วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บอกนัยแห่งฐานอำนาจ

อะไรเอ่ย...เข้าง่ายออกยาก

คงเป็นอย่างที่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเอาไว้ก่อนประกาศรายชื่อ ครม.ชุดใหม่อย่างเป็นทางการ สำหรับจำนวนทหารที่จะร่วม ครม. คือ “ออกมากกว่าเข้า”

ที่ออกไปมี 3 คน คือ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยกลาโหม

เข้ามาเพียงคนเดียว คือ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม อดีตปลัดกลาโหม

ว่ากันว่าคนที่เข้ามาใหม่นั้นรู้ตัวล่วงหน้า เพราะได้ลาออกจากการเป็น สนช. เพื่อเตรียมตัวนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี

แต่ 3 คน ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งออกไปนั้น น่าจะไม่รู้ตัวมาก่อน เพราะดูจากอาการแล้วเหมือนไม่คาดคิดมาก่อนจะต้องเป็นไปเช่นนี้

ก็ว่ากันไปครับ...เพราะทุกอย่างย่อมมีเหตุผลจำเป็นเฉพาะส่วน ยิ่งตำแหน่งรัฐมนตรีและภาพลักษณ์ของรัฐบาลนั้นมีความสำคัญไม่น้อย

เสียงเรียกร้องจากสังคมนอกรัฐบาลนั้นก็เป็นเรื่องปกติไม่ว่าฝ่ายที่ชอบรัฐบาลหรืออยู่ตรงกันข้ามรัฐบาล

ตรงกันอยู่อย่างหนึ่ง...

คือต้องการให้นายกฯเลือกคนที่เหมาะสมมีความรู้ ความสามารถเข้ามาเป็นรัฐมนตรี แล้วร้องขอว่าเอารัฐมนตรี “ทหาร” ออกไปบ้างก็ดี เพราะแม้ว่าบางคนจะมีความรู้ ความสามารถทำงานได้ แต่ย่อมมีข้อจำกัดในตัวเองอยู่แล้ว

ในจำนวนรัฐมนตรีทหารอยู่กับรัฐบาลชุดนี้นั้น เวลานี้มีจำนวน 8 คน ก่อนหน้านี้มี 11 คน ก็เท่ากับว่าลดสัดส่วนมาตามลำดับ

ทางการเมืองก็ตอบได้ว่า “ผมทำให้แล้วนะ”...

เพียงแต่ว่าการจะเอาใครเข้าใครออกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน อย่างที่เห็นภาพชัดๆ มาตลอดหรือแม้แต่นายกฯก็เปิดปากบอกเองทำนองว่าคนที่เอาออกไม่ได้มีใคร เป็นใครบ้าง

“พี่ใหญ่ พี่รอง” ไม่ว่าเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ถึงขั้นว่าขออยู่ด้วยกันไปจนชั่วกัลปาวสาน

หรืออีกคนหนึ่งคือเพื่อนรัก เพื่อนเกลอ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ที่รู้กันดีว่ามีแรงผลักให้เขยื้อนจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทั้งจากภายนอกและความรับผิดชอบต่องานที่เกิดปัญหาในการขับเคลื่อน

ขนาดว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งดูแลรับผิดชอบเศรษฐกิจทั้งหมดก็ยังไม่กล้าที่จะเอ่ยปากในเรื่องนี้ เพราะรู้ดีว่าเป็นเรื่องแสลงหูผู้นำประเทศยิ่งนัก

เช่นกันว่านายกฯก็รู้ดีว่าเพื่อนรักมีปัญหาในการทำงานที่ไม่สอดรับกับนโยบายใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบแต่ทำไงได้ล่ะ...เพื่อนก็คือเพื่อน

จนกระทั่งมาถึงการปรับครม. ครั้งนี้ ต้องออกตัวเองว่า เพื่อนก็คือเพื่อน งานก็คืองาน สามารถแยกออกได้

เท่ากับจะบอกว่าได้ตัดสินใจแล้วว่าจะทำอย่างใดอย่างหนึ่งสุดท้ายก็คือให้ลุกออกจากเกษตรฯ แต่ให้ขึ้นไปนั่งลอยตัวในเก้าอี้รองนายกฯ

ถือว่ายังไม่หลุดจากรัฐมนตรี ถือว่าไม่โหดร้ายเกินไปนัก

เมื่อนัยกับคำว่า “ออกมากเข้าน้อย” การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในส่วนของ “ทหาร” จึงดันออกไปได้เพียงแค่ 3 เท่านั้น

พูดง่ายๆว่ากระชับวงในได้แค่นี้ เพราะที่เหลืออยู่นั้นนอกจากพวกที่ตัดไม่ได้ขายไม่ขาดรวมถึงเพื่อนรักแล้วยังมีบางคนที่มีความสามารถทำงานร่วมกันไปได้

เปรียบไปก็ไม่ต่างไปจาก “นางงาม” ที่ต้องมี “พี่เลี้ยง” ...เข้าใจตรงกันนะ.

“สายล่อฟ้า”