได้ ซูมแบบออปติคอลก็ได้

9. Portrait Lighting 

มี 5 เอฟเฟ็กต์เก๋ๆ ให้เราได้ลองกัน ได้แก่

  • แสงไฟธรรมชาติ: ใบหน้าของแบบที่คมชัดตัดกับฉากหลังที่เบลออย่างลงตัว
  • แสงไฟสตูดิโอ: ภาพแนวสะอาดตาพร้อมใบหน้าตัวแบบที่สว่าง
  • แสงไฟคอนทัวร์: รายละเอียดเงาคมชัดพร้อมไฮไลท์และโลว์ไลท์
  • แสงไฟเวที: ใบหน้าของแบบจะสว่างเพียงจุดเดียวตัดกับฉากหลังที่มืดสนิท
  • แสงไฟเวทีขาวดํา: เช่นเดียวกับแสงไฟเวที แต่มาในรูปแบบขาวดําสุดคลาสสิก

ไอโฟน X มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทาสเปซเกรย์ และสีเงิน ในราคา 40,500 บาท สำหรับ 64GB และราคา 46,500 บาท สำหรับ 256GB 

อุปกรณ์ที่มาพร้อมกันภายในกล่อง
ขนาดพอดีมือสุภาพสตรี
ย้ายข้อมูลจากไอโฟนเครื่องเก่าง่ายๆ ใช้เวลาไม่นาน
จอภาพ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว
จอภาพ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว
เพียงมองที่หน้าจอเพื่อปลดล็อกเครื่อง
Control Center ปัดลงจากขอบขวาด้านบน
สร้าง Animoji จำลองการแสดงออกทางใบหน้า
สร้าง Face ID เพื่อยืนยันตัวตน
หัวต่อ Lightning และ ไมโครโฟนกับลำโพงสเตอริโอในตัว
ซูมกล้องหลังชัดๆ
ปุ่มด้านขวา กดค้างเพื่อเรียก Siri

สำหรับความคิดเห็นส่วนตัว นางร้ายไอที คิดว่า...ขนาดของตัวเครื่องนั้นกำลังดี เพราะไม่ใหญ่กว่า iPhone 8 มากนัก จับถนัดมือสำหรับผู้หญิง ส่วนฟีเจอร์ใหม่อย่าง Face ID อาจเป็นเพราะช่วงแรกๆ ระบบยังจดจำใบหน้าของเราได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงทำให้ต้องใส่รหัสบ่อย 

ส่วนหน้าจอที่มีรอบแหว่งนั้น...หากเราดูหนังหรือดูยูทูบแบบเต็มจอ จะมี 2 ฟังก์ชั่นให้เลือก ได้แก่ Original คือดูเป็นจอสี่เหลี่ยมธรรมดา หรือเลือก Zoomed to fill (ใช้ 2 นิ้วดึงขยาย) เพื่อให้ภาพเล่นเต็มพื้นที่ของหน้าจอ ซึ่งแน่นอนว่าจะเห็นส่วนที่เป็นรอยแหว่ง

หากเราพบอะไรเพิ่มเติมในเจ้าไอโฟนใหม่ตัวนี้ จะรีบนำมารายงานผู้อ่านทันที อย่าลืมติดตามกันนะจ๊ะ...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้