วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอกชนลุ้น ครม.ใหม่ไม่อืดอาด

ทันทีที่มีการประกาศรายชื่อรัฐบาลใหม่ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการปรับเปลี่ยนของรัฐมนตรีสายงานด้านเศรษฐกิจ ก็ได้มีเสียงขานรับจากภาคเอกชนในทางที่ดี

เพราะส่วนใหญ่เห็นว่าเมื่อมีการปรับเปลี่ยน ตัวบุคคลใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนใหม่หมดยกแผงนั้น น่าจะช่วยให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลงบ้างไม่มากก็น้อย

ส่วนจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นหรือแย่ลง งานนี้ก็ต้องลุ้นระทึกใจกันต่อไป!

พอใจได้คนคุ้นงาน

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับการปรับ ครม.ครั้งนี้ โดยเฉพาะโฉมหน้ารัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นคนในกระทรวงที่เคยทำงานมาก่อนอยู่แล้ว ทำให้การทำงานมีความราบรื่นต่อเนื่องไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้งานใหม่ หรือแม้จะเป็นบุคคลที่ได้รับตำแหน่งแบบเหนือความคาดหมายไปบ้าง เช่น นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ก็ถือเป็นบุคคล ที่มีความรู้ความสามารถอยู่ในแวดวงพลังงานมายาวนาน ทำให้เชื่อว่าจะสามารถทำงานได้ทันที โดยเฉพาะเข้าไปสานต่อการเปิดประมูลโครงการผลิตปิโตรเลียมที่ยังคั่งค้างอยู่ในขณะนี้

“ผมมองว่าประเด็นที่สำคัญที่ ครม.ชุดใหม่ จะต้องเร่งดำเนินงาน คือ การขับเคลื่อนนโยบายภาคอุตสาหกรรมที่ได้นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรมมาตลอดอายุราชการและแม้จะเกษียณในตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไปแล้ว ก็ยังทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีไม่ได้หยุดพัก จึงมีความคุ้นเคยและใกล้ชิดกันเป็นอย่างดี ทำให้เกิดการสานต่อนโยบายการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้ต่อเนื่องตามแผนการทำงานของรัฐบาลที่จะนำประเทศ ไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า ส.อ.ท. คงไม่คาดหวังอะไรมากนักแม้จะมีการปรับ ครม.”

ด้าน นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐมนตรีที่เข้ามาใหม่ ถือว่าหลายๆคน เป็นที่ยอมรับของภาคเอกชน แต่คงต้องให้เวลาในการทำงานก่อน ซึ่งในช่วง 1 ปีที่เหลือของรัฐบาลชุดนี้ ต้องเร่งนโยบายเดิมที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ให้เสร็จเร็วที่สุด เพราะถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศมาก เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน, โครงการระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (อีอีซี), โครงการเน็ตประชารัฐ, การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เป็นต้น

“หอการค้าไทย ขอให้กำลังใจ ครม.ชุดนี้ทำงาน ซึ่งคงต้องให้เวลารัฐมนตรีคนใหม่ได้ปรับตัวกับการทำงานก่อน แต่เชื่อว่า นโยบายคงไม่เปลี่ยนจาก ครม.ชุดเดิมแน่นอน เพราะเรามียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอยู่แล้ว ที่กำหนดให้แนวทางการทำงานต้องเดินตาม”

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ให้ความเห็น ว่า ในส่วนของทีมเศรษฐกิจว่ามีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก และจากการที่รัฐบาลเหลือระยะเวลาในการบริหารโค้งสุดท้ายเพียงแค่ปีเดียว การเลือกใช้คนในช่วงนี้ จึงต้องเน้นคนที่จะสามารถผลักดันงานให้ออกมาได้ตามนโยบายให้มากที่สุด เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลมีนโยบายออกมาจำนวนมาก แต่งานอาจจะออกมาได้น้อยหรือยังล่าช้า

เร่งเครื่องแก้ปัญหาเกษตร

ขณะที่ นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ครม.ชุดใหม่ในภาพรวมแล้วรัฐบาลต้องการสานต่อนโยบายเดิม และเดินหน้าโครงการยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมผลักดันแผนระยะกลางและระยะยาว เห็นได้จากการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี ยังคงทีมเศรษฐกิจหลักๆเอาไว้เหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงมองว่าต้องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของราคาสินค้าเกษตร และรายได้เกษตรกร การปรับเปลี่ยน ครม.ในครั้งนี้ มองว่ารัฐบาลต้องการแก้ความจำเป็นเฉพาะหน้า เห็นได้จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีถูกปรับเปลี่ยนทั้งหมด รัฐบาลต้องการแก้ปัญหาภาคการเกษตร หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของไทยไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ออกมาดีเกินคาด เศรษฐกิจขยายตัวสูงถึง 4.3% แต่ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ภาคการเกษตรมีปัญหาทั้งในเรื่องราคาสินค้า และรายได้เกษตรกรหดตัว

นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ครม. “ประยุทธ์ 5” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเลือกมาคิดว่าท่านเลือกได้เหมาะสมแล้ว และมั่นใจในคณะทำงานนี้ อย่างไรก็ตาม การที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ถึง 2 คน จะทำให้สามารถดูแลเกษตรกรได้ทั่วถึงมากขึ้น

“สำหรับ รมว.เกษตรฯคนใหม่ คือ นายกฤษฎา บุญราช เคยเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยมาก่อน ก็คาดว่าจะทำให้การดำเนินงานในภาพรวมของกระทรวงเกษตรฯดีขึ้น และการดำเนินงานโดยเฉพาะนโยบายด้านข้าว จึงคิดว่าไม่มีปัญหาสามารถสานต่อนโยบายและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ส่วนนายลักษณ์ วจนานวัช ที่มาเป็น รมช.เกษตรฯ นั้น เคยทำงานอยู่ในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาก่อน ก็คาดหวังว่าจะทำให้การดำเนินงานระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับ ธ.ก.ส.คล่องตัวขึ้น”

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ (คยป.) กล่าวว่า การปรับครม.ใหม่ครั้งนี้ คิดว่าเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง สำหรับ รมว.เกษตรฯ คนใหม่ เท่าที่ดูประวัติก็เป็นคนลุยงานมาตลอด ตั้งแต่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา อย่างไรก็ตามเครือข่ายชาวสวนยางมีแผนจะเดินทางไปให้กำลังใจ รมว.เกษตรฯ และจะนำยุทธศาสตร์ยางไปพูดคุยเพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องยางเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เกษตรกรชาวสวนยางชื่นชอบนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯ คนใหม่มาก เนื่องจากเป็นคนที่ทำงานในภาคเกษตรมาโดยตลอด

ลุ้นทีมใหม่ขับเคลื่อนประเทศ

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การปรับ ครม.ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีคงอยากเห็นการทำงานที่เสร็จและสำเร็จในยุคของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งไม่ใช่หมายความว่าคณะรัฐมนตรีชุดก่อนจะไม่มีฝีมือ แต่คงอยากเห็นภาพการทำงานที่เร็วขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาการแก้ปัญหาและพัฒนาต้องใช้เวลาจึงอาจไม่เห็นผลรวดเร็วนัก ขณะที่การมีคนใหม่เข้ามาคงจะมีแนวคิดในการทำงานที่ให้เกิดผลเร็วมากขึ้น ก็คิดว่าคนที่เข้ามาใหม่อาจจะเป็นคนที่นายกรัฐมนตรีมองดูแล้วสามารถมาขับเคลื่อนภาพรวมได้ดีขึ้น

“สิ่งที่อยากให้ รมว.การท่องเที่ยวฯคนใหม่ผลักดันคือแนวทางของรัฐบาลต้องการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งซึ่งการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนที่มีหลายพื้นที่ได้ค่อนข้างเร็ว และถ้าได้รับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอย่างถูกทิศทางก็จะพัฒนาชุมชนได้รวดเร็วขึ้นอย่างไรก็ตาม การพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชนจะมองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องพิจารณารวมไปถึงเรื่องการ พัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนและสิ่งแวดล้อมด้วย เชื่อว่า การท่องเที่ยวชุมชนจะช่วยเสริมเศรษฐกิจของชุมชนให้แข็งแกร่งขึ้นได้จริง เพราะชุมชนของไทยจะมีวิถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อยู่แล้วเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้าไปก็จะสามารถขายสินค้า ของที่ระลึก อาหารถิ่น ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่นำมาสร้างจุดขายได้อย่างแน่นอน”

ด้าน นายประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ครม. “ประยุทธ์ 5” โดยส่วนตัวในฐานะภาคเอกชนที่ทำธุรกิจการค้า มองว่าน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และได้เห็นอะไรที่สดใหม่ขึ้น ได้เห็นไอเดียใหม่ๆเกิดขึ้น เพราะหากดูรายชื่อ รมว.พาณิชย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แล้ว ถือเป็นคนหนึ่งที่ไฟแรง รอบรู้และทำงานไว และ รมช.พาณิชย์ นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ก็น่าจะมีความรอบรู้เรื่องต่างๆในกระทรวงพาณิชย์มาก เพราะเคยอยู่กระทรวงพาณิชย์มาก่อน ซึ่งน่าจะช่วยกันขับเคลื่อนด้วยดี ขณะที่กระทรวงพลังงาน ที่แต่งตั้งนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ เป็น รมว.พลังงาน ก็น่าจะทำงานได้ดี

“โดยส่วนตัวมองว่า เป็นการให้โอกาสคนใหม่ๆ ทีมใหม่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้าเร็วขึ้น ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ทีมเก่าปฏิบัติหน้าที่มาระดับหนึ่งแล้ว ไม่ใช่คนเก่า ทีมเก่าไม่เก่งแค่ปรับเปลี่ยนและให้โอกาสคนใหม่ๆขึ้นมาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ”.